โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘กมธ.ความมั่นคงฯ’ สับยับป่วนใต้ งานข่าวกรองล้มเหลว ไร้การทำงานร่วมกัน

เดลินิวส์

อัพเดต 27 สิงหาคม 2569 เวลา 23.50 น. • เผยแพร่ 55 นาทีที่แล้ว • เดลินิวส์
“กมธ.ความมั่นคงฯ” เรียกหน่วยงานความมั่นคง 3 จชต. ให้ข้อมูลเหตุไฟใต้ปะทุหนัก สับยับงานข่าวกรองล้มเหลว ไร้การบูรณาการทำงานร่วมกัน เผยชาวบ้าน-14 สส. ในพื้นที่ไม่เคยถูกเรียกไปให้ข้อมูลตลอด 22 ปี ทำให้ชาวบ้านไม่ให้ความร่วมมือด้านการข่าว ส่วนเหตุกราดยิงจากเฮลิคอปเตอร์ขอเวลา 3 วัน สอบข้อเท็จจริง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ส.ค. 69 ที่รัฐสภา นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ. พิจารณาปัญหาชายแดนภาคใต้ ว่า กมธ. จัดประชุมนัดพิเศษเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ ทั้ง 4 จังหวัด ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ สส. 14 คน ใน 4 จังหวัดภาคใต้เข้าร่วมประชุมกับ กมธ. ทุกคนเป็นตัวแทนของประชาชน ไม่มีฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หากเป็นความเดือดร้อนประชาชนต้องร่วมมือแก้ปัญหาให้ประชาชน กมธ. เชิญ 6 หน่วยงานมาร่วมประชุม ได้แก่ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตำรวจภูธรภาค 9 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) แต่ไม่มา 1 หน่วยงานคือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เนื่องจากติดภารกิจ กมธ. ได้สอบถามว่า เหตุใดจึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นร้อยจุดในเวลา 3 วัน เหตุการณ์ถึงสงบ รวมทั้งกรณีเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนจากเฮลิคอปเตอร์ โดยได้รับข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงว่า ไม่มีการบูรณาการทำงานร่วมกัน ที่มีการนำเสนอข้อมูลจุดเกิดเหตุของแต่ละหน่วยงานไม่ตรงกัน ที่สำคัญคือ ประชาชนและ สส. ที่อยู่ในพื้นที่ ไม่เคยได้รับการประสานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปให้ข้อมูลเลยสักครั้งตลอดระยะเวลา 22 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือเรื่องข่าวกรอง

นายมณเฑียร กล่าวว่า กมธ. มีความเห็นว่า ควรทบทวนว่า ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา การทำงานภาครัฐล้มเหลวหรือไม่ สส. ในพื้นที่แสดงความเห็นว่า ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ควรพูดคุยและเจรจาหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน เนื่องจากเรื่องชายแดนใต้มีหลายประเด็น มีความซับซ้อน ในวันนี้นายกรัฐมนตรีลงมากำกับดูแลเรื่องนี้ด้วยตนเอง และมอบให้ รมว.ต่างประเทศ ช่วยดูเรื่องการต่างประเทศ พูดคุยกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย ในระหว่างการเดินทางเยือนเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนจากเฮลิคอปเตอร์นั้น เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานไปแล้ว 1 ครั้ง และในวันนี้จะไปเก็บหลักฐานเพิ่มเติม มี สส. สอบถามว่า จะได้สรุปอย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้คำตอบว่าขอเวลา 3 วัน ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากนี้ กมธ. จะลงพื้นที่เร็วๆ นี้ เพื่อไปดูสถานการณ์ในพื้นที่เกิดเหตุ สอบถามเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมทั้งมีแนวทางการป้องกันในพื้นที่อย่างไร ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ควบคุมสถานการณ์ได้หมดแล้ว และมีการตั้งด่านป้องกัน ไม่ให้มีการก่อเหตุอีก

ด้านนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในรองฐานะรองประธาน กมธ. กล่าวว่า กมธ. มีความเห็นร่วมกันว่า งานข่าวกรอง 3 จังหวัด 4 อำเภอ ในชายแดนใต้ล้มเหลว เนื่องจากไม่มีการตัดงบประมาณปี 2569 และปี 2570 ที่ไม่มีการตัดงบประมาณเรื่องข่าวกรอง ส่วนการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบมีผู้บาดเจ็บ 2 คน แต่ไม่ได้เกิดจากการทำร้ายของผู้ไม่ประสงค์ดี และมีการจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย การควบคุมตัวนำมาสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว ส่วนการเก็บวัตถุในเชิงนิติวิทยาศาสตร์นั้น จากการที่ กมธ. ลงพื้นที่ พบว่าผู้ก่อการร้ายทิ้งร่องรอยไว้หลายจุด จึงตั้งคำถามว่า หน่วยงานรัฐได้จัดเก็บวัตถุในเชิงนิติวิทยาศาสตร์หรือไม่ ได้รับคำตอบว่า จัดเก็บไปแล้ว ส่วนการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ที่พบกระสุนติดอยู่บนรถจักรยานยนต์ ที่เป็นกระสุนที่สามารถบรรจุได้ในปืนเอ็ม16 และ HK นั้น ประเด็นนี้ให้รอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจง

ขณะที่ สส. ในพื้นที่ 14 คน ยืนยันว่า ไม่เคยได้รับการประสานไปให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กมธ. จะตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างเข้มข้น การแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่ควรใช้อาวุธ แต่ควรเจรจาด้วยหลักมนุษยธรรม ยืนยันว่ายังมีกำลังใจแก้ปัญหาพื้นที่ชายแดนใต้ ขอให้รัฐบาลดำเนินการโดยเร็วที่สุดให้เกิดสันติสุข.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...