โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Merkle Capital ชี้ 3 ปัจจัยพลิกเกมตลาดลงทุนครึ่งปีหลัง ส่องโอกาสตลาดคริปโทฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 17.48 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 10.48 น.

Merkle Capital มองเดือนกันยายนคือจุดเปลี่ยนสำคัญหลังเฟดจ่อลดดอกเบี้ยครั้งแรก ชี้ 3 ปัจจัยหนุน ทั้งสัญญาณเฟด, ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่านที่ผ่อนคลาย, และสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนที่คลี่คลายลง หากทุกอย่างเป็นใจ ตลาดลงทุนครึ่งปีหลังสดใส พร้อมเห็นโอกาสตลาดคริปโทฯ ไทยหลังรัฐเว้นภาษี

19 มิถุนายน 2568 นายวรเมธ จันทร์เสน Investment Consultant บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวในสัมมนาในหัวข้อ “FED คงดอกเบี้ยตลอดครึ่งปีแรก เมื่อไหร่ถึงคิวเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อ?” ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกแม้เฟดยังไม่ลดดอกเบี้ย แต่เดือนกันยายนคือจุดเปลี่ยนที่ต้องจับตา เพราะเป็นช่วงที่เฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยครั้งแรก ซึ่งอาจส่งผลต่อสินทรัพย์ทั่วโลก จาก 3 ปัจจัย ดังนี้

1. เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมล่าสุด พร้อมส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ (เดือนกันยายนและธันวาคม) แต่การลดดอกเบี้ยในรอบนี้เกิดขึ้น “ช้ากว่าที่คาด” เนื่องจากเฟดยังกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาจากปัจจัยด้านสงครามการค้าของทรัมป์

ทั้งนี้ จาก Dot Plot ล่าสุด พบว่า เฟดคาดว่าจะลดดอกเบี้ยแค่ 2-4 ครั้งจากนี้จนถึงปลายปี 2027 ซึ่งหมายความว่าโลกอาจกำลังเข้าสู่ “โซนดอกเบี้ยต่ำสุด” ซึ่งเป็นจุดที่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมักเริ่มฟื้นตัว

2. ด้านกรณีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน แรงกดดันต่อตลาดการลงทุนเริ่มลดลงแล้ว หากไม่มีประเทศที่สามเข้ามาแทรกแซง สถานการณ์ก็จะไม่ลุกลาม และจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน

3. สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของเฟด โดย สัญญาณจากทั้งสองฝ่ายเริ่มผ่อนคลายลงชัดเจน

ทั้งนี้แม้สหรัฐฯ จะยังคงประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าจากจีนสูงถึง 55% แต่จีนเองก็ไม่ได้ตอบโต้เต็มรูปแบบ และมีแนวโน้มใช้ “ดีลอื่น” เข้ามาคานน้ำหนักในทางปฏิบัติ

นายวรเมธ กล่าวว่า ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งจะครบกำหนด 90 วัน ของการ “พัก” มาตรการภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ ใช้เป็นระยะเวลาผ่อนคลายกับประเทศอื่นๆ โดยหากสามารถขยายเวลานี้ออกไปได้ อาจจะเป็นการเปิดทางให้เฟดลดดอกเบี้ย และลดแรงกดดันจากฝั่งเงินเฟ้อได้

อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาล้มเหลว และสหรัฐฯ กลับมาเดินหน้าใช้มาตรการภาษีเต็มรูปแบบอีกครั้ง จะส่งผลโดยตรงต่อเงินเฟ้อ ทำให้แนวโน้มการลดดอกเบี้ยต้องชะลอลง

“จากทั้งสามปัจจัยอย่าง ดอกเบี้ยเฟด ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้า ในไตรมาส 3 คือช่วงที่น่าจับตามองที่สุด โดยเฉพาะเดือนสิงหาคม-กันยายนที่อาจกำหนดทิศทางนโยบายการเงินและตลาดการลงทุนตลอดครึ่งปีหลัง และหากเฟดลดดอกเบี้ยได้ตามแผน และภาษีไม่กลับมากดดันเพิ่ม ก็อาจช่วยคลายแรงกดดันต่อตลาดได้” นายวรเมธ กล่าว

สำหรับด้านตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรส่วนทุน (Capital Gains) จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 ในระยะเวลา 5 ปี มองว่าเป็นการเพิ่มการตระหนักรู้ได้มากขึ้นอย่างแน่นอน และหากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อคุ้มครองนักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลก็จะยิ่งทำให้ดีมานด์ไหลเข้ามาเพิ่มในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

อย่างไรก็ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยยังน้อย แม้ว่าจะมีการปรับขึ้นมาบ้าง เพราะผลตอบแทน Altcoin หรือสินทรัพยดิจิทัลทางเลือกนอกเหนือจากบิทคอยน์ ยังไม่ค่อยดี ประกอบกับปัจจัยภายนอกและเศรษฐกิจไทยกดดัน ทำให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนยังไม่กลับมา แต่หากปัจจัยภายนอกคลี่คลาย กฎหมายไทยเอื้อต่อการลงทุน รวมทั้งเศรษฐกิจไทยกลับมาโตได้บ้าง จะทำให้ปริมาณการซื้อขายกลับมาแน่นอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...