อิหร่านงัดมิสไซล์ใหม่ขู่สหรัฐฯ จ่อตั้งเขตห้ามเข้าฮอร์มุซ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานสถานการณ์สงครามในวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 โดย นายโมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ส่งคำเตือนอย่างแข็งกร้าวไปยังวอชิงตัน ระบุว่าอิหร่านพร้อมตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ด้วยการประกาศเขตห้ามเข้าทางทะเลตั้งแต่ขอบเขตที่สหรัฐฯ ปิดล้อม ไปจนถึงน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียทั้งหมด โดยเรือลำใดที่รุกล้ำสัญจรโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถูกใส่ชื่อไว้ในบัญชีดำคว่ำบาตรของอิหร่านทันที
นายเรซาอีระบุว่า สหรัฐฯ ได้รับคำเตือนอย่างชัดเจนจากการทดลองยิงขีปนาวุธวิถีโค้งรุ่นใหม่ "คาสเซม บาซีร์" (Qassem Basir) เข้าใส่เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ บริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสื่อทางการอิหร่านระบุว่าเป็นขีปนาวุธที่ได้รับการอัปเกรดระบบนำทาง คล่องตัวสูง สามารถหลบหลีกระบบป้องกันภัยทางอากาศและต่อต้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ได้ แม้กองทัพสหรัฐฯ จะออกมาตอบโต้ว่าเรือรบอเมริกันสามารถหลบหลีกการโจมตีได้ทั้งหมดโดยไม่ได้รับความเสียหายก็ตาม
ท่ามกลางการปิดล้อมทางทะเลที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ข้อมูลการสัญจรเรือพาณิชย์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ทรุดร่วงลงเหลือเฉลี่ยเพียง 10 ลำต่อวัน ซึ่งเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย ยืนยันเป้าหมายยุทธการ "Operation Epic Fury" โดยลั่นวาจาว่า
"ราคาน้ำมันจะร่วงลงอย่างรุนแรงเมื่อเราชนะสงครามกับอิหร่าน มันจะลดลงเหลือ 3 ดอลลาร์ และท้ายที่สุดจะต่ำกว่า 2 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และอิหร่านจะไม่วันมีอาวุธนิวเคลียร์"
ความขัดแย้งยังลุกลามไปยังแนวรบอื่นในภูมิภาค เมื่อกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลทางตอนใต้ของเลบานอนเมื่อวันจันทร์ คร่าชีวิตประชาชนไปอย่างน้อย 12 ราย นับเป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ ซึ่งทำให้สถานการณ์การเจรจาสงบศึกยุ่งยากซับซ้อนยิ่งขึ้น เนื่องจากทางการเตหะรานยื่นคำขาดว่า ข้อตกลงหยุดยิงใดๆ กับสหรัฐฯ จะต้องรวมถึงการยุติการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนด้วย