โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ย้อนที่มา 20 โบราณวัตถุ หลังอิ๊งค์สั่งเบรก ทำไมรบ.ก่อนๆ ถึงมีมติส่งคืนกัมพูชา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 08.52 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 05.12 น.

ย้อนที่มา 20 โบราณวัตถุ หลังอิ๊งค์สั่งเบรก ทำไมรบ.ก่อนๆ ถึงมีมติส่งคืนกัมพูชา

20 โบราณวัตถุ – จากรณีที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม สั่งทบทวนการส่งคืนโบราณวัตถุ จำนวน 20 ชิ้น ให้กับกัมพูชา เนื่องจากการจัดสรรงบประมาณของกรมศิลปากรไม่เพียงพอในการขนส่ง และไม่เป็นเรื่องเร่งด่วนในการของบกลาง รวมทั้งสถานการณ์ไทย-กัมพูชาด้วยนั้น

ล่าสุด 5 กรกฎาคม 2568 นายพายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีกรณีข่าวการส่งคืนโบราณวัตถุ 20 รายการให้กัมพูชาว่า เรื่องนี้ถูกคนบางกลุ่มนำมาบิดเบือนอย่างจงใจกล่าวหาว่า รัฐบาลแพทองธาร“ขายชาติ ยกสมบัติให้ต่างประเทศ” ทั้งที่ข้อเท็จจริงทั้งหมดชัดเจนและได้มีมติ ครม. สืบเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านี้แล้ว
คำถามคือ – กลุ่มคนที่กล่าวหานี้ทราบข้อเท็จจริงหรือไม่? หรือรู้แต่จงใจบิดเบือนเพื่อหวังผลอะไรบางอย่าง? เพราะข้อเท็จจริงกรณีนี้มีดังนี้
1.โบราณวัตถุเหล่านี้ไม่เคยเป็นสมบัติของประเทศไทยตั้งแต่ต้น
2.ถูกกรมศุลกากรยึดไว้เมื่อปี 2543 ขณะถูกลักลอบนำเข้าจากสิงคโปร์โดยผิดกฎหมาย
3.กรมศิลปากรตรวจสอบหลายครั้ง ก่อนที่กัมพูชาจะส่งหลักฐานยืนยันกรรมสิทธิ์อย่างเป็นทางการในปี 2567
4.รัฐบาลไทยจึงดำเนินการตามหลักฐาน ข้อกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ
ในระดับสากล การคืนโบราณวัตถุเช่นนี้ถือเป็น “มาตรฐานของประเทศที่เจริญแล้ว” เพราะสะท้อนความรับผิดชอบในฐานะ “รัฐภาคีที่สุจริต” ภายใต้กรอบของ UNESCO และความตกลงทวิภาคี ไทย-กัมพูชา ซึ่งมีผลผูกพันทางกฎหมาย ไม่ใช่อคติทางการเมือง
รัฐบาลไทยไม่ได้ “ยกให้” แต่ “คืนของที่ไม่ใช่ของเรา” ตามกระบวนการที่ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนและที่สำคัญทั้งหมดเกิดก่อนที่ท่านนายกฯแพทองธารจะมาเป็น รมว.กระทรวงวัฒนธรรมด้วยซ้ำไป (ท่านเพิ่งเข้ากระทรวงวันนี้เป็นวันแรก) การนำรูปท่านมาประกอบพาดหัวข่าวเช่นนี้เหมือนมีเจตนาสร้างความเข้าใจผิด
ยิ่งไปกว่านั้นการกระทำของรัฐบาลยังเป็นหลักฐานชัดเจนว่า..
– ประเทศไทยไม่สนับสนุนการลักลอบขนย้ายและค้าทรัพย์สินทางวัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็นของชาติใด
– ประเทศไทยยึดหลักนิติธรรมไม่ใช่ปลุกกระแสโหนชาตินิยมบิดเบือนความเป็นจริงเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม
ใครก็ตามที่ยังพยายามบิดเบือนและป้ายสีว่า “รัฐบาลยกสมบัติชาติให้เขมร” ก็เท่ากับว่าบุคคลเหล่านั้นกำลังดูถูกสติปัญญาของประชาชน และกำลังลดเกียรติภูมิของประเทศไทยในสายตาประชาคมโลก รัฐบาลนี้ไม่โหนความชาตินิยมราคาถูกเพื่อเอาตัวรอด
แต่เลือกที่จะยืนหยัดบนหลักฐานกฎหมาย และความสุจริตที่ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน เพราะการรักษาเกียรติของประเทศไม่ใช่การยึดของคนอื่นไว้ด้วยความเงียบงัน (เช่น บางประเทศที่ได้ไปทำการยึดมาเองในสมัยล่าอาณานิคม) แต่คือการกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ท่ามกลางเสียงที่พยายามบิดเบือนเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการนำมาโจมตีครับ”

ทั้งนี้ สำหรับ 20 รายการดังกล่าว ถือเป็นล็อตเดียวกับ 43 รายการเมื่อปี 2543 ที่กรมศุลกากร ตรวจยึดได้จากลักลอบนำเข้าจากสิงคโปร์

ตามข้อมูลภายหลังที่รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ได้มีมติครม.ส่งคืนล็อตสุดท้ายเมื่อปี 2568 โดย นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เปิดเผยว่า ภายหลังกรมศุลกากรได้ตรวจยึดวัตถุโบราณ 43 รายการดังล่าว กรมศิลปากรได้มีการตรวจสอบและมอบโบราณวัตถุคืนให้กัมพูชา ตามมติ ครม. เมื่อปี 2552 และ ปี 2558) แล้ว จำนวน 23 รายการ คงเหลือโบราณวัตถุอีก 20 รายการ

จากนั้น กรมศิลปากรได้ตรวจสอบแล้ว ไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีถิ่นกำเนิดในกัมพูชาหรือไม่ เนื่องจากโบราณวัตถุทั้ง 20 รายการ เป็นโบราณวัตถุที่สามารถพบได้ในโบราณสถานทั้งในประเทศไทยและกัมพูชา

ทำให้ครม.มีมติเมื่อ ปี 2558 ให้กรมศิลปากรแจ้งผลการตรวจสอบดังกล่าวให้รัฐบาลกัมพูชาทราบ โดยหากรัฐบาลกัมพูชาประสงค์จะขอรับโบราณวัตถุดังกล่าวคืน ขอให้รัฐบาลกัมพูชาจัดส่งหลักฐานยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าโบราณวัตถุทั้ง 20 รายการ เป็นโบราณวัตถุที่มีถิ่นกำเนิดในกัมพูชา ในครั้งนั้น รัฐบาลกัมพูชาได้ส่งคำร้องเพื่อขอรับคืน พร้อมทั้งส่งเอกสารและหลักฐานยืนยันสิทธิเรียกร้องในวัตถุโบราณดังกล่าว

จากการตรวจสอบของกรมศิลปากร ยืนยันได้ว่า โบราณวัตถุทั้ง 20 รายการ เป็นวัตถุที่มีแหล่งกำเนิดในกัมพูชา กระทรวงวัฒนธรรม จึงขออนุมัติมอบโบราณวัตถุ 20 รายการ คืนให้กัมพูชา ดังภาพด้านล่างนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้อนที่มา 20 โบราณวัตถุ หลังอิ๊งค์สั่งเบรก ทำไมรบ.ก่อนๆ ถึงมีมติส่งคืนกัมพูชา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...