โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เศรษฐีทั่วโลกแห่ย้าย “ทองคำ” เก็บ “สิงคโปร์” หนีความเสี่ยงโลก ยอดสั่งเก็บพุ่ง 88% ใน 4 เดือน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 04.19 น.

ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ดันเศรษฐีทั่วโลกแห่ขน "ทองคำ" ออกนอกประเทศ โดย “สิงคโปร์” ขึ้นแท่นจุดหมายยอดนิยม ยอดสั่งเก็บทอง-เงินพุ่ง 88%

วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 เวลา 21.12 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า กลุ่มมหาเศรษฐีทั่วโลกกำลังเร่งเคลื่อนย้ายทองคำของตนไปเก็บรักษาในต่างประเทศมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ปั่นป่วนตลาด โดยสิงคโปร์ กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

ใกล้สนามบินของประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้ มีอาคารสูง 6 ชั้นที่มีชื่อว่า“The Reserve” ซึ่งเป็นสถานที่เก็บทองคำและเงินแท่ง มูลค่ารวมราว 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวอาคารถูกหุ้มด้วยหินโอนิกซ์ (onyx) และมีระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ภายในมีทั้งห้องนิรภัยส่วนตัวและห้องเก็บกล่องนิรภัยสูงถึงสามชั้น

Gregor Gregersen ผู้ก่อตั้ง The Reserve เปิดเผยว่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายนปีนี้ คำสั่งจัดเก็บทองคำและเงินเพิ่มขึ้นถึง 88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ขณะที่ยอดขายทองคำและเงินแท่งพุ่งขึ้น 200% ในช่วงเวลาเดียวกัน

“เศรษฐีจำนวนมากกำลังเฝ้าดูสถานการณ์ภาษี การเปลี่ยนแปลงของโลก และความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ …การนำโลหะมีค่าไปไว้ในเขตอำนาจที่ปลอดภัยอย่างสิงคโปร์ และอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ที่เชื่อถือได้ กลายเป็นเทรนด์ใหญ่ในตอนนี้”

โดยราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางความวุ่นวายจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ และการเทขายสินทรัพย์ของสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ในเดือนเมษายน โดยราคาทองคำสปอตล่าสุดอยู่ที่ 3,346.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ราคาทองจะเริ่มเย็นลงจากความหวังในข้อตกลงการค้า แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายยังเชื่อว่า ทองคำอาจพุ่งไปถึง 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปีหน้า

อีกแนวโน้มสำคัญคือ นักลงทุนรายใหญ่หันมาถือ “ทองแท่งจริง” แทน Paper Gold เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านคู่สัญญา (counterparty risk) เช่น กรณี Silicon Valley Bank ล่มในปี 2023 ทำให้ผู้คนไม่ไว้วางใจการถือทองคำในรูปแบบหน่วยลงทุนหรือในระบบธนาคาร

John Reade หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของสภาทองคำโลก (World Gold Council) กล่าวว่า “หลายคนไม่มั่นใจระบบการเงินโลก จึงเลือกถือทองผ่านบริษัทเอกชนที่ไม่ใช่ธนาคาร”

Jeremy Savory ผู้ก่อตั้ง Millionaire Migrant บริษัทที่ปรึกษาด้านสัญชาติสำหรับเศรษฐี กล่าวว่า ลูกค้าในประเทศที่ไม่มั่นใจธนาคาร เช่น เลบานอน อียิปต์ และแอลจีเรีย ไม่อยากเก็บทองในธนาคารในประเทศของตนเอง

แม้การถือทองคำแท่งจะมีต้นทุนธุรกรรมและการเคลื่อนย้ายสูงกว่าทองคำในรูปแบบกระดาษ แต่นักลงทุนระยะยาวยังคงมองว่า ความปลอดภัยและอิสระจากความเสี่ยงระบบธนาคารเป็นสิ่งสำคัญ

Nicky Shiels นักกลยุทธ์จากบริษัท MKS Pamp กล่าวว่า สิงคโปร์ได้รับสมญานามว่า “เจนีวาแห่งเอเชีย” ด้วยภาพลักษณ์ของประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นศูนย์กลางการขนส่ง (transit hub) ทำให้สะดวกต่อการเก็บและรับทองคำ ส่วนดูไบ แม้จะปลอดภัยและเป็น transit hub เช่นกัน แต่ Savory เสริมว่า การจัดเก็บทองในดูไบมีขั้นตอนเอกสารที่ยุ่งยากกว่า ซึ่งลูกค้าบางคนไม่ชอบ

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...