โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส.อ.ท.มึน! ยอดผลิตรถยนต์ยังหดตัว ปรับคาดการณ์เหลือ 1.45 ล้านคัน

ไทยโพสต์

อัพเดต 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.27 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ส.อ.ท. เผยยอดผลิตรถยนต์ มิ.ย. 69 ลดลงจากปีก่อน 7.55% สะท้อนยอดผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะลดลง สวนทางยอดขายในประเทศโตตามเทรนด์รถไฟฟ้าขยายตัว ห่วงรถกระบะยอดขายต่ำลงทุกปี กระทบกลุ่มชิ้นส่วนในประเทศกว่า 90% พร้อมปรับลดคาดการณ์ผลิตลงจาก 1.5 ล้านคัน เหลือ 1.45 ล้านคัน

24 ก.ค. 2569 - นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิตรถยนต์ในงวดเดือนมิ.ย. 2569 ว่า จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ มีทั้งสิ้น 120,391 คัน ลดลงจากเดือนมิ.ย.ปีก่อน 7.55% โดยลดลงเพราะผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะลดลง 50.11% และ 8.07% ตามลำดับ จากการส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงไป 7,727 คันคิดเป็น 38.35% จากเดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว รวมทั้งผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศลดลง 17.04%

ส่งผลให้ยอดผลิตรวมลดลง 7.55% จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในช่วง 6 เดือน (ม.ค. - มิ.ย.) 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 717,212 คัน ลดลงจากช่วงปีก่อน 1.04% รถยนต์นั่ง เดือนมิ.ย. 2569 ผลิตได้ 48,317 คัน ลดลงจากเดือนมิ.ย.ปีก่อน 5.30% โดยยอดผลิตเพื่อส่งออก ทำได้ 67,784 คัน ลดลงจากปีก่อน 20.18% และช่วง 6 เดือนผลิตเพื่อส่งออกได้ 449,161 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.44% ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ผลิตได้ 52,607 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16.12% และช่วง 6 เดือน ผลิตได้ 268,051 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงปีก่อน 7.35%

ขณะที่ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมิ.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 58,724 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ค. 19.36% และเพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย. ปีก่อน 17.26% โดยตัวเลขยอดขายเพิ่มขึ้นเพราะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางรวมทั้งการส่งเสริมให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ของรัฐบาล รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่วนใหญ่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามาจากการนำเข้ามากกว่ารถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ส่งผลให้ 6 เดือนปีนี้รถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในผลิตลดลงถึง 34,679 คันหรือลดลง 29.21% จากตัวเลข 6 เดือนของปีที่แล้ว

รถกระบะซึ่งใช้ชิ้นส่วนในประเทศกว่า 90% ยังคงขายได้แค่ 10,805 คัน ลดลง 3.17% จาก มิ.ย.ปีก่อน รถกระบะเคยขายได้เดือนละ 30,000 คันก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ปัจจุบันขายได้เดือนละ 10,000 คัน ลดลงทุกเดือนตลอดสามปีมาแล้วจากการเข้มงวดของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนผลิตลดลงด้วย รายได้และกำไรของบริษัทเหล่านี้ลดลง รัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิตและภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง รายได้คนงานและพนักงานของผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนทั้งหลายก็มีรายได้ลดลง จึงระมัดระวังการใช้เงิน ส่งผลให้การลงทุน การจ้างงานชะลอตัวลง เศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ จึงขอให้รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ การจ้างงานจำนวนมากเพื่อสร้างอำนาจซื้อให้มากขึ้น ใช้หนี้ได้มากขึ้น หนี้ครัวเรือนจะได้ลดลงอย่างแท้จริง รัฐบาลเก็บภาษีต่าง ๆ ได้มากขึ้น นำเงินภาษีไปลงทุน จ้างงานให้คนไทยให้มีรายได้มากขึ้น ทำให้ประเทศอยู่ในวัฏจักรเศรษฐกิจขาขึ้นเสียที

ด้านการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนมิ.ย. 69 ส่งออกได้ 81,526 คัน ลดลง 7.45% โดยลดลงเพราะยังส่งออกไปตะวันออกกลางลดลง 38.35% จากมิ.ย.ปีที่แล้ว ส่วนแบ่งตลาดลงลงจาก 20% ของปีที่แล้วเหลือ 14% นอกจากนี้ยังส่งออกลดลงในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ยุโรป แต่ส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดแอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกากลางและอเมริกาใต้ ส่วนมูลค่าการส่งออกรถยนต์ 58,239.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย. ปีก่อน 1.39% รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 76,746.71 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมิ.ย. ปีก่อน 3.16% ส่วนช่วง 6 เดือนปี 69 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 421,144 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกัน 8.32% ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกรถยนต์ช่วง 6 เดือน ทำได้ 289,187.70 ล้านบาท ลดลงจากช่วงปีก่อน 8.01%

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์และภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. ได้ปรับประมาณการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยในปี 2569 ลงจากเดิม 1,500,000 คัน เหลือ 1,450,000 คัน หรือลดลง 3.33% โดยปรับลดประมาณการผลิตเพื่อการส่งออกจาก 950,000 คัน เหลือ 900,000 คัน หรือลดลงร้อยละ 5.26 ขณะที่ประมาณการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศยังคงไว้ที่ 550,000 คัน เท่าเดิม

ทั้งนี้ การปรับประมาณการดังกล่าวมีสาเหตุสำคัญจากปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ได้แก่ 1. สงครามในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยปริมาณการส่งออกรถยนต์ไปยังตะวันออกกลางในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ลดลง 38.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

2.มาตรการกีดกันการค้าและภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป โดยส่งผลต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน

3.การเข้ามาทำตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ส่งผลต่อการแข่งขันกับรถยนต์จากประเทศไทยในการส่งออกไปภูมิภาคต่างๆ ทั้ง อาเซียน ออสเตรเลียและโอเชียเนีย รวมถึงภูมิภาคอื่นๆ

4.เกณฑ์การปล่อยมลพิษจากรถยนต์ของประเทศคู่ค้าเริ่มมีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...