“มงคลกิตติ์” เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบ 96 โครงการโอนงบศธ. ตั้งข้อสังเกตจัดสรรงบโรงเรียนละ 5 แสนบาท ส่อฮั้วจัดซื้อจัดจ้าง
“มงคลกิตติ์” เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบ 96 โครงการโอนงบศธ. ตั้งข้อสังเกตจัดสรรงบโรงเรียนละ 5 แสนบาท ส่อฮั้วจัดซื้อจัดจ้าง
27 ก.ค. 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น เตรียมเข้ายื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินโครงการตามพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2569 ของกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 96 โครงการ ภายหลังพบข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดสรรโอนงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ว่าอาจมีลักษณะส่อไปในทางทุจริต
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า การจัดสรรงบประมาณดังกล่าวมีการกระจายงบประมาณไปยังสถานศึกษาเป้าหมายในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยส่วนใหญ่ได้รับงบประมาณแห่งละประมาณ 500,000 บาท และบางแห่งได้รับวงเงินสูงกว่านั้น ทั้งนี้ พบว่าหลังจากได้รับการจัดสรรงบประมาณ ผู้บริหารสถานศึกษาหลายแห่งนำงบประมาณไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง โดยส่วนใหญ่เป็นการจัดซื้อครุภัณฑ์ และใช้วิธีเฉพาะเจาะจงในการคัดเลือกผู้รับจ้าง ซึ่งพบรูปแบบการนำบริษัทกลุ่มเดิมเข้ามาเป็นคู่เทียบราคา และผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละพื้นที่
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบว่า รูปแบบการจัดสรรงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างของทั้ง สอศ. และ สพฐ. มีลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณจำนวนประมาณ 500,000 บาทต่อแห่ง ซึ่งเป็นวงเงินที่สามารถใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงได้ จึงมีข้อสังเกตว่ามีการกำหนดบริษัทเป้าหมายไว้ล่วงหน้า และมีการหมุนเวียนบริษัทเดิมเข้ามาเป็นคู่เทียบราคาและผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งอาจเข้าข่ายการฮั้วประมูลนายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ดังกล่าวต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน จึงเห็นว่าควรตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อสร้างความโปร่งใสในการใช้งบประมาณของภาครัฐ และหากพบการกระทำผิดก็ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับ "หากรัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการไม่รู้ว่าการจัดสรรงบประมาณมีข้อพิรุธ ก็ต้องเร่งตรวจสอบและชี้แจงต่อสังคม หากมั่นใจว่าการจัดสรรงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส ก็เปิดเอกสาร เปิดข้อมูล และให้ตรวจสอบได้ทุกโครงการ แต่หากรู้แล้วกลับปล่อยให้เกิดขึ้น ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ เพราะงบประมาณทุกบาทเป็นภาษีของประชาชน ไม่ใช่เงินของนักการเมืองหรือข้าราชการ" นายมงคลกิตติ์ กล่าว ทั้งนี้ มูลนิธิเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น เตรียมนำเอกสารและข้อมูลหลักฐานเข้ายื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้เร่งตรวจสอบโครงการดังกล่าวอย่างละเอียด ทั้งในส่วนของการจัดสรรงบประมาณ การคัดเลือกสถานศึกษา การจัดซื้อจัดจ้าง และการดำเนินงานของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคม หากพบว่ามีการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย มีการเอื้อประโยชน์ หรือมีการสมยอมในการจัดซื้อจัดจ้าง ก็ขอให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมทั้งขยายผลไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อสร้างมาตรฐานในการปกป้องงบประมาณแผ่นดินและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าการใช้งบด้านการศึกษาจะต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์กับเด็กไทยอย่างแท้จริง