โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ปืนพระราม 6” มีที่มาอย่างไร? ใช้ในกองกำลังใดของไทย? ใช้ครั้งแรกเมื่อใด?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 ส.ค. 2568 เวลา 07.17 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2568 เวลา 09.03 น.
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงฉายร่วมกับเหล่าเสือป่า (ภาพจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

เราอาจคุ้นกับคำว่า ถนนพระรามที่ 6, เขื่อนพระราม 6, สะพานพระราม 6 ฯลฯ แต่กับ “ปืนพระราม 6” ที่มีคำว่า “พระราม 6” เหมือนกัน คนยุคนี้อาจไม่เคยได้ยินหรือรู้จัก แล้วปืนนี้มีที่มาอย่างไร

ก่อนชื่อ “ปืนพระราม 6”

เมื่อ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงตั้ง “กองเสือป่า” ขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 ด้วยมีพระราชประสงค์เพื่อฝึกหัดข้าราชการพลเรือนให้เป็น “กำลังรักษาถิ่น” สามารถช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยในท้องถิ่นของตน และช่วยเหลือกิจการทหารในแนวหลังยามเกิดสงคราม

แต่ต่อมาทรงมีพระราชประสงค์จะให้กองเสือป่าเข้าร่วมรบกับกองทหารด้วย จึงมีการจัดตั้งกองเสือป่าขึ้นตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ที่เรียกว่า “กองเสนา” ทั่วประเทศมีทั้งสิ้น 10 กอง แต่ละกองมีกำลังพลเทียบเท่า “กองพลทหารราบ”

เหตุนี้ เสือป่าจึงจำเป็นต้องมีอาวุธประจำกาย และต้องฝึกการใช้อาวุธนั้นๆ

หากกองเสือป่าที่ตั้งขึ้นใหม่ๆ บรรดาเสือป่ายังไม่มีอาวุธประจำกายหลักอย่าง “ปืนเล็ก” เป็นของตนเอง เพราะกองเสือป่ายังไม่มีงบประมาณที่จะจัดซื้อปืนเล็กที่ทันสมัย และการจัดซื้อปืนเล็กจำนวนมากๆ จากต่างประเทศต้องใช้เวลาในการสั่งและผลิตพอสมควร

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงว่าจ้างบริษัทอังกฤษผลิต ปืนเล็ก ลี เอนฟีลด์ มาร์ค ทรี (Lee Enfield Mark III) ใช้ลูกกระสุนขนาด .303 ซึ่งเป็นแบบที่กองทัพอังกฤษใช้อยู่ขณะนั้นเข้ามาใช้ในกองเสือป่า ระหว่างรอปืนดังกล่าวก็ให้ยืมปืนเล็กจากหน่วยทหารที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงมาใช้

เมื่อบริษัทอังกฤษทยอยส่งปืนให้กองเสือป่าเป็นงวดๆ โดยเป็นเพียงหน่วยเดียวที่ใช้ปืนประเภทนี้ ปืนนำเข้าดังกล่าวจึงได้ชื่อเรียกง่ายๆ ว่า “ปืนเสือป่า”

ที่มาคำว่า “พระราม 6”

วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459 ที่ประชุมคณะพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการผู้ใหญ่ มี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงเป็นประธาน มีความเห็นว่า ควรสถาปนาพระปรมาภิไธย “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” เสียใหม่ โดยใช้ “สมเด็จพระรามาธิบดี” เป็นคำนำพระนามแทน “สมเด็จพระปรเมนทร”

ด้วยเหตุผลว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าอู่ทองเสวยราชสมบัติเป็นปฐมกษัตริย์ของกรุงศรีอยุธยา ก็ทรงใช้พระนามว่า “สมเด็จพระรามาธิบดี” เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ เสด็จเสวยราชสมบัติเป็นปฐมบรมกษัตริย์ของกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ทรงใช้พระนามว่า “สมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี”

คำว่า “สมเด็จพระรามาธิบดี” เป็นพระมหามงคลปรมาภิไธย ประกอบด้วยพระราชสิริกับนามมหาราชธานี และยังใช้เป็นสร้อยอยู่ในพระสุพรรณบัฏ ส่วนคำนำพระนามเป็น “สมเด็จพระปรเมนทร” และ “สมเด็จพระปรมินทร” เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ในรัชกาลที่ 3

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงนำความขึ้นกราบบังคมทูล พระองค์ทรงมีพระราชดำริเห็นชอบ และโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศเปลี่ยนพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ในพระราชวงศ์จักรีทั้ง 6 รัชกาล ให้ถูกต้อง

พระปรมาภิไธยในพระองค์เดิมว่า “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” จึงเปลี่ยนเป็น “พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” และโปรดลงพระปรมาภิไธยอย่างย่อว่า “ราม ร.”

คำนำพระนาม “พระรามาธิบดี” ที่ทรงใช้อย่างย่อว่า “ราม” นำมาใช้เป็นชื่อสถานที่สำคัญ ทั้งที่สร้างมาก่อนและที่สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 6 หลายแห่ง เช่น ถนนพระรามที่ 4 ถนนพระรามที่ 5 ถนนพระรามที่ 6 รวมถึงเปลี่ยนชื่อ “ปืนเสือป่า” เป็น “ปืนพระราม 6” ด้วย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พลโท ดำเนิร เลขะกุล. “ปืนพระราม 6″ใน, สารานุกรมพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เล่ม 1 ก-ม, คณะกรรมการฉลองวันพระราชสมภพครบ 8 รอบ และ 100 ปี ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์ ในงานเปิดหอวชิรานุสรณ์ วันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2524

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 สิงหาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ปืนพระราม 6” มีที่มาอย่างไร? ใช้ในกองกำลังใดของไทย? ใช้ครั้งแรกเมื่อใด?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...