“ปานเทพ” เปิดไทม์ไลน์ใหม่ พร้อมแจง 7 ประเด็นสำคัญที่ถูกบิดเบือนในคืนที่ “แตงโม” ประสบเหตุ
ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ “แตงโม” ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ยังมีออกมาอย่างต่อเนื่อง
โดยล่าสุดนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดรายละเอียดไทม์ไลน์พร้อมเปรียบเทียบช่วงเวลาไทม์ไลน์ที่เหตุการณ์แตงโมถูกบิดเบือนกับช่วงเวลาที่ “แตงโม” ประสบเหตุจริงอย่างละเอียดออกเป็น 7 ประเด็นหลัก ดังนี้
ประเด็นแรก คือ การจัดฉากอ้างว่ากระติกอยู่หัวเรือแล้วแตงโมอยู่ในเรือเป็นผู้ถ่ายภาพให้กระติก ทั้ง ๆ ที่ช่วงเวลานั้นที่ถ่ายแตงโมอาจไม่ได้อยู่บนเรือแล้ว และเรือก็เป็นคนละลำ เพียงแต่มีการตัดต่อภาพเพื่อให้เชื่อว่าแตงโมยังอยู่บนเรือและมีชีวิตอยู่จริง โดยได้นำเวลาและเรือของขวัญ อุษามณี มาเป็นของเรือตัวเองแทน อันเข้าข่ายนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งได้แจ้งความไปแล้ว
ประเด็นที่สอง ชุดภาพกระติกแตงโม 4 ภาพ ในช่วงเวลา 21.56 น. ที่เกิดการจากการตัดต่อ ซ้อนภาพ เพื่อทำให้หลงเชื่อว่าแตงโมยังมีชีวิตอยู่ในเรือและได้ถ่ายรูปคู่กับกระติกใน “ขาไป” สะพานพระราม 8 จริง
ประเด็นที่สาม ภาพกระติกเดี่ยวในเวลา 21.57.35 น. ถูกแก้ไขย้ายเวลาเป็นเวลา 22.13 น. อ้างในรายการโหนกระแสว่าเป็นภาพสุดท้าย “ขากลับ” จากสะพานพระราม 8 โดยแตงโมเป็นผู้ถ่ายภาพให้ ทำให้หลงเชื่อว่าแตงโมก็ยังอยู่บนเรือและถ่ายรูปให้กระติก
ประเด็นที่สี่ เป็นภาพการแถลงข่าวของตำรวจ โดยมีการบิดเบือนเวลาว่าเรือแตงโมที่แล่นในขากลับจากสะพานพระราม 8 มาถึงสะพานซังฮี้จากเวลา 22.11 น. มาเป็น 22.18 น. เพื่อให้เหตุการณ์ที่เรือมาถึงสะพานซังฮี้สอดคล้องกับการแก้ไขเวลารูปถ่ายของกระติกที่มีแตงโมถ่ายให้ และเพื่อให้เวลาที่เรือลอดใต้สะพานซังฮี้สอดคล้องกับภาพกระติกที่ถ่ายคนเดียวก่อนหน้า
ประเด็นที่ห้า แชทข้อความอินสตาแกรมในเวลา 22.21 น. ที่เดิมเข้าใจกันว่าเป็นเวลาที่แตงโมตอบกลับแอนนาว่า “ได้ ๆ แพพ ๆ” เพื่อให้เชื่อว่าแตงโมยังมีชีวิตอยู่ในช่วงดังกล่าว แท้จริงแล้วพบว่าข้อความดังกล่าวไม่ได้ตอบจากโทรศัพท์มือถือของแตงโม และยังพบว่ามีคนบนเรือ 1 คน ได้ลบแอพลิเคชั่นอินสตาแกรมออกจากมือถือตัวเองด้วย
ประเด็นที่หก ภาพกล้องวงจรปิดจากท่าเรือพูนพิพัฒน์ ที่เดิมตำรวจแถลงข่าวเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2565 ว่านับคนบนเรือได้ 6 คน ในเวลา 22.32 น. จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าแท้จริงแล้วคนที่ 6 บนเรือไม่ได้มีอยู่จริง โดยคนบนเรือมีแค่ 5 คนเท่านั้น
โดยสาเหตุที่พยายามจูงใจให้มี 6 คน เพื่อให้เชื่อว่าแตงโมยังมีชีวิตอยู่ จนถึงเวลาที่อ้างว่าแตงโมตกน้ำในเวลา 22.34.10 น. ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้หากมีคนบนเรือก่อนหน้านั้นเพียง 5 คน นอกจากนี้ในช่วงก่อนหน้าที่เรือลอดใต้สะพานซังฮี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดก็นับได้ชัดเจนว่ามีคนบนเรือเพียง 5 คน ทั้งในตอนขาไปและขากลับจากสะพานพระราม 8 ซึ่งหมายความว่าไม่มีแตงโมอยู่บนเรือนานแล้ว
ประเด็นสุดท้าย วันที่ 26 เมษายน 2565 ตำรวจอ้างว่าภาพเวลาที่เงาบังแสงท้ายเรือหายไปคือ 22.34.10 น. ดังนั้นจึงเชื่อว่าเป็นเวลาที่แตงโมตกน้ำ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเงาบังแสงท้ายเรือที่หายไปค่อย ๆ หาย “ขึ้นไปด้านบน” แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่คนตกน้ำ แต่เป็นคนที่กำลังขึ้นจากท้ายเรือเพื่อเข้าไปในเรือ
นายปานเทพ ยังระบุด้วยว่า ตำรวจที่ให้การในชั้นศาลในคดีที่ตำรวจรุมฟ้องนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ นั้น ตำรวจคนดังกล่าวซึ่งเป็นผู้ดูกล้องวงจรปิดเองทั้งหมด ยืนยันว่าไม่มีคนตกน้ำในช่วงเวลาใดเลยในคืนนั้น ดังนั้นการที่ตำรวจแถลงว่าแตงโมตกน้ำในเวลา 22.34.10 น. จึงไม่ใช่ความจริงและแตงโมย่อมไม่ได้ตกน้ำจริง
สุดท้ายนายปานเทพ ได้สรุปยืนยันว่า กิจกรรมสุดท้ายที่จับแตงโมได้ชัดเจน คือ ช่วงเวลา 20.36 น. จากนั้นไม่มีสิ่งใดที่เกี่ยวกับแตงโมและแตงโมก็ไมได้อยู่ในเรืออีกหลังจากเวลาดังกล่าว พร้อมย้ำว่าจากผลตรวจสอบไม่มีเหตุการณ์ที่แตงโมเดินไปปัสสาวะท้ายเรือ แตงโมไม่ได้ตกน้ำและไม่ได้โดนใบพัดเรือ