โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศึกนอกยุ-ศึกในสั่น “เอกชน” ชี้ยุบสภาฯ ฉุดเศรษฐกิจ “พังแน่”

อีจัน

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 13.59 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 06.42 น. • อีจัน

จากกรณี สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ปล่อยคลิปเสียงบทสนทนากับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย ส่งผลให้พรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงถอนตัวจากฝ่ายค้าน รวมถึงพรรคฝ่ายค้าน ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาฯ หรือ ให้ น.ส.แพทองธารฯ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (19 มิ.ย.68) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงทางเลือกของรัฐบาล ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองไทย โดยมีมุมมอง 3 ทางเลือกที่อาจเกิดขึ้นต่อจากนี้

1.ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้กระแสตีกลับในเชิงบวกต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เป็นทางเลือกที่ขนาดนี้อยู่ในเส้นทางนี้ 2.การเลือกตั้งใหม่ โดยที่นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง 3.การคืนอำนาจให้กับประชาชน หมายถึงประชาชนเห็นด้วยกับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีทำหรือไม่ หรือเห็นด้วยกับข้อสังเกตของสังคมที่กล่าวหานายกรัฐมนตรีว่าปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ถ้าถามเหตุการณ์ 2 ลำดับแรกจะมีผลต่อเศรษฐกิจอย่างไรนั้น หากเป็นข้อ 1 ตีความว่าสภาฯ ไม่ได้มีข้อเสียหาย แล้วไม่มีเหตุผลในการยุบสภาฯ แล้วถ้าไม่มีการยุบสภาฯ การพิจารณาเรื่องต่างๆ ทั้งกฎหมายงบประมาณของสภาฯ ยังคงดำรงต่อไป

ดังนั้น งบประมาณแผ่นดินยังสามารถพิจารณาได้ต่อเนื่อง เพียงแต่ว่าใครเป็นรัฐบาล งบประมาณยังใช้โครงสร้างเดิมหรือไม่ เพราะฉะนั้นไม่มีผลต่อเศรษฐกิจเพราะงบประมาณถูกใช้ตามปกติ และไม่มีการล่าช้าไปอีก 6-9 เดือน

“หากมีการยุบสภาฯ จะมีปัญหาในเรื่องเศรษฐกิจได้รับผลกระทบ จากงบประมาณเกิดการใช้ล่าช้าอีก 6-9 เดือน ดังนั้น รัฐบาลจะประคองงบฯ ไปถึงแค่ไหน”นายธนวรรธน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอาจต้องดูกระแสสังคมว่ารุนแรงแค่ไหน และแรงเสียดทานทางการเมืองจะรุนแรงแค่ไหน แรงกดดันต่อพรรคร่วมรัฐบาลเป็นอย่างไร เพราะกรณีที่เกิดขึ้น ไม่ใช่กรณีทั่วไป แต่เป็นกรณีที่พูดถึงการทำหน้าที่ที่เหมาะสมหรือไม่ และพูดถึงรัฐบาลอยู่ในมิติที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศหรือไม่ คือสิ่งที่สังคมตั้งประเด็น

ดังนั้น แรงกดดันที่พรรคภูมิใจไทยทำในการลาออกก็เป็นแรงกดดันของพรรครวมรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลอยู่ภายใต้แกนนำของพรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาลจะถูกกระแสสังคมวิจารณ์หรือไม่ ต่อมาหากมีการเปลี่ยนขั้วเปลี่ยนข้าง โดยให้พรรคภูมิใจไทย หรือพรรคประชาชน เป็นแกนนำฝ่ายค้าน รัฐบาลจะมีเสถียรภาพหรือไม่

“รัฐบาลยังอยู่ได้และงบประมาณสามารถผ่านไปได้จะไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ดูเมื่อวาน (18 มิ.ย.) ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวต่ำลง -17 จุด ซึ่งต้องดูกระแสว่าจะเป็นอย่างไร”นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า เศรษฐกิจครึ่งหลังปีนี้ ได้งบประมาณ 1.15 แสนล้านบาท จากงบฯ 1.57 แสนล้านบาท จะนำเงินโครงการหลากหลายและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 0.4-0.5% แต่ก็ขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากเสนอโครงการผ่านก็สามารถดำเนินการตามแผนได้

ขณะเดียวกัน หากโครงการเหล่านี้ไม่ผ่าน ครม. แสดงว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดหวังว่าจะมีเงินหมุนในไตรมาส 3/2568 ซึ่งเงินดังกล่าวจะถูกขยายระยะเวลา ทำให้เกิดความล่าช้าออกไป

“แน่นอนว่าการดำรงอยู่ของรัฐบาล มีผลต่องบประมาณ ถ้ารัฐบาลใหม่มีการเปลี่ยนขั้ว แต่รื้องบฯ ใหม่ หรือจะเดินหน้าต่อ ล้วนมีผลต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงจะโต 1-1.5%”นายธนวรรธน์ กล่าว

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยที่สุด คือ ให้สภาฯ ดำรงอยู่ตอไป จะทำให้งบประมาณจะถูกปล่อยออกมาไม่ล่าช้า และมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปลายปีนี้ และปี 2569 อย่างไรก็ตาม ควรทำให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพเร็วที่สุดจะดีต่อการเมืองและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...