โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไทย-จีนหารือยกระดับ ‘ความร่วมมืออุตสาหกรรม’ เดินหน้าเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน

Xinhua

อัพเดต 6 กันยายน 2569 เวลา 6.40 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้แทนสื่อมวลชนชาวจีนและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมการประชุมสื่อมวลชนเอเชียแปซิฟิก เยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของบีวายดีในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 4 ก.ย. 2026)

กว่างโจว, 5 ก.ย. (ซินหัว) — ก่อนการประชุมสื่อมวลชนเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Media Forum) จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ ณ เมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน ในวันเสาร์ (5 ก.ย.) บรรดาผู้แทนสื่อมวลชนที่เดินทางมาจีนเพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมหลายเมืองของมณฑลกว่างตง ทั้งกว่างโจว โฝซาน ตงก่วน เซินเจิ้น จูไห่ และจงซาน เพื่อสัมผัสศักยภาพการพัฒนาของเขตเศรษฐกิจอ่าวกว่างตง-ฮ่องกง-มาเก๊า (GBA) และสำรวจโอกาสความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมระหว่างจีนกับไทย

หนึ่งในจุดหมายปลายทางการเยี่ยมชมครั้งนี้คือสำนักงานใหญ่ของค่ายยานยนต์จีน บีวายดี (BYD) ที่ตั้งอยู่ในเมืองเซินเจิ้น ซึ่งผู้แทนสื่อมวลชนได้มีโอกาสเยี่ยมชมการสาธิตสมรรถนะยานยนต์ในห้องจำลองอุณหภูมิ -30 องศาเซลเซียส ที่แสดงให้เห็นว่ายานยนต์สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากร้อยละ 20 สู่ร้อยละ 97 ได้ภายในเวลาเพียง 12 นาทีภายใต้อุณหภูมิติดลบ โดยที่แบตเตอรี่ไม่ได้รับความเสียหาย

กำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน และผู้แทนสื่อมวลชนไทยที่เข้าร่วมการประชุมฯ กล่าวว่าบีวายดีมีโรงงานขนาดใหญ่อีกแห่งตั้งอยู่ในไทย และยานยนต์ของบริษัทยังได้รับความนิยมจากชาวไทยจำนวนมาก โดยมองว่าเรื่องราวของบีวายดีและไทยเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจาก “การเชื่อมโยงกัน” สู่ “ห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกัน” ระหว่างอุตสาหกรรมของจีนและไทย

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) มียอดส่งมอบยานยนต์พลังงานใหม่ในไทย ทะลุ 1.3 แสนคัน เมื่อนับถึงวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่โรงงานภายในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง เปิดดำเนินการครบรอบ 2 ปี

ไทยถือเป็นฐานการผลิตยานยนต์นั่งส่วนบุคคลในต่างประเทศแห่งแรกของบีวายดี มีกำลังการผลิต 1.5 แสนคันต่อปี และสามารถผลิตยานยนต์ในประเทศได้ 5 รุ่นแล้ว ทั้งยังสร้างงานรวมกว่า 5,000 ตำแหน่ง มีพนักงานชาวไทยคิดเป็นราวร้อยละ 93 และมีสัดส่วนการจัดซื้อชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในท้องถิ่นร้อยละ 50 ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาแบบบูรณาการของห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยในอนาคต

เว่ยไห่กั่ง ผู้จัดการทั่วไปของจีเอซี อินเตอร์เนชันแนล (GAC International) กล่าวว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่อาจหยุดอยู่แค่ “การขายสินค้า” เพียงอย่างเดียว แต่ควรนำระบบการผลิตอัจฉริยะและห่วงโซ่อุปทานมาสู่ท้องถิ่น โดยจีเอซีได้จัดตั้งโรงงานประกอบยานยนต์จากชิ้นส่วนที่นำเข้า (KD) ในไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฯลฯ โดยทำหน้าที่เป็นผู้นำห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำและปลายน้ำออกไปยังต่างประเทศ และเดินหน้าสร้างเครือข่าย “100 เมือง 1,000 สถานีชาร์จ” ในไทย รวมถึงทำงานร่วมกับบริษัทขนส่งในท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการเดินทางสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ โรงงานของไมเดีย กรุ๊ป (Midea Group) ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย ยังได้รับการจัดอันดับจากสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ให้เป็น “โรงงานต้นแบบด้านความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน” นับเป็นโรงงานต้นแบบในต่างประเทศแห่งแรกของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าจีน
โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดเทียบเท่าสนามฟุตบอลมาตรฐาน 45 สนาม สามารถประกอบเครื่องปรับอากาศได้ 1 เครื่องในทุก 6 วินาที ใช้ระบบไมโครกริดที่ผสานพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบจ่ายน้ำ และระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานต่อเครื่องได้ร้อยละ 40.2 ทั้งยังมีพนักงานจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสัดส่วนร้อยละ 97.8 และเติบโตไปพร้อมกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นอีก 691 ราย

ขณะเดียวกัน ไทยยังเป็นจุดหมายแรกของอีโก้-โรโบติกส์ (Ego-Robotics) ผู้ให้บริการโซลูชันโลจิสติกส์อัจฉริยะจากเมืองตงก่วน ในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ โดยในปี 2019 อีโก้-โรโบติกส์ได้จัดตั้งสำนักงานและทีมเทคนิคในไทย มีบริษัทชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำของไทยเป็นลูกค้ารายแรก ก่อนจัดตั้งสาขาในไทยอย่างเป็นทางการในปี 2025 เพื่อดูแลลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปัจจุบันบริษัททำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยไทย 3 แห่ง และฝึกอบรมนักศึกษาด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มของบริษัทราว 1,500 คนต่อปี

ชุตินธรา วัฒนกุล บรรณาธิการบริหารข่าวออนไลน์ ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กล่าวว่าความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมระหว่างจีนและไทยกำลังเปลี่ยนจากการนำเข้าการลงทุนและศักยภาพด้านการผลิต ไปสู่การสร้างระบบอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น และแนะนำว่าการจัดตั้งห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ร่วมกัน จะช่วยส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี ช่วยให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สามารถบูรณาการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทจีนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตลอดจนร่วมจัดฝึกอบรมและพัฒนาหลักสูตรเพื่อผลิตบุคลากรด้านเทคโนโลยีสำหรับโรงงานอัจฉริยะในไทย

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้แทนสื่อมวลชนชาวจีนและชาวต่างชาติที่มาเข้าร่วมการประชุมสื่อมวลชนเอเชียแปซิฟิก เยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของบีวายดีในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 4 ก.ย. 2026)
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้แทนสื่อมวลชนชาวจีนและชาวต่างชาติที่มาเข้าร่วมการประชุมสื่อมวลชนเอเชียแปซิฟิก เยี่ยมชมห้องจำลองอุณหภูมิ -30 องศาเซลเซียส ที่สำนักงานใหญ่ของบีวายดี ในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 4 ก.ย. 2026)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...