โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดรหัสอาณาจักร “ลอรีอัล กรุ๊ป” กลยุทธ์การช้อปแบรนด์ระดับโลก ที่ไม่ได้แค่ซื้อกิจการ แต่คือการซื้ออนาคต

TODAY

อัพเดต 53 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 53 นาทีที่แล้ว • TODAY

จักรวาลความงามที่แบรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน การที่องค์กรหนึ่งจะยืนหยัดเป็น ‘ผู้นำ’ ได้อย่างต่อเนื่องกว่าศตวรรษไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หลายคนอาจติดภาพว่าความสำเร็จต้องมาจากการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วยตัวเอง เพียงอย่างเดียว แต่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ กลยุทธ์ที่เฉียบคมกว่าคือการ ‘มองเกมให้ออก’ว่าเทรนด์ไหนกำลังจะมา แบรนด์ไหนคือจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไป และนี่คือจุดเริ่มต้นของอาณาจักร ลอรีอัล (L’Oréal)ที่ไม่ได้เติบโตเพียงเพราะความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์เคมี แต่เพราะเป็น ‘นักสะสมแบรนด์’ที่มองการณ์ไกล

[ จากธุรกิจยาย้อมผม สู่จักรวาล 40 แบรนด์ดัง ]

เชื่อหรือไม่ว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีแบรนด์ในมือกว่า 40 แบรนด์อย่างลอรีอัล กรุ๊ป เริ่มต้นก้าวแรกในปี 1909 จากธุรกิจ “ยาย้อมผม” เล็ก ๆ โดยนักเคมีชาวฝรั่งเศส Eugène Schueller (ยูจีน ชูแลร์) แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ลอรีอัลกลายเป็น “Le Grand L’Oréal”(ลอรีอัลผู้ยิ่งใหญ่) คือวิสัยทัศน์ของ CEO คนที่ 2 อย่าง François Dalle (ฟรองซัว ดาลล์) ที่วางรากฐานกลยุทธ์การเข้าซื้อกิจการ เพื่อขยายอิทธิพลไปทั่วโลก แทนการเริ่มต้นจากศูนย์

[ กลยุทธ์การเลือก ‘จิ๊กซอว์’ ที่ใช่ ในเวลาที่ถูกต้อง ]

ลอรีอัลไม่ได้ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ทุกดีลคือการ “ปิดช่องว่าง” และ “เปิดประตู” สู่โอกาสใหม่เสมอ

  • Lancôme (1964):ประตูบานแรกสู่ตลาด Luxuryเปลี่ยนภาพลักษณ์จากแบรนด์สกินแคร์ธรรมดา สู่สัญลักษณ์ความหรูหราพรีเมียมระดับโลก
  • Garnier & Maybelline (1965/1996):การรุกตลาด Massเพื่อเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน ผูกแบรนด์เข้ากับป๊อปคัลเจอร์และเทรนด์แฟชั่นที่เปลี่ยนไว
  • L’Oréal Dermatological Beauty:คือการทำให้ผลิตภัณฑ์ความงามสามารถดูแลผิวเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ผ่านแบรนด์อย่าง La Roche-Posay (1989), CeraVe (2017)และ SkinCeuticals (2005) เพื่อตอบโจทย์ความหลากหลายของสภาพผิวที่ต้องการการดูแลที่แตกต่าง รวมถึงกลุ่มคนที่ไม่ได้มองหาแค่ความสวย แต่ต้องการ “สุขภาพผิว” ที่ดีจากการแนะนำของแพทย์
  • Aesop (2023): บันไดขั้นสุดสู่ตลาด Sensorial Beauty และ Lifestyleที่ไม่ได้ขายเพียงแค่สกินแคร์ แต่เป็นการขาย “สุนทรียศาสตร์ ศิลปะ ปรัชญา และประสบการณ์ในร้านเฉพาะตัว” เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคระดับบน (High-Net-Worth) ที่ให้คุณค่ากับความประณีต ดีไซน์ และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม

[ ถอดรหัสหัวใจเอเชีย: K-Beauty และ J-Beauty ]

ลอรีอัลเข้าใจดีว่า “มาตรฐานความงามไม่มีแบบเดียว” การจะครองใจคนเอเชียจึงไม่ใช่การเอาแบรนด์ตะวันตกมาขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเรียนรู้ธรรมชาติของคนแต่ละพื้นที่

  • 3CE & Dr.G (2018/2024):คือการซื้อ “ความเข้าใจ Gen Z”และพลังของ K-Beauty ที่ต่อยอดความเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นและ นวัตกรรมสกินแคร์ โดยใช้ Digital Marketing ขับเคลื่อนเทรนด์
  • Shu Uemura & Takami (2004/2020):คือการซึมซับปรัชญาความพิถีพิถันแบบญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมอย่าง Cleansing Oil และขั้นตอนการดูแลผิวที่ลึกซึ้ง

[Kering Beauté: ก้าวต่อไปของ Haute Couture และ Niche Luxury]

ล่าสุด ลอรีอัล กรุ๊ป เพิ่งสร้างความสั่นสะเทือนด้วยการคว้าดีลประวัติศาสตร์กับ Kering Beautéที่ทำให้ลอรีอัลได้รับสิทธิ์ดูแลแบรนด์ระดับ Iconic Fashion Houseอย่าง Gucci, Bottega Veneta และ Balenciagaเป็นเวลายาวนานถึง 50 ปี พร้อมการเข้าครอบครองแบรนด์น้ำหอมนิชระดับตำนานอย่าง Creedดีลประวัติศาสตร์นี้ไม่เพียงแต่ขยายขอบเขตความงามระดับ Haute Couture แต่ยังเป็นการตอกย้ำตำแหน่ง “เบอร์ 1” ในตลาดน้ำหอมและความงามระดับ Ultra-Luxury และ Niche Beauty

ลอรีอัล กรุ๊ป ไม่ได้แค่ซื้อแบรนด์ แต่ซื้อวัฒนธรรม ซื้อนวัตกรรม และซื้อโอกาสที่จะเติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคทุกกลุ่ม ความสำเร็จของลอรีอัลจึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขยอดขาย แต่คือการสร้างพื้นที่ให้กับทุกกลุ่ม ไม่ว่าคุณจะเป็นสายแฟชั่นวัยรุ่น สายเวชสำอางที่เน้นผลทดสอบทางคลีนิก หรือกลุ่ม Niche ที่เน้นงานศิลปะ ลอรีอัลตอบโจทย์ทุกความต้องการ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ลอรีอัลไม่ได้เป็นแค่บริษัทเครื่องสำอาง แต่เป็น “ผู้กำหนดทิศทาง และอนาคตแห่งความงามของโลก” อย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...