Stripe ชี้ AI ดันธุรกิจเอเชียบุกตลาดโลกเร็วเป็นประวัติการณ์ บริษัท AI โตทะลุ 240%
Stripe ชี้บริษัท AI บนแพลตฟอร์มโตมากกว่า 240% ขณะที่ 55% ของลูกค้าในเอเชียทำธุรกิจข้ามพรมแดน จับตา AI Agent-Agentic Commerce แรงขับเคลื่อนการเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้า
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 14.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังช่วยให้ธุรกิจในเอเชียสามารถขยายตัวเข้าสู่ตลาดโลกได้ด้วยความเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยSarita Singh กรรมการผู้จัดการประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และเกาหลีใต้ของ Stripe เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg Television ว่า บริษัท AI บนแพลตฟอร์มของ Stripe มีการเติบโตมากกว่า 240% เมื่อเทียบกับปีก่อน
Singh ระบุว่า ในบรรดาธุรกิจที่ใช้ Stripe ในเอเชีย 55% ดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดน ขณะที่บริษัท AI ที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์สามารถขยายเข้าสู่ตลาดใหม่เฉลี่ยถึง 7 ประเทศภายในปีแรกหลังจัดตั้งบริษัท สะท้อนว่า AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกำลังช่วยลดข้อจำกัดในการขยายธุรกิจออกสู่ต่างประเทศ
แม้ Stripe จะขยายธุรกิจเข้าสู่เอเชียมาเป็นเวลาประมาณ 10 ปี แต่ภูมิภาคนี้ยังคงมีระบบการชำระเงินที่แตกต่างและกระจัดกระจายในแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม Singh มองว่า ความแตกต่างดังกล่าวกลับสามารถกลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะผลักดันให้เกิดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาดท้องถิ่นอย่างมาก
โดยมองว่า ในอดีตเอเชียมีสถานะคล้าย Order-taker หรือเป็นฝ่ายรับเทคโนโลยีและแนวโน้มจากตลาดอื่น แต่ปัจจุบันนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในภูมิภาค รวมถึงความกระตือรือร้นของภาคธุรกิจในการเติบโต ปรับตัว และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับแต่ละตลาด กำลังทำให้เอเชียกลายเป็น Order-maker หรือผู้สร้างเทคโนโลยีและแนวโน้มที่สามารถขยายไปสู่ระดับโลกได้
หนึ่งในปัจจัยที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป คือวิวัฒนาการของ AI จากระบบ Chatbot ที่ผู้ใช้งานป้อนคำถามเพื่อขอข้อมูล ไปสู่ AI Agent ที่สามารถลงมือดำเนินการแทนผู้ใช้งานได้
Singh ระบุว่าจากเดิมที่มนุษย์เข้าไปถามคำถามกับ AI ปัจจุบัน AI กำลังเริ่มสามารถทำสิ่งต่าง ๆ แทนเรา ซึ่งรวมถึงการดำเนินธุรกรรมให้เสร็จสิ้นตั้งแต่ต้นจนจบ หรือ Closed-loop Transaction
พัฒนาการดังกล่าวกำลังเปิดทางไปสู่สิ่งที่เรียกว่า Agentic Commerce ซึ่ง AI Agent อาจมีบทบาทตั้งแต่ค้นหาสินค้า เปรียบเทียบตัวเลือก ไปจนถึงดำเนินการซื้อและชำระเงินแทนผู้ใช้งาน
Singh ประเมินว่าผลกระทบของ AI ต่อผลประกอบการของธุรกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้าอาจมีขนาดมหาศาล อย่างไรก็ตาม หากมองเฉพาะผลกระทบต่อธุรกิจ E-commerce ในปัจจุบัน เธอย้ำว่า Agentic Commerce ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น
ในด้านกฎระเบียบ Singh ยกให้ Monetary Authority of Singapore (MAS) เป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญ โดยเฉพาะการวางกรอบกำกับดูแลด้านการเคลื่อนย้ายเงินและการประมวลผลธุรกรรม
สำหรับการแข่งขันในตลาดเอเชีย ซึ่งมีผู้ให้บริการชำระเงินท้องถิ่นรายใหญ่ครองตลาดอยู่ในหลายประเทศ รวมถึงจีน Stripe มองว่า จุดแข็งสำคัญของบริษัทคือโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถเชื่อมต่อผ่านระบบเดียว หรือ Single Integration ครอบคลุมตั้งแต่ระบบรับชำระเงิน การบริหารความเสี่ยง เครื่องมือจัดการรายได้ ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า การเติบโตของ AI ในเอเชียไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาโมเดลหรือแอปพลิเคชัน แต่กำลังช่วยลดอุปสรรคในการขยายธุรกิจข้ามประเทศ และอาจเร่งให้บริษัทเทคโนโลยีจากเอเชียสามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้รวดเร็วกว่าที่ผ่านมา
อ้างอิง : bloomberg.com