ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต “แอม ไซยาไนด์” คดีฆ่า “ฟ้า” วางยาพิษไซยาไนด์ หวังผลประโยชน์ล้างหนี้ 6 หมื่น
ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต “แอม ไซยาไนด์” คดีฆ่า “ฟ้า” วางยาพิษไซยาไนด์ หวังผลประโยชน์ล้างหนี้ 6 หมื่น ด้านญาติผู้ตายกอดกันร่ำไห้ด้วยความดีใจ หลังสู้คดีนานกว่า 5 ปี
วันที่ 25 ส.ค. 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ1802/2568 ซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.สรารัตน์ วุฒิตาภรณ์ หรือ “แอม ไซยาไนด์” ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฆ่าผู้อื่นเพื่อเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำความผิดอื่น และปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภคบริโภค จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย กรณี น.ส.ดาริณี หรือ “ฟ้า” เทพทวี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2563 โดยจำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ ทั้งจากแพทย์ผู้ตรวจรักษา แพทย์ผู้ชันสูตร และผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา พบความผิดปกติในร่างกายผู้ตายหลายประการ ทั้งบริเวณหัวใจ ปอด และตับ ซึ่งสอดคล้องกับภาวะขาดออกซิเจนในเนื้อเยื่อ และมีความเป็นไปได้จากการได้รับสารพิษไซยาไนด์ โดยศาลเชื่อว่าผู้ตายได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย
ประกอบกับพยานหลักฐานพบว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยอยู่กับผู้ตายในช่วงเวลาใกล้เคียงกับระยะที่สารไซยาไนด์ออกฤทธิ์ หลังผู้ตายกลับถึงบ้านได้มีอาการชัก เกร็ง น้ำลายฟูมปาก และหมดสติ ก่อนเสียชีวิต ขณะที่จำเลยเป็นบุคคลสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตายที่ตลาดสามพราน จึงมีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ทำให้ผู้ตายได้รับสารพิษ โดยอาจเจือปนในอาหารหรือเครื่องดื่ม
ส่วนข้ออ้างของจำเลยที่ว่าไม่มีผู้ใดพบเห็นขณะเจือปนสารพิษในอาหารหรือเครื่องดื่ม ศาลเห็นว่า การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการเตรียมการและวางแผนไว้เป็นอย่างดี จึงไม่จำเป็นต้องมีบุคคลอื่นพบเห็นขณะลงมือ
สำหรับมูลเหตุจูงใจ ศาลพิเคราะห์ว่า จำเลยมีหนี้จากการยืมเงินผู้ตาย 60,000 บาท และชักชวนผู้ตายเล่นแชร์ 3 วง ซึ่งหากผู้ตายยังมีชีวิตอยู่จะต้องได้รับเงินปันผลรวมประมาณ 200,000 บาท นอกจากนี้ยังพบว่าจำเลยมีบัญชีหลายบัญชีเกี่ยวพันกับเว็บพนันออนไลน์และมีหนี้สินจำนวนหลายล้านบาท จึงมีน้ำหนักให้เชื่อว่าจำเลยต้องการฆ่าผู้ตายเพื่อประโยชน์ในการล้างหนี้
ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง ปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ส่วนพยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างได้
ศาลจึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด การกระทำเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำความผิดอื่น หรือเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน พิพากษาประหารชีวิต
ระหว่างการอ่านคำพิพากษา น.ส.สรารัตน์ หรือ “แอม” มีสีหน้าเรียบเฉย ยืนฟังคำพิพากษาอย่างสงบ ขณะที่ก่อนหน้านั้นมีสีหน้าสดใส ยิ้มและพูดคุยกับทนายความเป็นระยะ โดยมีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ร่วมรับฟังคำพิพากษาด้วย
ภายหลังศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิต ญาติของ น.ส.ดาริณี หรือ “ฟ้า” ต่างกอดกันและร้องไห้ด้วยความดีใจ ขณะที่ น.ส.จิราภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาวของผู้ตาย เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจกับคำพิพากษา และเชื่อว่าศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดจนมีคำวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุ
น.ส.จิราภา กล่าวว่า ครอบครัวต่อสู้เรื่องนี้มาโดยตลอด แม้คดีจะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 แต่ภายหลังเกิดคดีของ น.ส.ศิริพร หรือ “ก้อย” จึงเกิดความสงสัยและพยายามรวบรวมหลักฐานที่มี ทั้งข้อความแชต หลักฐานที่ยืนยันว่าผู้ตายอยู่กับจำเลยเป็นคนสุดท้ายที่ตลาดสามพราน รวมถึงผลการตรวจของแพทย์ที่ระบุถึงการได้รับสารพิษไซยาไนด์
ส่วนบรรยากาศในห้องพิจารณาคดี น.ส.จิราภา ระบุว่า รู้สึกว่าแอมไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้าน ยังคงยิ้มและหัวเราะพูดคุยกับทนายความ และไม่ได้หันมามองกลุ่มญาติของเหยื่อ พร้อมมองว่าท่าทีดังกล่าวผิดปกติ
สำหรับคดี “แอม ไซยาไนด์” ก่อนหน้านี้ศาลอาญามีคำพิพากษาแล้ว 6 คดี และรวมคดีนี้เป็น 7 คดี โดยมีคดีที่พิพากษาประหารชีวิต 2 คดี ได้แก่ คดี น.ส.ศิริพร หรือ “ก้อย” และคดี น.ส.ดาริณี หรือ “ฟ้า” ส่วนคดีที่พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 2 คดี ได้แก่ คดี “สารวัตรปู” และ “ผู้กองนุ้ย” ขณะที่อีก 3 คดี ได้แก่ น.ส.นิตยา น.ส.รจรินทร์ และ น.ส.มณฑาทิพย์ ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง
ทั้งนี้ ยังเหลือคดีของแอม ไซยาไนด์ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 8 คดี โดยครอบครัวของ น.ส.จิราภา ได้ฝากกำลังใจไปยังญาติผู้เสียหายทุกครอบครัว พร้อมระบุว่า ไม่ว่าผลคดีจะออกมาเป็นอย่างไร ขอให้ทุกครอบครัวได้รับความยุติธรรมและผู้กระทำต้องได้รับผลจากสิ่งที่ทำ