โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชป. ประกาศคว่ำ พ.ร.ก.กู้เงิน ‘กรณ์’ ซัดกู้มาแจกมีผลแค่ชั่ววูบ แต่แก้ปัญหาประชาชนไม่ได้

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 สิงหาคม 2569 เวลา 23.55 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ปชป.” เตรียมคว่ำ พ.ร.ก.เงินกู้ ชี้ไม่ใช่คำตอบ แก้โจทย์พลังงาน-ค่าครองชีพประชาชน พร้อมชี้ เป้าหมายโซลาร์รูฟท็อป 1ล้านครัวเรือนของรัฐบาล ทำไม่ได้จริง พร้อมเปิดสถิติติดตั้งปีไม่ถึง2แสนครัวเรือน ย้ำไม่ต้องรีบกู้มากองที่กระทบภาระงบ-ใช้หนี้

26 สิงหาคม 2569 - นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ วาระพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ตอนหนึ่งว่า ปัญหาหลักของประเทศมี 4 เรื่อง คือ เศรษฐกิจประเทศโตช้า มีปัญหาโครงสร้าง เพราะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากขึ้น รายได้ประชาชนลดลง และ ของแพงต่อเนื่อง ตนเห็นด้วยที่รัฐบาลอธิบายว่าส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาคือ ราคาน้ำมัน แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญระบุว่ารัฐบาลออก พ.ร.ก.ได้ แต่คำถามสำคัญคือการใช้เงินตามพ.ร.ก.แก้ปัญหาดังกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ตนมองว่าการกู้เงินมาแจกที่มีผลต่อเศรษฐกิจชั่ววูบ แต่แก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้

นายกรณ์ อภิปรายต่อว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงาน กองทุนเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป โดยตามข่าวรัฐบาลพูดถึงเป้าหมายตั้งเป้าติดตั้ง 5แสน-1ล้านครัวเรือน ด้วยเงินพ.ร.ก. ตนขอถามว่ารัฐบาลทำได้จริงหรือไม่ เพราะปี2568 พบว่าทั้งประเทศติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพียง 1แสนครัวเลือก ส่วนปี2569 คาดว่าจะติดตั้งได้ 1.4แสนครัวเรืน ดังนั้นในปี2570 ตนเหมาให้เป็น 2 แสนครัว แต่ไม่ถึงครึ่งของเป้าหมายขั้นต่ำของรัฐบาล เมื่อเทียบกับเป้าหมายขั้นสูงของรัฐบาลที่ 1 ล้านครัวเรือน เพราะเป็นแค่ 1 ใน5 ดังนั้นรัฐบาลต้องใช้เวลา 5 ปี ทำตามเป้าหมายที่รัฐาลประกาศจะสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ครบ 1 ล้านครัวเรือน

“สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเวลาที่แท้จริงยาวนาน ไม่จำเป็นเร่งด่วนต้องรีบกู้ บวกกับเงื่อนไข พ.ร.ก. ที่ต้องกู้ให้แล้วเสร็จ ในวันที่ 30 ก.ย. 2570 หรือ 1ปีเศษ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรทำและทำไม่ได้ คือกู้เงินมากอง เพราะจะทำให้เกิดภาระของต้นทุน ดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องแบกเพิ่มเติม สะท้อนให้เห็นความจำเป็นเร่งด่วนกู้ทั้งก้อนไม่มี” นายกรณ์ อภิปราย

นายกรณ์ อภิปรายต่อว่า นอกจากนั้นแล้วการกู้เงินจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางการคลังและการรักษาสถานะทางการคลังของประเทศ รวมถึงงเป็นภาระหนี้ของประชาชน โดยปัจจุบันพบว่าหนี้สาธารณะต่อจีดีพี มีถึง 67% และยังต้องกู้จากการขาดดุลงบประมาณปี69 ส่วนที่เหลือ และกู้อีก 8 แสนล้านบาท ในงบประมาณปี2570 และเมื่อรวมกับ พ.ร.ก. อีก4 แสนล้านบาท หนี้สาธารณะของประเทศ ช่วง 1 ปี มีแนวโน้มเพิ่ม 1.8-1.9 ล้านล้านบาท หรือ 10% ของจีดีพี ที่ทำให้เพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไม่เกิน 70% จะเอาไม่อยู่ และเชื่อว่างบปี2571 จะเจอปัญหา คือ ไม่มีเงินกู้ตามงบประมาณเพียงพอต่อการลงทุน 20% ตามกฎหมาย เมื่อถึงเวลานั้น รัฐบาลหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องออก พ.ร.ก.

“เมื่อถึงเวลาแต่รัฐบาลออกพ.ร.ก.กู้เงินไม่ได้ เพราะหนี้เต็มเพดาน 70% ดังนั้นไม่ว่าเหตุผลทางสถานะทางการคลัง สิ่งที่ต้องพิจารณาไม่ใช่ว่าทำตามรัฐบาลเสนอ หรือ ทำเพราะไม่ผิดกฎมาย แต่เราต้องทำหน้าที่พิจารณาตามความเหมาะสมที่ดีที่สุด เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพของประชาชน เศรษฐกิจประเทศที่เติบโตล่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ คำตอบของผมชัดเจว่า พ.ร.ก.นี้ ไม่ใช่คำตอบ ผมและสส.พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึง สส.ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยออกพ.ร.ก.” นายกรณ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...