โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กต.เมินเขมรร้องยูเอ็น เดินหน้าทวิภาคี ย้ำต้องยึดเอ็มโอยู43 ถกแก้ชายแดนผ่าน 'เจบีซี'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 14.20 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 23.38 น.

กต.เมินเขมรร้องยูเอ็น เดินหน้าทวิภาคี ย้ำต้องยึดเอ็มโอยู43 ถกแก้ชายแดนผ่าน ‘เจบีซี’

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ชี้แจงข้อมูล ข้อคิดเห็น และท่าทีเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังผู้แทนถาวรกัมพูชา ณ นครนิวยอร์ก ได้ส่งหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติ (UNSG) เกี่ยวกับการที่กัมพูชาจะฟ้องร้องเกี่ยวกับประเด็นพื้นที่พิพาทระหว่างไทย และกัมพูชา ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประทศ (ICJ) หรือศาลโลก

รัฐบาลไทยยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชาอย่างสันติวิธี ตามพันธกรณีทั้ง 2 ฝ่ายได้มีต่อกัน ตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 มาโดยตลอด ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าทั้ง 2 ฝ่าย จะต้องเจรจาหารือกันในกรอบทวิภาคี โดยใช้กลไกคณะกรรมาธิการร่วมชายแดน (JBC) เป็นไปตามแนวทางสอดคล้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติทุกประการ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ภาคีของความตกลงที่เป็นสนธิสัญญา จะต้องปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ลงนามไว้

“โดยบันทึกความเข้าใจ ไทย-กัมพูชา ระบุให้แก้ไขปัญหาโดยการเจรจาหารือโดย JBC ไม่ได้มีส่วนใดระบุว่าให้ใช้กลไกอื่น รวมทั้ง ศาลโลก ไทยได้ยึดมั่นพันธกรณีของความตกลงไทย-กัมพูชาอย่างเคร่งครัด ดังนั้น ไทยจึงไม่ได้เป็นฝ่ายละเมิดพันธกรณีที่มีไว้ต่อกันไว้ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยไม่ได้ไปใช้กลไกอื่นนอกเหนือจากเคยตกลงกันไว้” กต.ระบุ

กต.ระบุอีกว่า ในการแก้ไขปัญหาเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ไทยได้ใช้แนวทางการเจรจาทวิภาคีโดยกลไก JBC หรือกลไกเทียบเคียงได้กับ JBC เช่นเดียวกัน ล้วนแต่มีความคืบหน้าน่าพึงพอใจ การเจรจาเขตแดนทางบกระหว่างกับมาเลเซีย และ สปป.ลาว สำเร็จไปแล้วกว่า 90% เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าการเจรจาทวิภาคี และกลไกดังกล่าว นำมาใช้ให้เห็นผลได้ หากตั้งใจจริง และจริงใจในการดำเนินการ โดยไม่ต้องพึ่งกลไกภายนอก เช่น ICJ และนอกจากไทยแล้ว วิธีการเจรจาทวิภาคีนี้เป็นวิธีการเดียวกับที่ประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ของกัมพูชา ใช้ในการแก้ไขปัญหาเขตแดนกับกัมพูชาเช่นกัน

กต.ระบุว่า ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลไทยจึงเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีที่ให้ไว้ เป็นการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสนธิสัญญาอันเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐอย่างเคร่งครัด ด้วยการเคารพ และปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้ กล่าวคือการเจรจาทวิภาคีเพื่อแก้ไขปัญหาเขตแดนทั้งหมดตลอดแนวโดยใช้กลไก JBC รวมถึง พื้นที่ขัดแย้ง 4 จุด ที่ฝ่ายกัมพูชายังไม่ยินยอมนำเข้าหารือการเจรจาในกรอบดังกล่าวด้วย ถือได้ว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงตามบันทึกความเข้าใจปี 2543 ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าต้องทำการสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดน (demarcation) ทั้งหมดร่วมกัน ภายใต้กลไก JBC โดยไม่เอาเรื่องปัญหาเขตแดนไปสู่กลไกอื่นที่ไม่ได้ตกลงกันไว้

กต.ระบุต่อว่า ไทยเฝ้ารอกัมพูชามีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JBC มานานกว่า 12 ปี ได้เรียกร้องให้ประชุมอยู่เสมอ ก่อนที่ JBC ครั้งล่าสุดจะมีขึ้น เมื่อวันที่ 14-15 มิถุนายนที่ผ่านมา ไทยจึงขอปฏิเสธข้อกล่าวหาไม่ถูกต้องว่าไทยเป็นฝ่ายทำให้กระบวนการ JBC ต้องหยุดชะงัก เพราะไทยเองไม่เคยถอนตัวจากกระบวนการดังกล่าว แต่เรียกร้องมาโดยตลอด ดังนั้น ไทยขอเรียกร้องให้กัมพูชาเคารพพันธกรณีที่มีระหว่างกัน จะเจรจาหารือกันโดยสันติวิธี ก่อนพึ่งพากลไกอื่นอยู่นอกเหนือไปจากวิธีการได้ตกลงกัน เพื่อยุติปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาตลอดแนวตลอดไป ป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำซากในอนาคต กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนทั้ง 2 ฝั่ง

“ไทยยึดสันติวิธี และกฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต บริสุทธิ์ใจ มุ่งมั่นแน่วแน่สร้างพื้นที่ตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา กับประเทศเพื่อนบ้าน ให้กลายเป็นพื้นที่พรมแดนสันติภาพ มิตรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนา เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี ชีวิตมั่นคง เจริญก้าวหน้าของพี่น้องประชาชนอยู่ตามแนวชายแดนทั้ง 2 ฟากฝั่ง” กต.ระบุ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กต.เมินเขมรร้องยูเอ็น เดินหน้าทวิภาคี ย้ำต้องยึดเอ็มโอยู43 ถกแก้ชายแดนผ่าน ‘เจบีซี’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...