โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์สั่งเดินหน้าถล่มอิหร่าน ตอบโต้ทหารสหรัฐดับ 2 นายในจอร์แดน

เดลินิวส์

อัพเดต 19 ก.ค. เวลา 07.12 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. เวลา 23.51 น. • เดลินิวส์
กองทัพสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อตอบโต้การเสียชีวิตของทหารอเมริกัน 2 นายในจอร์แดน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ว่าศูนย์บัญชาการกลางกองทัพสหรัฐ ( เซนต์คอม ) ออกแถลงการณ์ว่า กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ต่ออิหร่าน ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ

ปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดทอนขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน ในการคุกคามการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และตอบโต้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ( ไออาร์จีซี ) หลังทหารอเมริกัน 2 นายเสียชีวิต และยังสูญหายอีกนายหนึ่ง จากปฏิบัติการโจมตีของอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน

ขณะที่สื่อของอิหร่านรายงานว่า การโจมตีของสหรัฐในครั้งนี้ พุ่งเป้าไปที่เมืองซีริก อยู่ริมชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศ หลังก่อนหน้านี้โจมตีฐานเฝ้าตรวจ คลังอาวุธใต้ดิน และโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของอิหร่านในจังหวัดฮอร์โมซกัน ด้านไออาร์จีซีโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในคูเวต บาห์เรน และจอร์แดน รวมถึงสร้างความเสียหายให้แก่ฐานทัพและอากาศยานของสหรัฐ

นอกจากนี้ สื่ออิหร่านเผยแพร่แถลงการณ์ของอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ว่า สหรัฐต้องชดใช้จากการยกระดับความขัดแย้ง และระบุว่าลายเซ็นของทรัมป์ในข้อตกลงหยุดยิง "ไร้ความน่าเชื่อถือ"

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขอิหร่านระบุว่า ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐแล้วอย่างน้อย 50 คน และได้รับบาดเจ็บสะสมมากกว่า 500 คน ส่วนการเสียชีวิตเพิ่มเติมของทหารอเมริกันในรอบนี้ เพิ่มจำนวนทหารอเมริกันซึ่งเสียชีวิตในสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน เป็นอย่างน้อย 16 นาย และมีกำลังพลได้รับบาดเจ็บสะสมมากกว่า 420 นาย นับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...