โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต “แอม ไซยาไนด์” คดีฆ่า “ฟ้า” วางยาพิษไซยาไนด์ หวังผลประโยชน์ล้างหนี้ 6 หมื่น

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต “แอม ไซยาไนด์” คดีฆ่า “ฟ้า” วางยาพิษไซยาไนด์ หวังผลประโยชน์ล้างหนี้ 6 หมื่น ด้านญาติผู้ตายกอดกันร่ำไห้ด้วยความดีใจ หลังสู้คดีนานกว่า 5 ปี

วันที่ 25 ส.ค. 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ1802/2568 ซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.สรารัตน์ วุฒิตาภรณ์ หรือ “แอม ไซยาไนด์” ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฆ่าผู้อื่นเพื่อเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำความผิดอื่น และปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภคบริโภค จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย กรณี น.ส.ดาริณี หรือ “ฟ้า” เทพทวี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2563 โดยจำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ ทั้งจากแพทย์ผู้ตรวจรักษา แพทย์ผู้ชันสูตร และผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา พบความผิดปกติในร่างกายผู้ตายหลายประการ ทั้งบริเวณหัวใจ ปอด และตับ ซึ่งสอดคล้องกับภาวะขาดออกซิเจนในเนื้อเยื่อ และมีความเป็นไปได้จากการได้รับสารพิษไซยาไนด์ โดยศาลเชื่อว่าผู้ตายได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย

ประกอบกับพยานหลักฐานพบว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยอยู่กับผู้ตายในช่วงเวลาใกล้เคียงกับระยะที่สารไซยาไนด์ออกฤทธิ์ หลังผู้ตายกลับถึงบ้านได้มีอาการชัก เกร็ง น้ำลายฟูมปาก และหมดสติ ก่อนเสียชีวิต ขณะที่จำเลยเป็นบุคคลสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตายที่ตลาดสามพราน จึงมีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ทำให้ผู้ตายได้รับสารพิษ โดยอาจเจือปนในอาหารหรือเครื่องดื่ม

ส่วนข้ออ้างของจำเลยที่ว่าไม่มีผู้ใดพบเห็นขณะเจือปนสารพิษในอาหารหรือเครื่องดื่ม ศาลเห็นว่า การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการเตรียมการและวางแผนไว้เป็นอย่างดี จึงไม่จำเป็นต้องมีบุคคลอื่นพบเห็นขณะลงมือ

สำหรับมูลเหตุจูงใจ ศาลพิเคราะห์ว่า จำเลยมีหนี้จากการยืมเงินผู้ตาย 60,000 บาท และชักชวนผู้ตายเล่นแชร์ 3 วง ซึ่งหากผู้ตายยังมีชีวิตอยู่จะต้องได้รับเงินปันผลรวมประมาณ 200,000 บาท นอกจากนี้ยังพบว่าจำเลยมีบัญชีหลายบัญชีเกี่ยวพันกับเว็บพนันออนไลน์และมีหนี้สินจำนวนหลายล้านบาท จึงมีน้ำหนักให้เชื่อว่าจำเลยต้องการฆ่าผู้ตายเพื่อประโยชน์ในการล้างหนี้

ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง ปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ส่วนพยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างได้

ศาลจึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด การกระทำเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำความผิดอื่น หรือเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน พิพากษาประหารชีวิต

ระหว่างการอ่านคำพิพากษา น.ส.สรารัตน์ หรือ “แอม” มีสีหน้าเรียบเฉย ยืนฟังคำพิพากษาอย่างสงบ ขณะที่ก่อนหน้านั้นมีสีหน้าสดใส ยิ้มและพูดคุยกับทนายความเป็นระยะ โดยมีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ร่วมรับฟังคำพิพากษาด้วย

ภายหลังศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิต ญาติของ น.ส.ดาริณี หรือ “ฟ้า” ต่างกอดกันและร้องไห้ด้วยความดีใจ ขณะที่ น.ส.จิราภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาวของผู้ตาย เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจกับคำพิพากษา และเชื่อว่าศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดจนมีคำวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุ

น.ส.จิราภา กล่าวว่า ครอบครัวต่อสู้เรื่องนี้มาโดยตลอด แม้คดีจะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 แต่ภายหลังเกิดคดีของ น.ส.ศิริพร หรือ “ก้อย” จึงเกิดความสงสัยและพยายามรวบรวมหลักฐานที่มี ทั้งข้อความแชต หลักฐานที่ยืนยันว่าผู้ตายอยู่กับจำเลยเป็นคนสุดท้ายที่ตลาดสามพราน รวมถึงผลการตรวจของแพทย์ที่ระบุถึงการได้รับสารพิษไซยาไนด์

ส่วนบรรยากาศในห้องพิจารณาคดี น.ส.จิราภา ระบุว่า รู้สึกว่าแอมไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้าน ยังคงยิ้มและหัวเราะพูดคุยกับทนายความ และไม่ได้หันมามองกลุ่มญาติของเหยื่อ พร้อมมองว่าท่าทีดังกล่าวผิดปกติ

สำหรับคดี “แอม ไซยาไนด์” ก่อนหน้านี้ศาลอาญามีคำพิพากษาแล้ว 6 คดี และรวมคดีนี้เป็น 7 คดี โดยมีคดีที่พิพากษาประหารชีวิต 2 คดี ได้แก่ คดี น.ส.ศิริพร หรือ “ก้อย” และคดี น.ส.ดาริณี หรือ “ฟ้า” ส่วนคดีที่พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 2 คดี ได้แก่ คดี “สารวัตรปู” และ “ผู้กองนุ้ย” ขณะที่อีก 3 คดี ได้แก่ น.ส.นิตยา น.ส.รจรินทร์ และ น.ส.มณฑาทิพย์ ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง

ทั้งนี้ ยังเหลือคดีของแอม ไซยาไนด์ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 8 คดี โดยครอบครัวของ น.ส.จิราภา ได้ฝากกำลังใจไปยังญาติผู้เสียหายทุกครอบครัว พร้อมระบุว่า ไม่ว่าผลคดีจะออกมาเป็นอย่างไร ขอให้ทุกครอบครัวได้รับความยุติธรรมและผู้กระทำต้องได้รับผลจากสิ่งที่ทำ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...