โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Kalguroo ปั้นแอปนับแคลฯ สัญชาติไทย Health Coach คู่หูดูแลสุขภาพการกิน

SME THAILAND ONLINE

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
เคยไหม? อยากบันทึกอาหารนับแคลอรี่ แต่พอเจอ “กะเพรา ต้มยำ ส้มตำ แกงพะแนง” ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามีกี่แคลฯ เพราะอาหารไทยมีสูตร วัตถุดิบ และวิธีปรุงที่ต่างกันไป นี่จึงเป็นโจทย์ที่ Kalguroo แอปนับแคลอรี่สัญชาติไทย เข้ามาแก้ด้วย AI

Text: Wipawan In.

Photo : Kritthapol Wichwongwai

การดูแลสุขภาพไม่ได้จบแค่การออกกำลังกาย แต่อาหารกลายเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่หลายคนอยากรู้มากขึ้นว่าในหนึ่งมื้อได้รับแคลอรี่ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต หรือโซเดียมไปเท่าไร แต่เมื่อเมนูที่อยู่ตรงหน้าคืออาหารไทย เรื่องกลับไม่ง่าย เพราะทุกเมนูล้วนมีรายละเอียดของวัตถุดิบ ปริมาณ และวิธีปรุงที่แตกต่างกัน นี่คือ Pain Point ที่ทำให้ Kalguroo แอปพลิเคชันนับแคลอรี่สัญชาติไทยถูกพัฒนาขึ้น ช่วยให้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นคู่หูด้านสุขภาพที่ใช้งานง่ายและเข้ากับชีวิตประจำวันมากกว่าการเป็นแค่แอปบันทึกอาหาร

Pain Point ของคนเข้ายิม ต่อยอดเป็นแอปฯที่เข้าใจอาหารไทย

ชายฟ้า วิญญูวณิชกุล Head of Performance Marketingและ แม๊กกี้ กิตติรัท ปวรชินะชัย Head of Growth เล่าว่า จุดเริ่มต้นของ Kalguroo มาจากประสบการณ์จริงของทีมผู้ก่อตั้งที่เคยทำงานในสายเทคโนโลยีและต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้าง Impact ประกอบกับการมองเห็นเทรนด์สุขภาพและ Longevity ที่เติบโตขึ้น จึงเกิดคำถามว่า หากคนต้องการดูแลสุขภาพมากขึ้น จะมีเครื่องมืออะไรช่วยให้การติดตามอาหารและสารอาหารทำได้ง่ายขึ้นบ้าง โดยเฉพาะ Pain Point ที่พบจากคนออกกำลังกายและเทรนเนอร์ ซึ่งต้องคอยถ่ายรูปอาหารและติดตามสิ่งที่กินในแต่ละวัน

“เมื่อเราลองสำรวจตลาดจึงพบว่าแอปต่างประเทศมีข้อจำกัดสำคัญ คือแม้จะมีฐานข้อมูลอาหารจำนวนมาก แต่เมื่อเจอกับอาหารไทยกลับไม่สามารถระบุเมนูและคุณค่าทางโภชนาการได้แม่นยำมากนัก เพราะไม่รู้จักความแตกต่างของเมนูที่ชื่อคล้ายกัน หรืออาหารที่มีสูตรและวิธีปรุงหลากหลาย เช่น กะเพราหมูสับกับกะเพราหมูชิ้น หรือแกงแต่ละประเภท”

Kalguroo จึงเลือกแก้โจทย์ด้วยการนำ AI และฐานข้อมูลโภชนาการมาผสานกัน โดยใช้ทั้งข้อมูลจากผู้ใช้งานและข้อมูลด้านโภชนาการจากกรมอนามัย เพื่อช่วยให้ระบบประมวลผลได้ง่ายและแม่นยำขึ้น ที่สำคัญคือทีมไม่ได้เริ่มต้นด้วยการสร้างแอปทันที แต่ทดลองจาก Prototype และรับ Feedback จากผู้ใช้ก่อน โดยเริ่มจากการให้บริการผ่าน LINE

“เมื่อเห็นว่าผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์และมีฐานข้อมูลมากพอ เราจึงพัฒนาต่อยอดเป็นแอปพลิเคชันเต็มรูปแบบ กระบวนการดังกล่าวใช้เวลาราว 1-2 ปี และทำให้ Kalguroo เติบโตไปพร้อมกับผู้ใช้งาน ซึ่ง Feedback จากผู้ใช้เองก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยพัฒนาความแม่นยำของระบบ”

ไม่ได้อยากให้ “เลิกกิน” แต่อยากให้รู้ว่า “กินอะไรอยู่”

Kalguroo ไม่ได้นิยามตัวเองเป็นแอปฯสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่าง แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทุกคนเข้าใจพฤติกรรมการกินของตัวเองมากขึ้น

“ผู้ใช้สามารถบันทึกอาหารและติดตามข้อมูลสำคัญอย่างแคลอรี่ โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตได้ฟรี ขณะที่สมาชิก Premium จะเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติม เช่น โซเดียม น้ำตาล คอเลสเตอรอล รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุได้ โดยเวอร์ชันฟรีสามารถใช้งานฟีเจอร์หลักได้ทุกวัน และรองรับการสแกนอาหารด้วยภาพ 3 ครั้งต่อวัน ส่วนผู้ที่สมัครสมาชิกสามารถสแกนได้แบบไม่จำกัด เหมาะกับคนที่ต้องการติดตามอาหารและของกินระหว่างวันอย่างละเอียด

“อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ประสบการณ์ใช้งานแตกต่างคือ การให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในการพัฒนา โดยผู้ใช้สามารถปรับข้อมูลให้ตรงกับสิ่งที่กินจริงได้ ข้อมูลที่ถูกแก้ไขยังช่วยให้ระบบเรียนรู้ต่อไปด้วย นี่คือแนวคิดที่ทำให้ AI ของ Kalguroo ไม่ได้ทำงานแบบทางเดียว แต่เรียนรู้จากผู้ใช้งานผ่าน Feedback ว่าผลลัพธ์ที่ประเมินมานั้นแม่นหรือควรปรับตรงไหนหรืออยากให้มีฟีเจอร์อะไรเพิ่มขึ้นอีกบ้าง”

หัวใจสำคัญคือ Kalguroo ไม่ได้ต้องการบอกว่าถ้าอยากสุขภาพดีต้องเลิกกินอาหารประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่อยากให้ผู้ใช้ Enjoy Eating ได้เหมือนเดิม เพียงแค่รู้จักอาหารที่ตัวเองกินมากขึ้น เพราะเมื่อรู้ว่ามื้อกลางวันได้รับคาร์โบไฮเดรตไปมากแล้ว มื้อเย็นก็สามารถเลือกเพิ่มโปรตีนหรือปรับสัดส่วนอาหารให้เหมาะสมได้ ข้อมูลจึงกลายเป็นตัวช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องรู้สึกว่าการดูแลสุขภาพคือการตัดความสุขจากการกินออกไป

ความก้าวหน้าที่รองรับการเติบโตของเทรนด์สุขภาพ

จุดแข็งที่ Kalguroo มองว่าเป็น Competitive Advantage คือการมี ฐานข้อมูลอาหารไทย ที่ถูกสะสมและพัฒนาขึ้นจากการใช้งานจริง เพราะอาหารไทยมีความซับซ้อนทั้งวัตถุดิบ สูตรอาหาร และวิธีการปรุงมากกว่าเมนูประเทศอื่นๆ

“เรามีข้อมูลการบันทึกของผู้ใช้งานสะสมกว่า 17 ล้านครั้ง จึงกลายเป็นอีกหนึ่งฐานข้อมูลสำคัญที่สามารถนำมาใช้ฝึกและพัฒนา AI ให้เข้าใจอาหารไทยได้ละเอียดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างของเมนู และการคำนวณที่แม่นยำขึ้น การเติบโตของ Kalguroo ยังสะท้อนเทรนด์ Health & Wellness ที่กำลังขยายตัวในไทย โดยเราดูจากจำนวนผู้ดาวน์โหลดที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และจากเดือนกรกฎาคมปีก่อนถึงตอนนี้ มีผู้ดาวน์โหลดแล้วเกือบ 1.4 ล้านคนภายในประมาณ 1 ปี ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ใช้งานก็ไม่ได้มีเพียงกลุ่มที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่รวมถึงกลุ่มที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก เพิ่มกล้ามเนื้อ ตลอดจนกลุ่มที่ต้องการควบคุมอาหารจากปัจจัยด้านสุขภาพและโรค NCDs อีกด้วย”

ยิ่งไปกว่านั้น Kalguroo กำลังมองไกลกว่าแอปนับแคลอรี่โดยวางเป้าหมายให้เทคโนโลยีเป็นผู้ช่วยด้านสุขภาพที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งการพัฒนา Kalguroo AI ให้ทำหน้าที่เป็น Health Coach วิเคราะห์แลแนะนำข้อมูลการกินและการออกกำลังกายในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เดินไปถึงเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีแผนเสริมความแข็งแกร่งผ่านการขยายพันธมิตรในหลากหลายกลุ่มทั้งแพลตฟอร์ม Food Delivery เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเห็นข้อมูลโภชนาการก่อนตัดสินใจสั่งอาหาร ฟิตเนส และโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งมีสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย และหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุน พร้อมทั้งวางแผนขยายสู่ ตลาดต่างประเทศ

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...