‘กมธ.ความมั่นคงฯ’ สับยับป่วนใต้ งานข่าวกรองล้มเหลว ไร้การทำงานร่วมกัน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ส.ค. 69 ที่รัฐสภา นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ. พิจารณาปัญหาชายแดนภาคใต้ ว่า กมธ. จัดประชุมนัดพิเศษเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ ทั้ง 4 จังหวัด ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ สส. 14 คน ใน 4 จังหวัดภาคใต้เข้าร่วมประชุมกับ กมธ. ทุกคนเป็นตัวแทนของประชาชน ไม่มีฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หากเป็นความเดือดร้อนประชาชนต้องร่วมมือแก้ปัญหาให้ประชาชน กมธ. เชิญ 6 หน่วยงานมาร่วมประชุม ได้แก่ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตำรวจภูธรภาค 9 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) แต่ไม่มา 1 หน่วยงานคือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เนื่องจากติดภารกิจ กมธ. ได้สอบถามว่า เหตุใดจึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นร้อยจุดในเวลา 3 วัน เหตุการณ์ถึงสงบ รวมทั้งกรณีเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนจากเฮลิคอปเตอร์ โดยได้รับข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงว่า ไม่มีการบูรณาการทำงานร่วมกัน ที่มีการนำเสนอข้อมูลจุดเกิดเหตุของแต่ละหน่วยงานไม่ตรงกัน ที่สำคัญคือ ประชาชนและ สส. ที่อยู่ในพื้นที่ ไม่เคยได้รับการประสานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปให้ข้อมูลเลยสักครั้งตลอดระยะเวลา 22 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือเรื่องข่าวกรอง
นายมณเฑียร กล่าวว่า กมธ. มีความเห็นว่า ควรทบทวนว่า ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา การทำงานภาครัฐล้มเหลวหรือไม่ สส. ในพื้นที่แสดงความเห็นว่า ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ควรพูดคุยและเจรจาหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน เนื่องจากเรื่องชายแดนใต้มีหลายประเด็น มีความซับซ้อน ในวันนี้นายกรัฐมนตรีลงมากำกับดูแลเรื่องนี้ด้วยตนเอง และมอบให้ รมว.ต่างประเทศ ช่วยดูเรื่องการต่างประเทศ พูดคุยกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย ในระหว่างการเดินทางเยือนเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนจากเฮลิคอปเตอร์นั้น เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานไปแล้ว 1 ครั้ง และในวันนี้จะไปเก็บหลักฐานเพิ่มเติม มี สส. สอบถามว่า จะได้สรุปอย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้คำตอบว่าขอเวลา 3 วัน ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากนี้ กมธ. จะลงพื้นที่เร็วๆ นี้ เพื่อไปดูสถานการณ์ในพื้นที่เกิดเหตุ สอบถามเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมทั้งมีแนวทางการป้องกันในพื้นที่อย่างไร ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ควบคุมสถานการณ์ได้หมดแล้ว และมีการตั้งด่านป้องกัน ไม่ให้มีการก่อเหตุอีก
ด้านนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในรองฐานะรองประธาน กมธ. กล่าวว่า กมธ. มีความเห็นร่วมกันว่า งานข่าวกรอง 3 จังหวัด 4 อำเภอ ในชายแดนใต้ล้มเหลว เนื่องจากไม่มีการตัดงบประมาณปี 2569 และปี 2570 ที่ไม่มีการตัดงบประมาณเรื่องข่าวกรอง ส่วนการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบมีผู้บาดเจ็บ 2 คน แต่ไม่ได้เกิดจากการทำร้ายของผู้ไม่ประสงค์ดี และมีการจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย การควบคุมตัวนำมาสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว ส่วนการเก็บวัตถุในเชิงนิติวิทยาศาสตร์นั้น จากการที่ กมธ. ลงพื้นที่ พบว่าผู้ก่อการร้ายทิ้งร่องรอยไว้หลายจุด จึงตั้งคำถามว่า หน่วยงานรัฐได้จัดเก็บวัตถุในเชิงนิติวิทยาศาสตร์หรือไม่ ได้รับคำตอบว่า จัดเก็บไปแล้ว ส่วนการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ที่พบกระสุนติดอยู่บนรถจักรยานยนต์ ที่เป็นกระสุนที่สามารถบรรจุได้ในปืนเอ็ม16 และ HK นั้น ประเด็นนี้ให้รอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจง
ขณะที่ สส. ในพื้นที่ 14 คน ยืนยันว่า ไม่เคยได้รับการประสานไปให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กมธ. จะตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างเข้มข้น การแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่ควรใช้อาวุธ แต่ควรเจรจาด้วยหลักมนุษยธรรม ยืนยันว่ายังมีกำลังใจแก้ปัญหาพื้นที่ชายแดนใต้ ขอให้รัฐบาลดำเนินการโดยเร็วที่สุดให้เกิดสันติสุข.