โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. เปิด 3 กลไกใหม่ ช่วย SME เข้าถึงสินเชื่อ เริ่มปลายปี 69

การเงินธนาคาร

อัพเดต 9 กันยายน 2569 เวลา 21.26 น. • เผยแพร่ 19 นาทีที่แล้ว

ธปท. เตรียมออก 3 กลไก SME Credit Portal -กลไกค้ำประกันใหม่ และ Alternative Data Bureau แก้ปัญหา SME ถูกปฏิเสธสินเชื่อ-เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน เน้นกลุ่มมีศักยภาพ คาดเริ่มปลายปี 2569-2570

9 ก.ย. 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในหัวข้อ SMEs แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต ในงาน TNN Future Forum 2026 "Thailand Beyond Tomorrow” ว่า ธปท. มีบทบาทต่างจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เนื่องจาก ธปท. รับหน้าที่ทั้งการดูแลนโยบายการเงิน (Monetary Policy) และการกำกับดูแลสถาบันการเงินควบคู่กัน มาตรการต่างๆ ที่ออกมาจึงเป็นการใช้อำนาจกำกับสถาบันการเงินเพื่อเข้าไปแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างโดยตรง

โดยเศรษฐกิจไทยเผชิญกับความผันผวนและแรงช็อกถึง 5 ครั้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ศักยภาพการเติบโตลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนวิกฤตปี 2540 เศรษฐกิจไทยเคยเติบโตเฉลี่ย 7–8% ต่อปี แต่หลังวิกฤตปี 40 ชะลอลงเหลือ 5.3% หลังวิกฤตการเงินโลกเหลือ 3.7% และหลังวิกฤตโควิด-19 เติบโตเฉลี่ยเพียง 2.4%

สำหรับภาพรวมปี 2569 เดิมคาดการณ์ว่าจะเติบโตเพียง 1.8–1.9% แต่ด้วยมาตรการพยุงและกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ราว 2.3% อย่างไรก็ตาม อัตราดังกล่าวถือว่ายังต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับระดับที่ควรจะเป็น ที่ 3–4% ทำให้รายได้ของภาคครัวเรือนและผู้ประกอบการโตไม่ทันกับค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างสะสม ทั้งเสถียรภาพทางการเมือง สังคมสูงวัย โครงสร้างการศึกษา และปัญหาธุรกิจสีเทา

นายวิทัย กล่าวต่อว่า ธปท. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการแก้ไขปัญหาของกลุ่ม SME เนื่องจากเป็นฟันเฟืองสำคัญที่มีการจ้างงานสูงถึง 13.6 ล้านคน คิดเป็น 70% ของการจ้างงานทั้งประเทศและมีสัดส่วนต่อ GDP ถึง 35% อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ยอดสินเชื่อ SME กลับติดลบติดต่อกันยาวนานถึง 16 ไตรมาส สวนทางกับสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ที่เริ่มกลับมาขยายตัวเป็นบวก สะท้อนถึงภาวะการฟื้นตัวที่เป็นรูป K-Shaped ชัดเจน ขณะที่ยังพบวิกฤตเชิงโครงสร้างของ SME ไทยในหลายมิติ เช่น

  • สัดส่วนต่อ GDP ลดลง ในอดีตช่วงที่ GDP โต 3.5% SME เคยมีสัดส่วนส่งเสริมการเติบโตถึง 1.9% แต่ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 1%
  • อัตราการรอดชีวิตต่ำ จากข้อมูล SME ที่จัดตั้งเป็นนิติบุคคลราว 130,000 แห่ง พบว่าเมื่อผ่านไป 10 ปี จะปิดกิจการไปถึง 50% และเมื่อผ่านไป 25 ปี จะเหลือรอดเพียง 30%
  • ศักยภาพการทำกำไรลดลง SME ที่จัดตั้งหลังปี 2556 เมื่อดำเนินกิจการผ่านไป 10 ปี รายได้เติบโตเพิ่มขึ้นช้ากว่า SME รุ่นเก่าอย่างมาก
  • การเข้าถึงสินเชื่อยาก SME รายใหม่ ที่ไม่มีประวัติทางการเงินน มีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 78% โดยกลุ่ม SME ที่พึ่งเปิดมาได้ 0–5 ปี สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้จริงเพียง 11% เท่านั้น ขณะที่SME ที่มีประวัติหนี้เสียเดิมถูกปฏิเสธสินเชื่ออยู่ที่ 86% และในความเป็นจริงอาจสูงถึง 90% ส่วน SME เกรดเอ หรือ กลุ่มที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 30% แรก กลับสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้เพียง 21% เท่านั้น เทียบกับธุรกิจรายใหญ่ระดับท็อป 30% ที่เข้าถึงได้ถึง 61%
  • แบกรับดอกเบี้ยแพง SME มีต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยสูงถึง 6.9% ขณะที่ธุรกิจรายใหญ่จ่ายดอกเบี้ยเพียงประมาณ 3.9% หรือราว 3% ในปัจจุบันสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากอัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ของ SME ที่พุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 9–9.5% เทียบกับรายใหญ่ที่มี NPL ต่ำกว่า 2%
  • ธุรกิจซอมบี้ (Zombie Firms) พุ่งสูงผู้ประกอบการที่มีกำไรไม่พอจ่ายดอกเบี้ย (Zombie Firms) เพิ่มขึ้นจาก 2% เป็นเกือบ 6%

“เราไม่สามารถช่วย SME ให้เข้าถึงสินเชื่อได้ทุกราย โดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่ไม่มีศักยภาพหรือไม่ปรับตัว กลุ่มที่เป็น Zombie Firms จำเป็นต้องปล่อยไปตาม ขณะที่ภาคจริง หรือ Real Sector โดยธปท. จะมุ่งเน้นสนับสนุนกลุ่ม SME ที่มีกำไรและยังขยายตัวได้ ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ราว 38% ให้เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการได้รับสินเชื่อ เพื่อประคองให้ธุรกิจสามารถเติบโตและเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป”

นายวิทัย กล่าวว่า เพื่อลดอุปสรรคสำคัญด้านต้นทุนความเสี่ยง หรือ Credit Cost ของ ธปท. ได้วางโครงสร้างระบบนิเวศใหม่ผ่าน 3 โครงการหลัก ที่จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ปลายปี 2569 ถึงปี 2570 ได้แก่

  • SME Credit Portal แพลตฟอร์มกลางจับคู่ระหว่าง SME ที่มีศักยภาพกับสถาบันการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของรัฐ และ Non-Bank เพื่อแก้ปัญหาความไม่สมบูรณ์ของข้อมูล โดยบูรณาการความร่วมมือกับหอการค้าไทย สมาพันธ์ SME และสถาบันการเงิน คาดว่าจะเปิดตัวในเดือน ธ.ค. 2569
  • กลไกการค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่ ดำเนินการขนานไปกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โดยไม่ใช้วบประมาณแผ่นดินแต่ใช้เงินส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF) ประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งทดสอบกลไกแล้วสามารถปล่อยสินเชื่อได้ 70,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าไว้ที่ 80,000 ล้านบาท ขณะที่ตั้งเป้าหมายระยะยาวจะช่วยปล่อยสินเชื่อได้ปีละ 100,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับ บสย. อีก 100,000 ล้านบาท จะทำให้มีวงเงินค้ำประกันรวม 200,000 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นครึ่งหนึ่งของความต้องการสินเชื่อ SME ทั้งปีที่ราว 400,000 ล้านบาท โดยเตรียมเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในอีก 3–4 เดือนข้างหน้า และหวังว่าจะเกิดขึ้นได้ในปี 2570
  • Alternative Data Bureau โครงการร่วมมือที่มีกระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพ โดยการนำข้อมูลทางเลือก เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ การเสียภาษี E-statement ข้อมูล Payment Gateway และข้อมูลโทรศัพท์มือถือ มารวบรวมเพื่อวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ โดยมี 2 วัตถุประสงค์หลัก คือ (1) ช่วยกลุ่มอาชีพอิสระและ SME เข้าถึงสินเชื่อในระบบง่ายขึ้น และ (2) คัดกรองและสแกนกลุ่มธุรกิจสีเทาหรือการธุรกรรมที่ผิดปกติ เช่น ทองคำ เงินตราต่างประเทศ คริปโทเคอร์เรนซี ออกจากระบบการเงิน ทั้งนี้คาดว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นในปี 2570

"ทั้ง 3 เรื่อง ทั้ง SME Credit Portal กลไกค้ำประกันใหม่ และ Alternative Data Bureau จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับเปลี่ยนระบบนิเวศทางการเงิน ช่วยเหลือ SME ที่มีศักยภาพให้เดินหน้าต่อได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจของธปท. ในการเข้ามาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ"

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...