ทลายแก๊งเวียดนามครบวงจร ทั้งส่งยา-ฟอกเงิน-คอลเซ็นเตอร์
(6 ส.ค. 69) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 สนธิกำลังร่วมกับ สน.โคกคราม บุกเข้าจับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.เฮียน อายุ 29 ปี, น.ส.งัน อายุ 40 ปี และ นายเหงียน อายุ 33 ปี ภายในโรงแรมย่านนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร หลังแกะรอยเส้นทางการเงินจากคดีซุกยาไอซ์ในมะขามเปียกส่งประเทศญี่ปุ่น และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติหลอกนักศึกษาให้จับตัวเองเรียกค่าไถ่
.
จากการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับนี้ทำหน้าที่แปลงสภาพเงินสดจากการหลอกลวงให้เป็นทองคำแท่งและโทรศัพท์มือถือราคาแพง เพื่อตัดเส้นทางการเงิน และเตรียมส่งออกนอกประเทศ พร้อมยึดของกลางเป็นทองคำหนัก 40 บาท และไอโฟนจำนวนมาก
.
จากการสอบสวน น.ส.เฮียน รับสารภาพว่ารับจ้างจากเครือข่ายผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ได้ค่าจ้างวันละ 15 ดอลลาร์สหรัฐ เดินทางเข้าไทยมาแล้ว 3 ครั้งเพื่อตระเวนซื้อทองคำแท่งและโทรศัพท์มือถือตามคำสั่ง โดยใช้หลักฐานการโอนเงินล่วงหน้ามารับมอบทอง ก่อนนำไปส่งต่อให้ผู้ร่วมขบวนการในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ เครือข่ายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรศัพท์ไปหลอกลวงเหยื่ออ้างว่าพัวพันฟอกเงิน บีบให้โอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ รวมถึงคดียาเสพติดส่งไอซ์ซุกกล่องพัสดุไปญี่ปุ่นและคดีสแกมเมอร์เรียกค่าไถ่
.
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนักแก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้แก่ ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดฐานเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ก่อนคุมตัวมาสอบสวนขยายผลต่อที่ สน.โคกคราม แต่ระหว่างนั้นได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อมีหญิงชาวเวียดนามอีกรายทราบชื่อคือ น.ส.เล ทิ อายุ 39 ปี ขับรถยนต์เข้ามาหาเจ้าหน้าที่ภายในห้องไกล่เกลี่ย พร้อมมอบเงินสดจำนวน 150,000 บาท เพื่อขอติดสินบนแลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหา
.
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ทันทีที่มีการส่งมอบเงินสินบน ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงตัวเข้าจับกุม น.ส.เล ทิ ทันที พร้อมแจ้งข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงานและยึดเงินสดของกลางไว้ทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามวิ่งเต้นคดีของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาตินี้อย่างชัดเจน
.
ขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลติดตามจับกุมหัวหน้าเครือข่ายและผู้ร่วมขบวนการที่เหลือทั้งในและต่างประเทศต่อไป พร้อมฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่ให้โอนเงินเด็ดขาด