โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ. อัพเดตล่าสุด คนไทยเสียชีวิต 11 ราย เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 09.21 น.
สมศักดิ์ เทพสุทิน

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประณามกัมพูชาโจมตีโรงพยาบาลเป็น ‘อาชญากรรมสงคราม’ เผยมีเด็ก 8 ขวบ-ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตแล้วรวม 11 ราย ยังไม่นับผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง จี้คนสั่งการต้องรับผิดชอบเป็นการส่วนตัว

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

นายชัยชนะกล่าวว่า ตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โรงพยาบาลและสถานพยาบาลได้รับความคุ้มครองเป็นพิเศษในช่วงสงคราม และห้ามโจมตีโดยเจตนา การโจมตีโรงพยาบาลถือเป็นอาชญากรอาชญากรรมสงครามที่เลวร้ายมากที่สุด

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับทราบเหตุการณ์การโจมตีพี่น้องประชาชนไทยที่เกิดขึ้น ตนเองรู้สึกโกรธและเศร้าสลดอย่างสุดซึ้ง จากเหตุการณ์ที่กองกำลังกัมพูชาได้เปิดฉากโจมตีอย่างไร้มนุษยธรรมต่อโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.สุรินทร์ และพื้นที่พลเรือนในอีกหลายจังหวัดตามแนวชายแดน การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการคุกคามอธิปไตยของชาติ แต่ยังเป็นการเหยียบย่ำคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง

นายสมศักดิ์กล่าวว่า สถานการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในวันนี้ วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.15 น. นั้นใหญ่หลวงเกินกว่าจะยอมรับได้ จากการโจมตีในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ถึง 35 ราย ในจำนวนนี้ต้องเสียชีวิตถึง 11 ราย และยังมีทหารผู้กล้าของเราได้รับผลกระทบอีก 8 นาย โดยมีรายละเอียดความสูญเสียในแต่ละพื้นที่ดังนี้

1.จังหวัดสุรินทร์ ประชาชนเสียชีวิต 2 ราย โดยเป็นเด็กอายุ 8 ขวบ 1 ราย, บาดเจ็บสาหัส 1 ราย, บาดเจ็บปานกลาง 3 ราย ส่วนทหารบาดเจ็บสาหัส 3 ราย, บาดเจ็บปานกลาง 1 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย

2.จังหวัดอุบลราชธานี ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย, บาดเจ็บสาหัส 4 ราย

3.จังหวัดศรีสะเกษ ประชาชนเสียชีวิต 8 ราย โดยเป็นเด็กอายุ 15 ปี 1 ราย, บาดเจ็บสาหัส 3 ราย, บาดเจ็บปานกลาง 8 ราย, บาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย และทหารเสียชีวิต 1 ราย, บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย

4.จังหวัดบุรีรัมย์ ประชาชนบาดเจ็บปานกลาง 1 ราย

“กระทรวงสาธารณสุขขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการโจมตีโรงพยาบาลและประชาชนชาวไทย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและอนุสัญญาเจนีวาอย่างร้ายแรง ซึ่งในบรรดาผู้เสียชีวิตนั้นมีเด็กผู้บริสุทธิ์รวมอยู่ด้วย การทำร้ายเด็กถือเป็นการกระทำที่น่าละอายและไม่อาจให้อภัยได้ที่สุด” นายสมศักดิ์กล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวว่า โรงพยาบาลต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยเสมอ การจงใจยิงอาวุธใส่สถานพยาบาล คือการกระทำที่ข้ามเส้นแบ่งความเป็นมนุษย์ ดังที่มาตรา 18 แห่งอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “โรงพยาบาลพลเรือนจะต้องไม่ถูกโจมตีไม่ว่าในสถานการณ์ใด ๆ แต่จะต้องได้รับความเคารพและคุ้มครองจากคู่ขัดแย้งตลอดเวลา” การกระทำของกัมพูชาในครั้งนี้จึงเข้าข่ายการละเมิดอย่างร้ายแรง และถือเป็น “อาชญากรรมสงคราม” อย่างชัดเจน ผู้สั่งการและผู้ลงมือจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำอันเลวร้ายนี้เป็นการส่วนตัว

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ในนามของกระทรวงสาธารณสุข เราขอเรียกร้องอย่างหนักแน่นที่สุด ดังนี้ 1.รัฐบาลกัมพูชาต้องแสดงความรับผิดชอบ และหยุดการกระทำโดยทันที และ 2.รัฐบาลกัมพูชาต้องร่วมเยียวยาความสูญเสียทั้งหมด

“ผมขอยืนยันว่าความปรารถนาสูงสุดของกระทรวงสาธารณสุข คือการหยุดยั้งความโหดเหี้ยมนี้ เราขอเรียกร้องให้ประเทศกัมพูชายุติการกระทำอันเป็นอาชญากรรมสงครามนี้โดยทันที และหันกลับมาเคารพหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ สุดท้ายนี้ผมขอส่งความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย และขอให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนว่า กระทรวงสาธารณสุขจะระดมสรรพกำลังทั้งหมดในการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด และรัฐบาลไทยจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเกียรติภูมิของชาติ และเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนไทยทุกคน” นายสมศักดิ์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สธ. อัพเดตล่าสุด คนไทยเสียชีวิต 11 ราย เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...