โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เอกชนหวังผู้ว่าธปท.ใหม่ รับมือบาทแข็ง-ลดดอกเบี้ยเพิ่มกำลังซื้อ ฟื้นเศรษฐกิจ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 23.46 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 05.49 น.

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 22 ก.ค. มีมติเห็นชอบแต่งตั้งนายวิทัย รัตนากร ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนที่ 25 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายและความคาดหวังในการนำพาธปท. และนโยบายการคลังของรัฐบาลไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันการดำเนินงานในยุคใหม่ภายใต้การนำของนายวิทัยถูกจับตามองเป็นพิเศษทั้งจากภาครัฐและเอกชน

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานหอการค้าไทยและนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทยเปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ ”ว่า สถานการณ์ของประเทศไทยตอนนี้มีวิกฤตเรื่องการเงิน การคลัง ที่ต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานหอการค้าไทยและนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย

จากประวัติและผลงานที่ผ่านมาของผู้ว่าธปท.คนใหม่ถือว่า มีความเชื่อมั่นในศักยภาพที่จะเข้ามาบริหารงานในปัจจุบันซึ่งไม่ใช่ช่วงเวลาปกติ

สำหรับปัญหาเร่งด่วนอันดับแรกคือ แก้เรื่องเงินบาทแข็งค่าที่ค่อนข้างผิดปกติ กระทบภาคส่งออกที่ต้องพึ่งพาอัตราแลกเปลี่ยนสูง ถัดมาคือเรื่องอัตราดอกเบี้ยและการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการ

โดยเฉพาะ SMEs แม้ธนาคารพาณิชย์มีความแข็งแรงและมีอัตรากำไรดี แต่ต้องดูแลผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยให้อยู่รอด รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ต้องเริ่มจากการทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนก่อน

“เรื่องเหล่านี้สัมพันธ์กับอัตรา 36% ที่ยังไม่แน่นอนว่า จะรวมกับภาษี 10% ที่เก็บอยู่เดิมหรือไม่ โดยภาคเอกชนตั้งความหวังไว้ว่าจะได้ประมาณ 20% เท่ากับหรือน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคู่แข่ง และยังคงต้องติดตามการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด หวังให้เศรษฐกิจไทยผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้”

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรกล่าวว่า เรื่องแรกอยากให้ผู้ว่าธปท.ใหม่ สื่อสารแนวทางดอกเบี้ยอย่างชัดเจน ว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยจะไม่ปรับขึ้น หากไม่มีแรงกดดันเงินเฟ้อ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่กำลังจะตัดสินใจซื้อบ้าน นักลงทุนต่างชาติ และ ผู้ประกอบการ

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร

เช่นเดียวกับนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทยระบุว่า เรื่องเร่งด่วนที่เอกชนอยากเห็นคือ

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย
  • ผู้ว่าธปท.ทำงานร่วมกับ ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขับเคลื่อนนโยบายการเงินและการคลังอย่างสอดคล้องกันรวดเร็วทันต่อการเปลี่ยนแปลง
  • ผลักดันการลดดอดเบี้ยนโยบายสู่การปรับดอกเบี้ยที่แท้จริง เพื่อลดภาระประชาชนและภาคธุรกิจที่แท้จริง
  • ขับเคลื่อนการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นลำดับแรกของความสำคัญเพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชนควบคู่เสถียรภาพทางการเงิน
  • สร้างการแข่งขันในระบบธนาคารพาณิชย์มากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อเงินฝาก ผ่านการเพิ่มผู้เล่นมากขึ้นในระบบธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ และ5.แก้หนี้เสียรายย่อยในระบบร่วมกับคลัง

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยสะท้อนว่า เรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ผู้ว่าธปท.ต้องดำเนินการคือ เศรษฐกิจในภาพรวมท่ามกลางความอ่อนแอของกำลังซื้อ แม้เอกชนต้องการลดดอกเบี้ยนโยบายผ่านการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในนัดถัดไป

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย

มองว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่น่าจะเป็นระยะสั้นๆ ไปสามารถลงได้มาก เนื่องจากเศรษฐกิจแย่ลง รวมถึงต้องคำนึงถึงการไหลออกของนักลงทุนต่างชาติ

“โดยสรุป ต้องเร่งพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ลดภาระหนี้สินผู้กู้ หรือหนี้ครัวเรือน ที่สำคัญ ต้องเจรจากับธนาคารพาณิชย์ให้กล้าปล่อยสินเชื่อสำหรับกลุ่มที่มีกำลังซื้อที่แท้จริง”

นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าและความกังวลเกี่ยวกับภาษีสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนของผู้ประกอบการไทย เป็นปัญหาที่ทำให้การส่งออกทำได้ยากขึ้น หากไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้เกรงว่า อุตสาหกรรมไทยในอนาคตจะถูกต่างชาติถือครองเป็นส่วนใหญ่

นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันถือว่า ค่อนข้างฝืด ถ้าไทยขาดช่วงในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง อาจทำให้ผู้ประกอบการล้มตายได้ นโยบายเรื่องการเงินการคลังในช่วงครึ่งหลังปี 2568 จะต้องทำให้เกิดประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจสูงสุดอาจเรียกว่า ช่วงจำเป็นที่จะต้องทุ่มเม็ดเงินที่มีอยู่ทั้งหมด ประคองเศรษฐกิจให้รอดในวิกฤตให้ได้ก่อน

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ)กล่าวว่า สิ่งที่ธุรกิจภาคการท่องเที่ยวและโรงแรมมีข้อเสนอแนะหลักๆ คือ การพิจารณาลดภาระทางการเงินของธุรกิจ โดยอยากให้มีการออกมาตรการผ่อนชำระดอกเบี้ย ภาระผูกพัน เพื่อให้สถาบันการเงินมีมาตรการที่ยืดหยุ่นในการช่วยเหลือภาคธุรกิจ

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ)

ทั้งนี้ปกติช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมจะเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) แต่ธุรกิจโรงแรมยังต้องชำระภาษีที่ดินทั่วประเทศ โดยเฉพาะปี 2568 ที่หลายโรงแรมขาดกระแสเงินสด โดยเฉพาะโรงแรมในต่างจังหวัดที่มีเนื้อที่เยอะ แม้ไม่ได้เป็นโรงแรมระดับ 4-5 ดาวก็ตาม จึงอยากให้ ธปท.มีมาตรการยืดหยุ่นในการบริหารจัดการต้นทุนภาระการเงินเหล่านี้

รวมถึงเรื่องความยั่งยืน ต้องการให้ธปท.พิจารณาช่องทางในการสนับสนุน โดยอาจมีแพ็กเกจช่วยให้ธุรกิจโรงแรม ดำเนินการเรื่องกรีนโฮเทล หรือโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรืออาจช่วยเรื่องค่าตรวจประเมินในอนาคต ซึ่งขณะนี้มีโรงแรมจำนวน 600 แห่งพยายามตรวจประเมินให้ผ่านเกณฑ์สู่กรีนโฮเทลในปี 2569 นี้

“ผู้ว่าธปท.คนใหม่ถือเป็นความคาดหวังว่า จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในการรับฟังเสียงสะท้อนของธุรกิจมากขึ้น เพราะขณะนี้มีเรื่องของภาษีทรัมป์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออก โรงงานการจ้างงานต่างๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ ธปท.น่าจะมีการกำหนดนโยบายที่ยืดหยุ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการ แม้ไม่ได้รับข้อเสนอไปดำเนินการ แต่ขอให้รับฟังก่อน ไม่ใช่นิ่งเฉยไปเลย”

หน้า 1 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,116 วันที่ 24 - 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...