รร.นานาชาติเชียงใหม่ขึ้นเบอร์ 2 ของไทย พ่อแม่จีน-พม่า-เกาหลี แห่ส่งลูกเรียน
รับอานิสงส์เชียงใหม่ทะยานขึ้นศูนย์กลางการศึกษาเบอร์ 2 ของไทย บมจ.อรสิริน โฮลดิ้ง เร่งสปีดเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ ชูโรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand ดึงดูดกลุ่มผู้ปกครองต่างชาติกระเป๋าหนักทั้งจีน พม่า เกาหลี และไทยเข้ามาปักหลัก ดันยอดนักเรียนพุ่งกระฉูด เป็นฟันเฟืองหลักปั๊มรายได้ประจำเข้าพอร์ต เสริมเกราะความแข็งแกร่งทางการเงินระยะยาว
26 กรกฎาคม 2569 - นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวนจากตลาดที่อยู่อาศัยว่า บริษัทกำลังเร่งสร้างความแข็งแกร่งผ่านกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง (Recurring Income) โดยมีกลุ่มการศึกษาอย่างโรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand เป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างกระแสเงินสดและนิวไฮทางการเงินรอบใหม่
เจาะความสำเร็จ Mill Hill ยอดนักเรียนพุ่งแรง 176 คน
การแตกไลน์เข้าสู่ธุรกิจการศึกษาของอรสิรินนับเป็นกลยุทธ์การขยายพอร์ตที่ถูกจังหวะเวลารับการฟื้นตัวของเมืองท่องเที่ยว โดยโรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand สามารถทำผลงานเติบโตได้อย่างโดดเด่นแบบก้าวกระโดด เห็นได้จากจำนวนตัวเลขนักเรียนที่เพิ่มขึ้นเป็น 176 คน จากช่วงปีแรกที่มีจำนวนนักเรียนเปิดรับเพียง 81 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ปกครองต่อมาตรฐานระบบการศึกษาในระดับสากล
ความสำเร็จของโรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้มาจากชื่อเสียงของแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างฐานผู้บริโภคที่มีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินสูง โดยมีสัดส่วนเป็นนักเรียนชาวต่างชาติถึง 60% ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มนักเรียนจากประเทศจีน เกาหลี พม่า และประเทศในฝั่งยุโรป ขณะที่อีก 40% เป็นกลุ่มนักเรียนชาวไทยที่มีกำลังซื้อสูง
"ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากปีแรกเราเริ่มด้วยนักเรียน 81 คน ปัจจุบันขยับขึ้นมาเป็น 176 คน โดยมีสัดส่วนเป็นนักเรียนต่างชาติถึง 60% ทั้งจีน เกาหลี พม่า ยุโรป และนักเรียนไทยอีก 40% ซึ่งการเพิ่มขึ้นของนักเรียนกลุ่มนี้กำลังกลายเป็นแรงส่งสำคัญขององค์กร" นายอรรคเดช ระบุ
ผ่าลึกพอร์ตนักเรียน 5 สัญชาติ เจาะดีมานด์ต่างชาติหนีศึกแข่งเข้ม-พุ่งพิกัดเชียงใหม่
หากลงลึกในมิติมุมมองโครงสร้างสัญชาตินักเรียนต่างชาติที่ตบเท้าเข้ามาเรียนใน Mill Hill International School Thailand จะพบว่า แต่ละกลุ่มสัญชาติมีแรงจูงใจในการย้ายถิ่นฐานทางการศึกษาที่สะท้อนภาพเศรษฐกิจและสังคมอย่างน่าสนใจ:
- กลุ่มนักเรียนจีน : ถือเป็นหนึ่งในฐานผู้บริโภคหลักที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ปกครองระดับบนในจีนต้องการหลีกเลี่ยงระบบการแข่งขันทางการเรียนอันดุเดือดภายในประเทศ (Gao Kao) และมองหาโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษแท้ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ให้สังคมการเรียนรู้แบบสากล แต่มีค่าครองชีพและค่าเรียนที่คุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับการส่งลูกไปเรียนที่สหราชอาณาจักรโดยตรง
- กลุ่มนักเรียนพม่า : เป็นกลุ่มกำลังซื้อใหม่ทรงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะครอบครัวนักธุรกิจและกลุ่มชนชั้นกลางถึงสูงจากพม่าที่ย้ายฐานการอยู่อาศัยและการลงทุนเข้ามาพำนักระยะยาว (Long Stay) ในเชียงใหม่ เพื่อวางรากฐานการศึกษาที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานระดับสากลให้แก่บุตรหลาน
- กลุ่มนักเรียนเกาหลีใต้ : กลุ่มผู้ปกครองชาวเกาหลีใต้นิยมส่งบุตรหลานมาเรียนเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติและผ่อนคลาย สะดวกต่อการเดินทางกลับประเทศ และใช้เป็นสะพานเชื่อมต่อไปยังมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ
- กลุ่มนักเรียนยุโรป : เป็นกลุ่มครอบครัวชาวต่างชาติ (Expat) ที่เข้ามาทำงาน ย้ายถิ่นฐานหลังเกษียณ หรือประกอบธุรกิจในภาคเหนือของไทย ซึ่งต้องการคงมาตรฐานการเรียนตามระบบอังกฤษ (British Curriculum) ให้บุตรหลาน เพื่อให้สามารถเทียบโอนวิชาการระดับสากลได้ทันที
- กลุ่มนักเรียนไทย (40%) : เป็นกลุ่มครอบครัวระดับบนในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงในภาคเหนือ ที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการให้บุตรหลานซึมซับทักษะภาษาอังกฤษจากครูผู้สอนเจ้าของภาษาบินตรงจากอังกฤษ โดยไม่ต้องย้ายไปเรียนถึงกรุงเทพฯ หรือต่างประเทศ
จ่อรับรู้รายได้ Q3 ดันเงินหมุนเวียนทะลุ 100 ล้าน/ปี
ในมิติทางการเงิน กลุ่มธุรกิจการศึกษาภายใต้การนำของอรสิรินกำลังจะเข้าสู่ช่วงการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างเต็มรูปแบบ โดยคาดการณ์ว่าบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงเรียนนานาชาติเข้ามาปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ของปีนี้เป็นต้นไป
ศักยภาพของ Mill Hill ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของการบ่มเพาะวิชาความรู้ให้แก่เยาวชน แต่ยังถูกวางตำแหน่งให้เป็นเครื่องมือสร้างรายได้หมุนเวียนขนาดใหญ่ที่มีความเสถียร โดยบริษัทประเมินว่าธุรกิจโรงเรียนแห่งนี้จะสามารถสร้างตัวเลขรายได้หมุนเวียนกลับเข้าสู่บริษัทได้มากกว่า 100 ล้านบาทต่อปี
"เราจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 เป็นต้นไป ซึ่งศักยภาพของธุรกิจนี้สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่บริษัทได้มากกว่า 100 ล้านบาทต่อปี ถือเป็นหัวใจสำคัญในการกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตรวม" นายอรรคเดช กล่าว
ชิงส่วนแบ่งตลาดฮับเชียงใหม่ ชูพอร์ตต่างชาติสู้ศึกแสนล้าน
ภาพรวมมูลค่าตลาดโรงเรียนนานาชาติทั่วประเทศที่มีขนาดยอดเงินสะพัดแตะระดับแสนล้านบาทนั้น จังหวัดเชียงใหม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาอันดับ 2 ของประเทศ โดยมีสถานศึกษาแข่งขันกันมากกว่า 25 แห่ง ซึ่งอรสิรินได้ทุ่มงบลงทุนพัฒนาโครงการเฟสแรกไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท ชูจุดขายค่าเรียนระดับ 400,000–600,000 บาทต่อปี เพื่อเจาะกลุ่มผู้ปกครองที่ต้องการมาตรฐานอังกฤษแท้ในราคาที่เข้าถึงได้
การกระจายสัดส่วนพอร์ตนักเรียนที่มีความหลากหลาย ทั้งนักเรียนจีน เกาหลี พม่า ยุโรป และไทย ได้กลายเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงทางการเงินชั้นดี ช่วยให้พอร์ตรายได้การศึกษามีความเสถียร ไม่อิงกับกำลังซื้อของชาติต่างชาติชาติใดชาติหนึ่งเพียงอย่างเดียว
หนุนกำลังซื้ออสังหาฯ ระยะยาว
การลงทุนในธุรกิจโรงเรียนนานาชาติของอรสิริน ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่สร้างตัวเลขรายได้ประจำเข้าสู่งบการเงินเท่านั้น แต่ยังออกฤทธิ์เป็นแม่เหล็กดึงดูดประชากรแฝง ครอบครัวผู้ปกครอง และกลุ่มคนทำงานระยะยาว (Long Stay) เข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
กลุ่มผู้ปกครองนักเรียนต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงเหล่านี้ เมื่อย้ายถิ่นฐานเข้ามาส่งบุตรหลานเรียนหนังสือ จะกลายเป็นดีมานด์แท้จริง (Real Demand) ที่กลับเข้ามาซื้อและเช่าที่อยู่อาศัยในโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมของอรสิรินไปโดยปริยาย ช่วยลดผลกระทบจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว และเสริมให้โครงสร้างธุรกิจของบริษัทมีความยั่งยืนในทุกสภาวะเศรษฐกิจ