โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เร่งปิดเจรจา FTA ไทย–EU มั่นใจส่งออกเพิ่มดันจีดีพีโตทะลุ 3%

The Better

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • THE BETTER
‘ศุภจี’เผยเจรจา FTA ไทย–EU สัญญาณดี เตรียมลุยหารือรอบ 10 ที่่ภูเก็ต 28 ก.ย.หวังปิดดีลที่่เหลือ ไม่แตะสินค้าอ่อนไหว ก่อนเข้าสู่ขั้นตอน Legal Scrub ชี้เปิดตลาดยุโรปช่วยเพิ่มส่งออก 2.8% ดันจีดีพีเติบโต

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย – สหภาพยุโรป ครั้งที่ 2/2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ว่าในวันนี้เป็นการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยการประชุมที่ใช้เวลาที่ค่อนข้างนานถึงกว่า 2 ชั่วโมงในวันนี้นายกรัฐมนตรีต้องการรับฟังข้อมูลและที่สำคัญคือการชี้แจงให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ากรอบการเจรจาที่ได้กำหนดทั้งท่าทีหลักที่เรามุ่งหวังให้ได้สิทธิประโยชน์สูงสุด และท่าทีรองซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่ประเทศไทยต้องมีจุดยืนในการเจรจาหากการเจรจาไม่เป็นไปตามท่าทีหลักที่วางไว้

ปัจจุบันการเจรจาระหว่างไทยและ EU สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้แล้วประมาณ 2 ใน 3 ของข้อบททั้งหมด และเหลืออีกราว 1 ใน 3 โดยการเจรจาในรอบที่ 10 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ณ จังหวัดภูเก็ต โดยจะใช้ระยะเวลาเจรจากับตัวแทนจาก EU ประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งการเจรจารอบที่ 10 นี้ ตั้งเป้าหมายที่จะปิดข้อบทส่วนที่เหลือให้หมด จากนั้นจะไปสู่ขั้นตอนกระบวนการขัดเกลาทางกฎหมาย (Legal Scrub) และการจัดทำถ้อยคำ (Wording) ให้ตรงกันอย่างละเอียด เมื่อจัดทำร่างข้อตกลงและลงนามเรียบร้อย จะเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ต่อไปซึ่งขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี

ส่วนจะมีสินค้าที่เป็นข้ออ่อนไหวในการเจรจา นั้น ยังคงยึดหลักการตามที่ได้หารือกับ EU ในการเจรจารอบที่ 9 ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม คือในประเด็น สินค้าอ่อนไหว ทั้งสองฝ่ายจะตีกรอบยกเว้นไว้โดยไม่แตะต้อง ส่วนรายการสินค้าที่สามารถเปิดตลาดและได้ประโยชน์ร่วมกันก็จะดำเนินการเปิดตลาดได้ก่อน

การเปิดตลาด EU จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาตลาดเดิม และสร้างความสมดุลให้กับการค้าไทยมากยิ่งขึ้น] นอกจากนี้การบรรลุข้อตกลง FTA ไทย-EU ไม่เพียงช่วยขยายการค้าระหว่างไทยกับ EU เท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั้งจากสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยตรงในการส่งออกไปยัง EU ได้โดยตรง

ทั้งนี้หากสามารถเจรจาการค้าไทย กับ EU ได้สำเร็จจะเกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยจากผลการศึกษาของสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนาระบุว่าจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศไทยเพิ่มขึ้น 1.28% ซึ่งปัจจุบันจีดีพีของไทยอยู่ที่ 2% กว่าๆ การเจรจาFTA ไทย-EU ก็จะช่วยให้จีดีพีของไทยเพิ่มขึ้นเป็นขยายตัวได้เกินกว่า 3% ต่อปี ส่วนการส่งออกจะเพิ่มขึ้น 2.8% ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...