โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐบรรลุการเจรจาการค้ากับอียู เก็บภาษี 15% ตามรอยญี่ปุ่น

PostToday

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 14.03 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 20.58 น.

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปได้บรรลุข้อตกลงทางการค้าในระดับกรอบความร่วมมือ โดยสหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีนำเข้า 15% สำหรับสินค้าส่วนใหญ่ที่ส่งออกจาก EU ซึ่งนับเป็นการหลีกเลี่ยงสงครามการค้าครั้งใหญ่ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ร่วมกันครองสัดส่วนเกือบหนึ่งในสามของการค้าโลก

การประกาศข้อตกลงมีขึ้นหลังจากนางเออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เดินทางเข้าหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ที่สนามกอล์ฟในสกอตแลนด์ตะวันตก

“นี่น่าจะเป็นข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” ทรัมป์กล่าวภายหลังการหารือร่วมกันกว่า 1 ชั่วโมง พร้อมเสริมว่า “เรามีข้อตกลงทางการค้าระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก และมันจะนำมาซึ่งเสถียรภาพและความคาดการณ์ได้”

ข้อตกลงฉบับนี้ยังครอบคลุมการลงทุนจาก EU ในสหรัฐฯ มูลค่า 600,000 ล้านดอลลาร์ และการจัดซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ มูลค่า 750,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงวาระที่สองของทรัมป์

แม้ว่าอัตราภาษีพื้นฐานที่ 15% จะถูกมองว่ายังห่างไกลจากเป้าหมายของสหภาพยุโรปที่ต้องการข้อตกลงแบบปลอดภาษี (zero-for-zero) แต่ก็ถือว่าดีกว่าทางเลือกที่จะถูกเก็บภาษีถึง 30% ซึ่งเคยเป็นภัยคุกคามก่อนหน้านี้

ปฏิกิริยาจากฝ่ายยุโรป

นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช เมิร์ตซ์ ออกแถลงการณ์ต้อนรับข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุว่าข้อตกลงนี้ช่วยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกของเยอรมนี โดยเฉพาะภาคยานยนต์

อย่างไรก็ตาม นายแบร์นด์ ลัง สมาชิกพรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งเยอรมนี และประธานคณะกรรมาธิการการค้าของรัฐสภายุโรป แสดงความกังวลต่อความไม่สมดุลของโครงสร้างภาษี และตั้งข้อสังเกตว่าการลงทุนที่สัญญาไว้จาก EU อาจมาพร้อมกับต้นทุนที่ต้องจ่ายโดยภาคอุตสาหกรรมยุโรป

ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นประมาณ 0.2% เทียบกับดอลลาร์ สเตอร์ลิง และเยน ภายในหนึ่งชั่วโมงหลังมีการประกาศข่าว

รายละเอียดของข้อตกลง

โครงสร้างของข้อตกลงนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับกรอบความร่วมมือที่สหรัฐฯ เพิ่งบรรลุกับญี่ปุ่น โดยกำหนดภาษีนำเข้าแบบคงที่ที่ 15% สำหรับรถยนต์และสินค้าอื่น ๆ

อย่างไรก็ดี อัตรานี้จะไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์เหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งจะยังคงอยู่ภายใต้อัตราภาษี 50% แต่มีแผนจะลดลงและแทนที่ด้วยระบบโควต้า

ข้อตกลงยังรวมถึงการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าบางรายการ เช่น ชิ้นส่วนอากาศยาน สารเคมีบางประเภท ยาเวชภัณฑ์บางชนิด อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ สินค้าเกษตรบางประเภท ทรัพยากรธรรมชาติ และวัตถุดิบที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยทั้งสองฝ่ายยังคงเปิดเจรจาเพื่อขยายรายการสินค้าที่จะได้รับการยกเว้นเพิ่มเติม

บริบททางการเมืองและเศรษฐกิจ

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า ข้อตกลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับสมดุลเศรษฐกิจโลก พร้อมระบุว่าสหภาพยุโรป “ต้องการข้อตกลงนี้อย่างมาก” ทั้งยังกล่าวหาว่า EU เคยปฏิบัติต่อสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นธรรม

ข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรของสหรัฐฯ ระบุว่าในปี 2024 สหรัฐฯ มีดุลการค้าขาดดุลกับ EU อยู่ที่ 235,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งยุโรประบุว่าสหรัฐฯ มีดุลเกินดุลในภาคบริการ ซึ่งช่วยชดเชยบางส่วน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ทรัมป์ขู่จะเรียกเก็บภาษี 30% ต่อสินค้านำเข้าจาก EU เริ่มต้น 1 สิงหาคม หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ซึ่ง EU เองก็ได้เตรียมมาตรการตอบโต้โดยตั้งเป้าเรียกเก็บภาษีต่อสินค้าสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 93,000 ล้านยูโร พร้อมพิจารณาใช้กลไกต่อต้านการบีบบังคับทางการค้า เพื่อจำกัดบริการจากฝั่งสหรัฐฯ ในกรณีที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...