โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อดีตบิ๊กศรภ.’ เล่าเรื่อง บนแผ่นดินรัชกาลที่ 10 การทรงงานของในหลวง แบบ ‘ปิดทองหลังพระ’

ไทยโพสต์

อัพเดต 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.14 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

29 ก.ค.2569 - พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) เรื่อง บนแผ่นดินรัชกาลที่ 10 มีเนื้อหาดังนี้

มีเรื่องราวหลายสิบเรื่องเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่พวกเราคนไทยเข้าใจกันคลุมเครืออยู่ ผมจึงขอนำพระราชกรณียกิจมาเล่าสู่กันฟัง เฉพาะเรื่องที่ผมพอจะมีความรู้อยู่บ้าง เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกันครับ โดยเฉพาะเรื่องที่ท่านทรงงาน “แบบปิดทองหลังพระ ”

นอกจาก กรณีที่ พระองค์มักไปทรงงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนอยู่เบื้องหลังในพื้นที่เขตอิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศไทยมาหลายครั้งแล้ว ในช่วงสงครามภายในกัมพูชา ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตัังแต่ปี 2512 ยาวไปถึงปี 2536 ซึ่งนับเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่รุนแรงมากที่สุดในโลก เหตุการณ์หนึ่ง เพราะทำให้มีประชาชนกัมพูชาเสียชีวิตกว่า 2 ล้านคน มีการอพยพลี้ภัยสงคราม เข้ามาในประเทศไทยหลายแสนคน โดยเฉพาะ ในช่วงที่เขมรแดงเข้ายึดกัมพูชา และ ระยะที่เวียตนามได้เข้าโจมตีเขมรแดงต่ออีก การแตกพ่ายจากทุกสงครามและความขัดแย้งภายในกัมพูชา ราษฎรกัมพูชาจะหลบหนีมาอยู่ตามแนวชายแดนไทย สร้างภาระมากมายให้กับกองทัพไทย ที่นอกจากจะต้องปะทะกับทหารเวียตนามแล้ว ยังต้องดูแลประชาชนเขมรที่มีสภาพน่าสงสารมาก เเต่เรื่องก็เบาบางลงเมื่อพระราชวงศ์ระดับสูงของไทยเสี่ยงภัยเข้าไปดูแลด้านโรคภัย และ ความอดอยากของราษฎรเขมร อย่างจริงจัง

ในหลวง ร.10 ซึงขณะนั้นถือได้ว่าเป็นเสาหลักของราชวงศ์ไทย ได้เข้ามาทรงงานอยู่ในพื้นที่แบบเงียบๆด้วย นับว่าเป็นการเสี่ยงต่อการถูกลอบทำร้ายของสายลับต่างชาติ ซึ่งแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้อพยพเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นพระองค์ทรงเข้าศึกษาหลักสูตรทางการบินทุกชนิดทั้งในประเทศไทย และ ต่างประเทศ ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี 2519 จนถึง 2547 จนสำเร็จทุกหลักสูตร สามารถขับเครื่องบินทุกประเภทได้เป็นอย่างดี ซึ่งผลปรากฏตามที่พวกเรารู้เห็นกันอยู่ ดังนั้นการใช้เวลาศึกษาเครื่องบินทุกชนิดดังกล่าวนี้ พร้อมกับการทรงงานอื่นๆควบคู่ไปด้วยอีกหลากหลายรูปแบบ นั้นพอที่จะบอกได้ว่า
“พระองค์ ทรงมีขัตติยะมานะ ทรงพระปรีชาสามารถ และ มีจิตใจในการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

ในเรื่องทรงพระปรีชาสามารถ นั้น ผมจะเล่าให้ฟังสักเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่เจอมาด้วยตัวเองครับ ในช่วงปี 2547 นั้น เป็นระยะเวลาที่เกิดความรุนแรงทางจังหวัดชายแดนภาคใต้มากที่สุด ผมได้มีโอกาสเข้าเฝ้าถวายรายงานแก่ในหลวง ร.10 เป็นการส่วนพระองค์ เพื่อเล่าถึงสถานการณ์ และสาเหตุของการเกิดความรุนแรงดังกล่าว โดยมีองคมนตรีอีก 2 ท่านร่วมรับฟังอยู่ด้วยเท่านั้น (พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ และ นายกำธน สินธวนนท์)

ผมได้ถวายรายงานตามเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่ได้ระบุถึงตัวบุคคลมากนัก ในหลวง ร.10 ทรงฟังจนจบ ท่านก็มีรับสั่งให้ผมเล่าใหม่ ทีนี้ผมจึงเล่าอย่างละเอียด ท่านก็มีพระราชดำรัสซักถามลงไปในรายละเอียด ซึ่งคำถามในบางเรื่องของพระองค์ทำผมอึ้งแบบนึกไม่ถึง ท้ายสุดท่านได้ให้ข้อคิดเห็นว่า “ เรื่องนี้น่าจะไปกันอีกยาว ” ซึ่งปัจจุบันมันก็ยาวจริงๆครับ

ส่วนเรื่องที่มีการวิพากวิจารณ์อย่างเสียหายต่อพระองค์ท่านนั้น ล้วนแต่ไม่มีมูลความจริง ซึ่งผู้ที่วิพากวิจารณ์นั้น บ่อยครั้งที่ได้รับข่าวสารเพียงครึ่งเดียว ก็จิตนาการต่อกันไปเอง หรือจงใจจะให้ร้ายพระองค์ท่าน ซึ่งพระองค์ก็ทรงวางเฉย ด้วยพระเมตตาต่อราษฎรของพระองค์ ไม่เคยตำหนิหรือทักท้วงใดๆ ดังเช่น มีเรื่องหนึ่ง ที่คิดว่าทุกคนคงจะจำกันได้ คือ การกล่าวหาว่าพระองค์ว่า ทรงเก็บเงินรายหัวในการพระราชทานปริญญาบัตร ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งมีถึง 38 แห่ง ตอนนั้น ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ พิทักษ์และติดตามปัญหาทางกฏหมายที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ของ สนช.และต่อเนื่องมาถึงวุฒิสภา

ผมไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องแบบนี้ขึ้นจริงๆ จึงเชิญอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งมาประชุม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ พบว่า มีการเก็บเงินผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาจริง แต่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับงานธุรการ ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษา ซึ่งเป็นเงินจำนวนไม่มากนัก แต่ส่วนที่ถวายให้พระองค์ท่านนั้น เป็นเงินของมหาวิทยาลัยเอง ซึ่งเมื่อพระองค์รับไว้ก็ส่งต่อไปให้ประธานจัดงานทันที เพื่อนำไปสมทบกองทุนมูลนิธิคุรุปถัมภ์ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมงกุฏราชกุมาร เพื่อใช้เป็นสวัสดิการครูในวาระต่างๆ ผมจึงแนะนำ กลุ่มอธิการบดีว่า “คราวหน้า ต้องแจกแจงให้ผู้เข้ารับปริญญาบัตรทุกคนทราบว่าเงินที่เก็บไปนั้น นำไปใช้อะไรบ้าง” ส่วน “เงินที่นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายนั้นเป็นเงินของมหาวิทยาลัยราชภัฏเอง เป็นคนละส่วนกัน”

ตั้งแต่นั้นมาการนำเรื่องนี้มาโจมตีก็หายไป

เรื่องการทรงงานปิดทองหลังพระของในหลวง ร.10 ยังมีอีกหลายเรื่องครับ จะนำมาเล่าให้ฟังอีกในวันที่28 ก.ค.ในปีหน้าครับ

ทรงพระเจริญ
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
28 กรกฎาคม 2569
—————————————-

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ และครอบครัว
พรอมกับกลุ่มเพื่อนในสังคมโซเชียล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...