โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : 5 สูตรรักษาฝ้า ด้วยน้ำมะนาว จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 22.33 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 15.29 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์แชร์แนะนำ 5 สูตรรักษาฝ้าด้วยมะนาว ให้ผิวขาวใส เพียงทาทิ้งไว้ 15-20 นาที จริงหรือ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ศ.นพ.วรพงษ์ มนัสเกียรติ ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

สำหรับ 5 สูตรรักษาฝ้าด้วยมะนาว โอกาสได้ผลกับฝ้าค่อนข้างน้อย ใช้แล้วน่าจะเกิดผลเสียมากกว่า

สูตรที่ 1 : น้ำมะนาวเพียว ๆ คั้นสดทาที่ฝ้าทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก ทำทุกวันนาน 1 เดือน ?

การใช้น้ำมะนาว หรือผลไม้บางอย่างที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ จะทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นบน ๆ ที่มีสีของฝ้า ถูกเร่งตัวให้มีการผลัดออกไป จากนั้นผิวใหม่ที่ไม่มีฝ้าข้างใต้จะค่อย ๆ ถูกดันขึ้นมา จะมองเห็นว่าผิวบริเวณนั้นขาว หรือสีฝ้าจางลงได้ มะนาว หรือกรดผลไม้อาจจะทำให้ฝ้าจางลงได้ชั่วคราว และฝ้าก็ขึ้นมาใหม่อีกได้

วิธีนี้ทาด้วยน้ำมะนาว ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

1. ความเข้มข้นของ “กรด” ในน้ำมะนาว มีปริมาณเท่าไหร่

2. ปริมาณของน้ำมะนาวที่สัมผัสอยู่บนผิวมากน้อยแค่ไหน

3. มะนาวแต่ละสายพันธุ์ ออกฤทธิ์ความเป็นกรด-ด่าง ต่างกันอย่างไร

ทางการแพทย์ ปัจจุบันใช้กรดผลไม้ “อัลฟาไฮดรอกซี (Alpha hydroxy acids : AHAs) ซึ่งมีการสกัดและมีการควบคุมปริมาณความเข้มข้นของกรด

การใช้กรด AHAs ทำให้ฝ้าลอกตัว หรือผลัดออกไป และจะค่อย ๆ เพิ่มความเข้มข้นไปเรื่อย ๆ หรือเพิ่มระยะเวลาในการทา เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพและทนได้

สูตรที่ 2 : น้ำมะนาว + น้ำผึ้ง พอกทิ้งไว้แล้วล้างออก ?

ตัวออกฤทธิ์หลักที่อาจจะทำให้ฝ้าจางลงได้ คือ น้ำมะนาว

“น้ำผึ้ง” อาจจะเป็นส่วนผสมที่ช่วยให้ความเข้มข้นหรือความระคายเคืองของน้ำมะนาวน้อยลง

สูตรที่ 3 : น้ำมะนาว + น้ำผึ้ง + โยเกิร์ต พอกทิ้งไว้ 20 นาที ?

ตัวออกฤทธิ์หลัก คือ ความเป็นกรดของน้ำมะนาว การใส่ “น้ำผึ้ง” หรือ “โยเกิร์ต” เข้าไป อาจจะช่วยลดความระคายเคืองเท่านั้น ไม่ได้ออกฤทธิ์เป็นตัวหลัก

การนำโยเกิร์ตทาผิวหนังบริเวณใด ๆ ก็ตามไม่มีประโยชน์กับร่างกายเลย

สูตรที่ 4 : น้ำมะนาว + ขมิ้นชัน พอกหน้า ?

คาดว่า “ผงขมิ้นชัน” มีฤทธิ์ที่เรียกกันว่า “ต้านอนุมูลอิสระ” หรือ Antioxidant อาจจะทำลายอนุมูลอิสระ ที่เกิดจากการทำลายของแสงแดดที่ผิวหนัง โดยรวม ๆ แล้วตัวออกฤทธิ์หลักในการทำให้ฝ้าจางลงจะเป็นน้ำมะนาวมากกว่า

สูตรที่ 5 : น้ำมะนาว + น้ำสับปะรด + น้ำผึ้ง หรือจะใช้น้ำส้มแทนก็ได้ ?

สูตรนี้เป็นการรวมผลไม้นานาชนิด สับปะรด น้ำมะนาว หรือมีบางคนใช้มะกรูด เหล่านี้มีความเป็นกรดเหมือนกัน

“กรดผลไม้” ก็มีฤทธิ์เป็นกรด เมื่อมีการควบคุมความเข้มข้นในระดับที่เหมาะสมก็กระตุ้นให้ผิวชั้นนอก ๆ มีการลอก หรือมีการผลัดออกมา แต่ก็ทำให้เซลล์ฝ้าจางลงได้ชั่วคราวเท่านั้น

ถ้าใช้สูตรนี้แล้วมีอาการยิบ ๆ หรือระคายเคืองมาก หรือหลังจากล้างออกแล้วผิวหน้าบริเวณนั้นแดงมากผิดปกติ อาจจะต้องหลีกเลี่ยงไม่ใช้ หรืออาจจะใช้โดยการเริ่มทาด้วยช่วงเวลาน้อย ๆ ก่อน แล้วล้างออก และค่อย ๆ เพิ่มเวลาขึ้นไป แล้วดูผลที่เกิดขึ้น

การแพทย์แผนปัจจุบันไม่แนะนำให้ทำด้วยวิธีนี้ เพราะการผสมผลไม้ที่มีฤทธิ์ความเป็นกรดหรือเป็นด่างค่อนข้างสูง แล้วทาทิ้งไว้บนผิวหนังเป็นเวลานาน ๆ อาจเกิดอาการแพ้ ทำให้ผิวไหม้ กลายเป็นรอยคล้ำที่เข้มมากกว่าฝ้าเดิมก็ได้

นอกจากนี้ พบว่าบางคนใช้ปูนแดงที่กินกับหมากผสมน้ำมะนาว ผลปรากฏว่าเกิดปฏิกิริยากัดผิวหนัง ทำให้กลายเป็นแผลเป็นตามมา

รักษา “ฝ้า” ต้องทำอย่างไร ?

“ฝ้า” เป็นโรคที่พบบ่อยมากในคนเอเชียหรือคนไทย

ปัจจุบันนี้ ยังไม่มีวิธีที่ทำให้ฝ้าหายขาดได้ ทั้ง ๆ ที่มีการควบคุมอย่างดีตามมาตรฐานทางการแพทย์ จึงค่อนข้างลำบากสำหรับประชาชนทั่วไป ที่พยายามจะรักษาตัวเองแบบนี้

ฝ้าไม่มีอันตรายกับทั้งระบบของร่างกาย ปล่อยไว้ก็ไม่กลายเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือทำลายสุขภาพ และไม่ทำให้เกิดอันตรายกับผิวหนังบริเวณนั้น

ดังนั้น 5 สูตรรักษาฝ้า” มีโอกาสเกิดผลเสียมากกว่าที่จะทำให้ฝ้าหาย เป็นวิธีที่ไม่แนะนำให้ใช้ แม้จะเห็นว่าเป็นการใช้สิ่งที่มีฤทธิ์ แต่ผลก็อาจไม่เป็นตามที่คิดก็ได้

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ : 5 สูตรรักษาฝ้า ด้วยน้ำมะนาว จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...