โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ช้าง-กูด-หมาก’ จองล้นเกาะ ไฮซีซั่น ดึงรายได้ทะลุเป้า 2 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 04.50 น.

สถานการณ์ท่องเที่ยวจังหวัดตราดปี 2568 เติบโตแรง คาดทำรายได้ 20,000 ล้านบาท โดยแม็กเนตหลักมาจาก 3 เกาะกลางทะเล “เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก” ช่วงวันหยุดยาวทำรายได้กว่า 200-400 ล้านบาท ยอดจองที่พักช่วงไฮซีซั่นเต็ม

3 เกาะนักท่องเที่ยวจองเต็ม

ว่าที่ ร.ต.กรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ท่องเที่ยว จ.ตราด ปี 2568 (ม.ค.-พ.ค. 68) ยังคงคึกคัก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่าง ๆ นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะเกาะต่าง ๆ เช่น เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก

คาดว่าทิศทางการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดปีนี้จะเติบโตสูงกว่าเป้าหมาย ทั้งนี้ จากจำนวนโรงแรม รีสอร์ต ที่พัก 410 แห่ง ห้องพักทั้งหมด 11,299 ห้อง ยอดจองที่พักของชาวต่างประเทศเต็มในช่วงไฮซีซั่น ทั้งนี้ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังไม่มีผลกระทบ

“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในฝั่งอันดามันอาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนที่ต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวทะเลไทย และมองหมุดหมายปลายทางอื่น ที่มีความปลอดภัยและสงบสุขกว่า โดยที่ภาคตะวันออกโดยเฉพาะเกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก ของ จ.ตราด มีศักยภาพสูงในการตอบสนองความต้องการนี้ เนื่องจากมีชื่อเสียงด้านธรรมชาติที่สวยงาม เงียบสงบ และมีกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลายไม่แพ้กัน และมีจุดแข็งหลายด้าน เช่น มีความปลอดภัยสูง

เนื่องจากไม่ได้อยู่ในแนวเดียวกับพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ และไม่มีประวัติเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งทะเล ป่าเขา น้ำตก และกิจกรรมทางน้ำที่น่าสนใจมากมาย สามารถเดินทางเข้าถึงที่สะดวกสบาย ทั้งทางรถยนต์และเครื่องบิน” ว่าที่ ร.ต.กรกฎกล่าว

จากการสำรวจของ “ประชาชาติธุรกิจ” ผู้ประกอบการที่พัก เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก ให้ความเห็นแนวเดียวกันว่า ผลกระทบจากความเสี่ยงที่อาจจะเกิดสึนามิในทะเลฝั่งอันดามัน ไม่ได้เป็นผลทำให้นักท่องเที่ยวในทะเล จ.ตราด โดยเฉพาะ 3 เกาะเพิ่มขึ้นในปีตอนนี้ แต่สึนามิครั้งในอดีตปี 2547 ทำให้นักท่องเที่ยวยุโรปส่วนใหญ่เบนเข็มมาพักผ่อนและใช้บริการต่อเนื่อง

จึงเป็นโอกาสความเป็นไปได้ ข่าวความเสี่ยงจะเกิดคลื่นยักษ์สึนามิภาคใต้ครั้งนี้จะทำให้ นักท่องเที่ยวอาจจะย้ายมาตะวันออกมากขึ้น หรืออาจจะเพราะนักท่องเที่ยวภาคใต้หนาแน่น ปกติช่วงไฮซีซั่นระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568-เมษายน 2569 นักท่องเที่ยวจองเต็มทุกปี ซึ่งห้องพักตามเกาะมีจำนวนไม่มากนัก เช่น เกาะหมากมี 700-800 ห้องเท่านั้น

Koh

และนิยมพักแบบลองสเตย์มากขึ้น จะมีจองข้ามปีหรือบางส่วนที่ยังจองได้จะตัดสินใจใกล้ ๆ วันเดินทาง ประมาณเดือนกันยายน เพื่อรอดูสถานการณ์ให้แน่ใจก่อน

ว่าที่ ร.ต.กรกฎ โอภาส กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในปัจจุบันภาพรวมยังไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของ จ.ตราด เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก และแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ชายแดนที่มีประเด็นอ่อนไหว รวมทั้ง จ.ตราดและหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วนมีการประสานงาน เฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจในความสงบเรียบร้อยและปลอดภัย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า การยกเลิกการจองห้องพักที่เกิดขึ้นจากประเด็นชายแดนมีจำนวนน้อยมาก

และส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวลักษณะเชื่อมโยงชายแดน ซึ่งมีสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวที่มุ่งหน้ามายังเกาะต่าง ๆ ประกอบกับเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวน้อยอยู่แล้ว อาจจะต้องดูการจองในช่วงใกล้ ๆ ฤดูกาลท่องเที่ยวประมาณเดือนตุลาคม-กันยายน

หยุดยาวทำรายได้กระฉูด

ผู้อำนวยการ ททท.สนง.ตราด กล่าวต่อไปว่า ข้อมูล ททท.สนง.ตราด สถานการณ์ท่องเที่ยวจังหวัดตราด 2568 (ม.ค.-พ.ค. 68) ยังคงคึกคัก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่าง ๆ นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจำนวนมากให้ความสนใจ โดยเฉพาะเกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก จ.ตราด สถานพักแรมที่พัก จ.ตราด 410 แห่ง ห้องพัก 11,299 ห้อง ในช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลต่าง ๆ

เช่น เทศกาลปีใหม่ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมากถึง 45,000 คน สร้างรายได้ 400 ล้านบาท หรือช่วงวันหยุดยาว 31 พ.ค.-3 มิ.ย. 68 อัตราการเข้าพักแรมเฉลี่ย 64.41% ผู้เยี่ยมเยือน 27,267 คน-ครั้ง ชาวไทย 20,786 คน จากต่างชาติ 6,481 คน รายได้ 241.96 ล้านบาท จากชาวไทย 156.20 ล้านบาท จากต่างชาติ 85.76 ล้านบาท และช่วงวันหยุดยาว 4 วัน 10-13 ก.ค. 68 นี้ อาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประมาณการอัตราการเข้าพักแรมเฉลี่ย 43.59% จำนวนผู้เยี่ยมเยือน 25,461 คน-ครั้ง

ส่วนใหญ่ชาวไทย 21,688 คน/ครั้ง เฉลี่ย 85.18% เป็นกลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อน กลุ่มคู่รัก กลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มวัยทำงาน ชาวต่างชาติ 3,773 คน/ครั้ง เฉลี่ย 14.82 % เป็นชาวเยอรมัน รัสเซีย สเปน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อเมริกา อังกฤษ เป็นกลุ่มนักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว รายได้จากผู้เยี่ยมเยือน 189 ล้านบาท จากชาวไทย 138.90 ล้านบาท ชาวต่างชาติ 50.51 ล้านบาท

Koh

ตั้งเป้าปีนี้รายได้ 2 หมื่นล้าน

ว่าที่ร้อยตรี กรกฎ โอภาส กล่าวว่า ททท.สนง.ตราด ปี 2568 ได้ขยายตลาดต่างประเทศ โดยการทำประชาสัมพันธ์เชิงรุก เน้นย้ำภาพลักษณ์ จ.ตราด “เมืองน่าเที่ยว” โดยสนับสนุน ททท.สำนักงานต่างประเทศ ทั้งยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อาเซียน เอเชียใต้ แปซิฟิกใต้ จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภาคตะวันออกและ จ.ตราด

เช่น สนับสนุน ททท.ภูมิภาคยุโรป จัดกิจกรรม Amazing Thailand Responsible Fam Trip 2025 สู่ภาคตะวันออก โดยนำ Tour Operator 6 บริษัทยักษ์ใหญ่จากตลาดยุโรปที่มีศักยภาพจาก นอร์เวย์ โปแลนด์ เบลเยียม ออสเตรีย และรัสเซีย เดินทางมาทดสอบสินค้าทางการท่องเที่ยวภาคตะวันออก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ททท.สนง.ซิดนีย์

ร่วมกับ บมจ.การบินไทย จัดกิจกรรม Offbeat Thailand สร้างการรับรู้และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ภายใต้แนวคิด Meaningful Experience ตามเส้นทางท่องเที่ยวที่ออกแบบเชื่อมโยงพื้นที่หลัก-พื้นที่รองเส้นทางจังหวัดตราดและหมู่เกาะ-ระยอง-จันทบุรี ททท.สนง.สิงคโปร์ นำสื่อมวลชนเดินทางสำรวจสัมผัสประสบการณ์ สินค้าและการบริการทางการท่องเที่ยวในพื้นที่น่าเที่ยว จ.จันทบุรี ตราด ระยอง

และการโปรโมตตลาดนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเที่ยวเกาะช้าง โดยการสร้างการรับรู้ให้ผู้ประกอบการเตรียมรับนักท่องเที่ยวตลาดอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ (Asean, South Asia and South Pacific Market Briefing)

“ช่วงหลังโควิด-19 จ.ตราด ตั้งแต่ปี’67 เริ่มฟื้นตัวมีรายได้ 18,256.43 ล้านบาท ปี 2568 ตั้งเป้ารายได้ เพิ่มขึ้นประมาณ 5% เฉพาะเป้าหมายรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทย 1,890,000 คน รายได้ 15,750 ล้านบาท และคาดว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะมีค่าใช้จ่าย 8,333 บาท/ทริปคน จ.ตราดน่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท มีความเป็นไปได้สูง ถ้าการท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวและมีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง” ว่าที่ ร.ต.กรกฎกล่าว

Koh

ยกเลิกทัวร์ กัมพูชา-ไทย หวั่นสูญตลาดให้เวียดนาม-สิงคโปร์

นายอรรถพล กลิ่นทับ ผู้จัดการ บริษัท เรือเร็วบุญศิริ จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาความสำคัญของนักท่องเที่ยวคือความเชื่อมั่น ในพื้นที่การท่องเที่ยวเชื่อมโยงไทย-กัมพูชา เส้นทางหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ (สุขุมวิทหมายเลข 3) เป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุดที่เชื่อมโยงไปเมืองชายทะเลที่สำคัญของกัมพูชา เกาะกง กำปอต แกป เกาะรง (สีหนุวิลล์) และเชื่อมโยงกับนครวัด (เสียมราฐ) กับเกาะต่าง ๆ ของ จ.ตราด การจองทริปท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา กัมพูชา-ไทย นักท่องเที่ยวต้องวางแผนล่วงหน้าประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

เพื่อมาเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นตั้งแต่เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ถ้าตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน หมายถึงต้องเสียลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่จะมาช่วงไฮซีซั่น วันละ 100-200 คน ส่งผลกระทบให้เม็ดเงินจะหายไปวันละกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งความเชื่อมั่นชายแดนนี้มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทั้งประเทศไทยด้วย

ช่วงก่อนหน้านี้ กรุ๊ปทัวร์ลูกค้าชั้นดีจากฝรั่งเศส 500-600 คน ต้องยกเลิกไป ปัญหาชายแดนมีส่วนสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่น เมื่อเหตุการณ์ไม่ปกติจะวางแผนเปลี่ยนหมุดหมายการท่องเที่ยวไป ตลาดเวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย แทนที่จะมาไทย ด้วยมีทรัพยากรธรรมชาติคล้ายกัน และกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มเดียวกัน ถ้าเหตุการณ์ชายแดนยังไม่ปกติภายใน 1-2 เดือน ลากยาวถึงเดือนตุลาคม จะสูญเสียการท่องเที่ยวไปไม่เฉพาะพื้นที่ชายแดนเท่านั้น

และกว่าจะเรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวกลับมา ต้องใช้ระยะเวลา 3-6 เดือน หรือเป็นปี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ช้าง-กูด-หมาก’ จองล้นเกาะ ไฮซีซั่น ดึงรายได้ทะลุเป้า 2 หมื่นล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...