โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สว.สำรองขู่ กกต.ขยายเวลาชี้ขาดคดีฮั้วเจอคุก!

ไทยโพสต์

อัพเดต 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.58 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กลุ่ม สว.สำรอง ดักคอ กกต.ขยายชี้ขาดคดีฮั้ว หากทำมันคือการโกหกประชาชน เตือนหากเล่นตุกติก ถูกร้องเอาผิด ติดคุกห้าปี ชี้เข้ายุคตกต่ำสุดขีดในความเชื่อมั่นของสังคม

29 ก.ค.2569 - จากกรณีมีรายงานข่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) อาจจะมีการขยายเวลาในการพิจารณา-ทำความเห็นคดีฮั้วสว. จากเดิมจะเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม โดยจะขยายเวลาออกไปถึงเดือนกันยายน ด้วยเหตุผลว่า พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ จึงต้องการให้ทุกกระบวนการของพยานหลักฐานในแต่ละประเด็นเเล้วเสร็จครบถ้วน จึงสามารถขยายเวลาได้ตามความจำเป็น

ด้าน พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว แกนนำกลุ่ม สว.สำรอง ที่เคลื่อนไหวในเรื่องการตรวจสอบการเลือกสว.มาตลอดสองปีที่ผ่านมา กล่าวถึงกรณี หากกกต.จะมีการขยายเวลาออกไปจากเดิมบอกว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคมว่า หากถามถึงในแง่ของอำนาจตามกฎหมาย ทางกกต. สามารถที่จะใช้เหตุใช้ผลขยายออกไปได้ตามเวลาที่เห็นว่ามันจำเป็น แต่อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่กกต.จะขอขยายเวลา จะอ้างอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าหากมีผู้ท้วงติงหรือไม่เห็นด้วย มีความเห็นแย้ง จนมีการไปฟ้องศาลขึ้นมา ก็ต้องพิจารณาว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่ที่กกต.จะอ้าง แต่อีกประการหนึ่ง ก่อนหน้านี้มันเหมือนมีสัญญาประชาคมแล้วที่ประธานกกต.ได้พูดต่อสาธารณชนว่า จะวินิจฉัยเรื่องนี้ให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดคือไม่เกิน 12 ครั้ง โดยจะประชุมทุกวันจันทร์ แล้วต่อมาก็ออกมาบอกอีกว่าเหลืออีกประมาณสี่จันทร์ กกต.จะพยายามพิจารณาให้เสร็จสิ้นตามกรอบเวลา แล้วก็ยังมีกกต.บางคนออกมาให้สัมภาษณ์สอดรับกับประธานกกต.ว่า กกต.กำลังรีบพิจารณาอยู่คิดว่าจะทำตามกรอบเวลา

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวต่อไปว่า เพราะฉะนั้น เราก็เชื่อว่าเมื่อกกต.พูดมาแบบนี้ กกต.ก็คงไม่น่าจะมีการเลื่อนออกไปอีก แต่หากจะเลื่อนอีกก็แปลว่าท่านโกหกประชาชน โกหกสังคม ก็ต้องถามว่าหากถึงตอนนั้น จะนำเหตุผลใดมาอ้างในการเลื่อน ถ้ามันไม่เข้าท่า ก็คงต้องมีคนไปดำเนินการต่อกกต.อย่าลืมว่าถึงกกต.เป็นองค์กรอิสระ ใครไปปลดอะไรไม่ได้ แต่ก็มีกฎหมายของกกต.ที่ควบคุมความประพฤติเพื่อการบริหารงานของกกต. เช่นมาตรา 32 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 (ห้ามมิให้กรรมการ เลขาธิการ ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ประธานและกรรมการในคณะกรรมการระดับจังหวัดหรือในคณะกรรมการระดับอําเภอ ผู้อํานวยการการเลือก หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทําการอื่นใดอันเป็นการขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย ฯ) รวมถึง พ.ร.บ.กรรมการการเลือกตั้งฯ มาตรา 69 ซึ่งเขียนไว้รวมถึงกกต.-เลขาธิการกกต. -ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่กกต.ทุกคนว่า หากปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจะต้องถูกระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี

“ดังนั้น หากกกต.ละเลยหรือว่าส่อเจตนาที่จะไม่ดำเนินการแบบทุจริตจริง ๆ ถ้าจำเป็นเราก็คงต้องไปอาศัยช่องทางตามกฎหมายเหล่านั้นเพื่อไปตรวจสอบแล้วก็ฟ้องร้องในโอกาสต่อไป”

เมื่อถามว่า ในคดีฮั้ว.หากกกต.มีข้อสรุปในการวินิจฉัยออกมาโดยค้านต่อกระแสความรู้สึกของสังคม จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นเชื่อถือ เกิดวิกฤตศรัทธาต่อกกต.ที่เป็นองค์กรอิสระหรือไม่ พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า ณ บัดนี้ จริงๆ กกต.ก็ตกต่ำอย่างสุดขีดในความเชื่อมั่นของสังคมและประชาชน เพราะการลากยาวเรื่องฮั้วสว.มาถึง 2 ปีเศษคนก็มองไม่ดีอย่างยิ่ง แต่ก็ยังมีเหมือนเป็นโอกาสสุดท้ายที่กกต.จะกู้ภาพหรือกู้ชื่อเสียงได้ว่า หากวินิจฉัยเรื่องนี้อย่างเที่ยงธรรม เป็นไปตามพยานหลักฐาน ที่กลุ่มพวกเราสว.สำรองที่ไปติดตามเรื่องสว.ที่สำนักงานกกต.หลายครั้ง เราไม่ได้ไปบอกให้กกต.ต้องพิจารณาอย่างหนึ่งอย่างใด หรือต้องพิจารณาตามกระแสสังคม เราไม่ได้ไปขอกกต.แบบนั้น แต่ขอให้กกต.พิจารณาตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า พวกเราเชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่อยู่ในสำนวนว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ และพวกเราที่เป็นกลุ่มสว.สำรอง เราผ่านสนามการเลือกสว. เราเห็นแบบนั้นจริงๆ โดยเชื่อว่ามีการทุจริต ส่วนว่าใครโกงใครจะต้องรับผิด ก็ว่ากันไปเพราะบางข้อหา อาจมีพยานหลักฐานพัวพันเอาผิดคนได้ 10 คน บางข้อหาอาจจะเอาผิดได้ 20 คน ก็อาจมีโดนเอาผิดบ้าง ไม่โดนบ้าง ก็ไม่เป็นไร แต่คนที่ได้เข้าไปเป็นสว.โดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม 138 คน จะมาเลือกเอาเฉพาะน้ำเงินอ่อน ไม่เอาผิดพวกน้ำเงินเข้ม ทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะไม่สามารถที่จะไปแยกแยะได้ ก็เหมือนกับกรณีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 5,914 คนที่พบว่าคะแนนในกระดาษคำตอบผิดปกติ เขายังต้องเพิกถอนทั้งหมด จะไปเลือกเอาแค่ครึ่งเดียวไม่ได้ ก็เหมือนกับสว.138 คน ที่เหมือนผลไม้ที่ออกมาจากต้นไม้ที่มีการโกงที่เรียกว่า ต้นโกงสว. แล้วมันออกผลมาเป็น138 ผล แล้วจะมาบอกว่าให้เด็ดทิ้งเอาออกไปสัก 50 ผลพอ ที่เหลือก็เก็บไว้กิน ซึ่งจะไปกินได้อย่างไรในเมื่อเป็นพิษทั้ง138 ลูก ที่เสียหมดแล้ว ก็ต้องทิ้งทั้ง 138 ผล กกต.ชุดปัจจุบัน ก็มีอดีตผู้พิพากษาอาวุโสถึงสองคน มีอดีตปลัดกระทรวง อดีตอธิบดี ที่มีทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ และมีประสบการณ์สูง จะมาเป็นปลาตายน้ำตื้นไม่ได้

“เราก็รู้อีกอันหนึ่งว่าจริง ๆ แล้วคงมีแรงกดดัน ไม่ว่าจะเป็นผู้มากบารมี ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งที่บุรีรัมย์ ที่ทำเนียบรัฐบาลก็ดี ทางกลุ่มเราก็เคยมีจดหมายเปิดผนึกไปถึงสองผู้ยิ่งใหญ่นี้ โดยบอกว่า ที่ผ่านมาคนเขาก็รับรู้รับทราบกันว่าท่านอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ จนถูกแจ้งเป็นผู้ถูกกล่าวหาใน 229 คนด้วย การกดดันของท่านที่ไปบี้ไปกดดันเขา เราก็ขอให้เลิกเสีย ขอให้หยุด ขอให้ กกต.วินิจฉัยโดยสุจริตเที่ยงธรรม ก็อยากให้การตัดสินเรื่องนี้ของกกต.เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม พวกเราไม่ได้คาดหวังว่าอยากจะได้เป็น สว. แต่อยากให้ความเป็นธรรม ความจริงมันปรากฏขึ้นในสังคม เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ามันเลวร้ายจริง ๆ ในเรื่องฮั้วสว.อย่างที่หลายคนพูดคือมันเหมือนกับการปฏิวัติรัฐประหาร เหมือนกับการยึดอํานาจประเทศไทยไปกลายๆ”พล.ต.ท.คำรบระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...