โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รังสิมันต์” จี้สินบน 40 ล้านเว็บพนัน สงสัย “ไชยชนก” แจ้งความเท็จ

INN News

อัพเดต 6 สิงหาคม 2569 เวลา 20.10 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

"รังสิมันต์" ซัดรัฐบาลคุย "มิน ออง ไลง์" แก้ปัญหาแม่น้ำกก คุยไปก็ไลฟ์บอย ชี้ รัฐบาลทหารเมียนมาคุม "ว้า" ไม่ได้ เตือนเสี่ยงเพิ่มความชอบธรรมให้เผด็จการ ขณะลุยขยี้คดีโกงสอบท้องถิ่น จี้ ปปง.อายัดทรัพย์-สาวถึงฝ่ายการเมือง เหน็บ “อนุทิน” รับแต่ชอบ ไม่เคยรับผิด

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐบาลเตรียมเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาชายแดนและสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกว่า ต้องแยกพิจารณาเป็นรายประเด็น โดยเฉพาะปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก ซึ่งจากข้อมูลที่กรรมาธิการได้รับพบว่า ต้นตอสำคัญมาจากพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของกองกำลังว้า ไม่ใช่พื้นที่ที่รัฐบาลทหารเมียนมาสามารถสั่งการได้ แม้รัฐบาลไทยจะเลือกใช้การเจรจากับรัฐบาลทหารเมียนมา แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีหลักประกันว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาไม่มีอำนาจควบคุมกองกำลังว้า ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทในพื้นที่และถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับต้นตอของปัญหาสารพิษ

ทั้งนี้ หลายฝ่ายทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวดี แต่ยังคงเดินหน้าพูดคุยกับรัฐบาลเมียนมา ทั้งที่รู้ว่าผลสัมฤทธิ์แทบเป็นไปไม่ได้ พร้อมตั้งคำถามว่ารัฐบาลไทยมีมาตรการอย่างไรต่อกองกำลังว้า ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับปัญหาหลายด้าน ทั้งแก๊งสแกมเมอร์ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และล่าสุดคือปัญหาสารพิษในแม่น้ำ

นายรังสิมันต์ ยังเปรียบเทียบว่า กองกำลังว้ามีพฤติกรรมไม่ต่างจากกลุ่มที่สร้างภัยคุกคามต่อความมั่นคง และเห็นว่ารัฐบาลไทยควรให้ความสำคัญกับการจัดการต้นตอ มากกว่าการเจรจากับผู้ที่ไม่มีอำนาจแก้ปัญหา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา อาจถูกตีความว่าเป็นการมอบความชอบธรรมให้รัฐบาลทหาร ซึ่งกำลังถูกนานาชาติจับตามอง และย้ำว่า ไทยควรยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะหลังรัฐบาลทหารเมียนมาถูกวิจารณ์ว่าไม่ปฏิบัติตาม “ฉันทามติ 5 ข้อ” ของอาเซียน โดยเฉพาะเรื่องการยุติความรุนแรงและการหยุดยิง

นายรังสิมันต์ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทย โดยเฉพาะนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงท่าทีที่ชัดเจนว่า หากรัฐบาลทหารเมียนมาไม่สามารถดำเนินการใดให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยได้ ไทยจะมีจุดยืนอย่างไรต่อไป

นอกจากประเด็นชายแดน นายรังสิมันต์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน ยังกล่าวถึงการติดตามคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยระบุว่า ขณะนี้มีข้อมูลยืนยันรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกว่า 5,900 ราย ซึ่งปรากฏอยู่ในแฟลชไดรฟ์ที่ส่งมอบให้สำนักงาน ป.ป.ช. แล้ว โดยสิ่งที่สังคมยังต้องการคำตอบคือ ขบวนการดังกล่าวมีเพียงเครือข่ายเดียวหรือมีหลายเครือข่าย และมีผู้เกี่ยวข้องระดับใดบ้าง โดยเชื่อว่าการทุจริตครั้งนี้เป็นการกระทำในลักษณะ “ขบวนการ” ไม่ใช่การกระทำของบุคคลเพียงไม่กี่คน และเห็นว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงการดำเนินคดีอาญา แต่คือการติดตามเส้นทางการเงิน เพราะหากปล่อยให้ผู้เกี่ยวข้องโอนย้ายหรือซุกซ่อนทรัพย์สินก่อน การยึดทรัพย์ในภายหลังจะทำได้ยาก และรัฐอาจสูญเสียโอกาสนำทรัพย์สินกลับคืนแผ่นดิน จึงเรียกร้องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ทั้งการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การยื่นภาษี รายได้ และพฤติกรรมการใช้จ่าย เพื่อพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สิน รวมถึงเร่งดำเนินมาตรการอายัดทรัพย์ก่อนที่จะมีการยักย้าย พร้อมย้ำว่า หากสุดท้ายศาลพิพากษาว่ามีความผิด รัฐควรได้รับทรัพย์สินคืนอย่างครบถ้วนตามมูลค่าความเสียหาย

นายรังสิมันต์ ยังตั้งคำถามว่า หากสุดท้ายการดำเนินคดีไปสิ้นสุดเพียงระดับข้าราชการ จะหมายความว่าฝ่ายการเมืองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยหรือไม่
ปัญหาคอร์รัปชันขนาดใหญ่เช่นนี้ เป็นไปได้ยากที่จะไม่มีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่า การสอบสวนต้องไม่หยุดอยู่เพียงผู้ปฏิบัติ แต่ต้องขยายผลไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

นายรังสิมันต์ ยังพาดพิงถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า กรรมการจัดทำทีโออาร์บางคนเคยเป็นทีมงานใกล้ชิดของนายอนุทิน แต่กลับไม่มีใครต้องรับผิดชอบ ทั้งที่ทีโออาร์ถูกวิจารณ์ว่ามีช่องโหว่จนเปิดทางให้เกิดการทุจริต พร้อมกล่าวเหน็บว่า เวลาพูดถึงความรับผิดชอบ มักเห็นแต่การ “รับชอบ” แต่เมื่อเกิดปัญหาคอร์รัปชันกลับไม่เห็นฝ่ายการเมืองออกมารับผิด

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าคดีนี้ใกล้สิ้นสุดแล้ว หลังมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่ออดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและผู้เกี่ยวข้อง นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า เรื่องยังไม่จบ เพราะยังต้องขยายผลไปยังผู้มีอำนาจคนอื่นที่ถูกระบุว่ามีบทบาทสำคัญ รวมถึงอดีตผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น การแจ้งข้อกล่าวหาเพียงอย่างเดียวไม่ใช่จุดสิ้นสุด หากยังไม่มีการดำเนินคดีจนถึงที่สุดและไม่มีผู้กระทำผิดได้รับโทษ ก็ไม่อาจถือว่ากระบวนการยุติธรรมเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเตือนว่า หากการดำเนินคดีหยุดอยู่เพียงบางคน อาจถูกมองว่าเป็นการ “ตัดตอน” มากกว่าจะเป็นการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

นายรังสิมันต์ ยังเปิดเผยว่า ได้เชิญนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลการตรวจสอบเรื่องนี้ เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับ

พร้อมย้ำว่า หากรัฐบาลมั่นใจว่ากำลังดำเนินการอย่างโปร่งใส ก็ควรเข้ามาให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการอย่างเปิดเผย เพราะในเวลานี้สังคมยังตั้งข้อสงสัยว่ารัฐบาลกำลังแก้ปัญหาคนโกง หรือกำลังช่วยให้คนโกงรอดพ้นความรับผิดกันแน่

"รังสิมันต์" จี้สินบน 40 ล้าน จ่อถาม รองจเรตำรวจแห่งชาติ ทำไม "นายคิว" คุมเว็บพนัน 4,000 เว็บ ถึงลอยนวลไร้หมายจับ พร้อมตั้ง 2 ปมสงสัย "ไชยชนก" แจ้งความเท็จ หรือเจ้าหน้าที่ละเว้นปฏิบัติหน้าที่

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมของกมธ.วันนี้ว่ามีวาระติดตามในหลายเรื่อง โดยในช่วงเช้าวันนี้ เราจะมีการพิจารณาต่อเนื่องในคดีสินบน 40 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี

โดยในวันนี้ พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองจเรตำรวจแห่งชาติ จะเข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวข้องกับคดี และน่าจะได้ทราบกันว่า "นายคิว" ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกอ้างถึงว่าเป็นผู้ดูแลเว็บพนันจำนวน 4,000 เว็บไซต์ ซึ่งจนถึงวันนี้ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกหรือดำเนินคดีอะไรเลย แม้ว่าจะมีการออกหมายเรียกทุกคนยกเว้นนายคิว ตอนนี้คำถามที่สังคมกำลังสงสัยคือ สาเหตุเกิดจากอะไร โดยตนมีข้อสันนิษฐาน 2 ข้อ เกี่ยวกับการที่นายไชยชนก ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่กลองปราบ คือ 1 นายไชยชนก ร้องทุกข์กล่าวโทษเท็จกล่าวหานายคิว หรือ 2 ไม่ใช่การร้องทุกข์เท็จ แต่เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่เจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนายคิว สามารถใช้ชีวิตอย่างสบายอยู่ในเมืองไทย ได้โดยที่ไม่โดนออกหมายเรียก ไม่ถูกออกหมายจับ ไม่มีการดำเนินการอะไร และสุดท้ายเรื่องนี้ก็จะล่องหนอยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...