โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“แรงงานอังกฤษ” วัย 65+ ทำงานทะลุ 1.7 ล้านคน สวนทางคนรุ่นใหม่กว่า 1 ล้านคน หางานยาก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ก.ย เวลา 13.56 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย เวลา 06.55 น.

อังกฤษเผชิญช่องว่างตลาดแรงงานระหว่างวัย คนอายุ 65 ปีขึ้นไปทำงานสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่วัย 16-24 ปีเกือบ 1 ล้านคนไม่มีงานทำหรือหลุดจากระบบการศึกษา

วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าตลาดแรงงานอังกฤษกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงระหว่างคนต่างรุ่นอย่างชัดเจน หลังจำนวนผู้มีงานทำอายุ 65 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่คนหนุ่มสาวกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ยากขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เติบโตอ่อนแอ การจ้างงานที่ซบเซา และการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังกระทบตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น

ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 อังกฤษเคยมีแรงงานหนุ่มสาวมากถึง 10 คน ต่อผู้มีงานทำอายุ 65 ปีขึ้นไป 1 คน แต่ปัจจุบันอัตราส่วนดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 2 ต่อ 1 สะท้อนทั้งการที่คนสูงวัยทำงานนานขึ้นและความยากลำบากของคนรุ่นใหม่ในการหางานแรก

ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) ระบุว่า จำนวนชาวอังกฤษอายุ 65 ปีขึ้นไปที่ยังทำงานอยู่เพิ่มขึ้นเกิน 1.7 ล้านคน ในช่วงต้นปีนี้ ขณะที่อัตราการมีงานทำของคนกลุ่มนี้ ซึ่งหลายคนมีอายุเกินเกณฑ์รับบำนาญจากรัฐแล้ว เพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุด

ปัจจัยสำคัญมาจากอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น สุขภาพที่ดีขึ้น และรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้คนสูงวัยสามารถอยู่ในตลาดแรงงานได้นานกว่าเดิม ขณะเดียวกันแรงกดดันจากค่าครองชีพยังทำให้คนรุ่น Baby Boomer จำนวนหนึ่งเลือกทำงานต่อหรือกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานเพื่อเพิ่มรายได้

อย่างไรก็ตาม การที่แรงงานสูงวัยอยู่ในตลาดแรงงานนานขึ้นเกิดขึ้นในช่วงที่อังกฤษเผชิญภาวะตลาดแรงงานแบบที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เรียกว่า “Low Hire, Low Fire” หรือภาวะที่บริษัททั้งรับพนักงานใหม่และเลิกจ้างในระดับต่ำ ส่งผลให้ตำแหน่งงานว่างใหม่มีจำกัด และคนหนุ่มสาวจำนวนมากยังติดอยู่นอกตลาดแรงงาน

อัตราว่างงานของคนหนุ่มสาวอังกฤษขณะนี้อยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่าทศวรรษ ขณะที่ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นลดลงอย่างมาก โดยมีคนอายุ 16-24 ปี เกือบ 1 ล้านคน ที่ไม่ได้ทำงาน ไม่ได้ศึกษา และไม่ได้อยู่ระหว่างการฝึกอบรม หรือกลุ่ม NEET

Ben Harrison ผู้อำนวยการ Work Foundation แห่ง Lancaster University ระบุว่า เศรษฐกิจที่เติบโตอ่อนแอและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกทำให้นายจ้างระมัดระวังการรับพนักงานเพิ่ม เมื่อมีตำแหน่งงานใหม่เกิดขึ้นน้อยลง การที่แรงงานสูงวัยเลื่อนการเกษียณออกไปจึงอาจส่งผลต่อจำนวนตำแหน่งที่เปิดให้คนรุ่นใหม่

รัฐบาลพรรค Labour ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี Andy Burnham กำหนดให้ปัญหาว่างงานในกลุ่มคนหนุ่มสาวเป็นหนึ่งในวาระสำคัญ โดยขยายโครงการอุดหนุนตำแหน่งงานค่าแรงขั้นต่ำสำหรับคนรุ่นใหม่ และเตรียมปรับปรุงเส้นทางการฝึกอาชีพเพื่อช่วยให้เข้าสู่ตลาดแรงงานได้ง่ายขึ้น

ข้อมูลจาก Institute for Fiscal Studies ระบุว่า แม้อัตราการจ้างงานโดยรวมของอังกฤษค่อนข้างทรงตัว แต่ปัจจุบันมีคนอายุ 16–24 ปีเพียงประมาณ ครึ่งหนึ่ง ที่มีงานทำ ลดลงมากกว่า 4 จุดเปอร์เซ็นต์จากปี 2565 ซึ่งเป็นการลดลงในระดับใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตโควิด-19 และวิกฤตการเงินโลกปี 2551

สถานการณ์ดังกล่าวแตกต่างจากช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งอังกฤษเคยกังวลกับการที่แรงงานรุ่น Baby Boomer เกษียณก่อนกำหนดจำนวนมาก แต่ค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้ดึงคนบางส่วนกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยผลสำรวจของ Standard Life ในปี 2569 พบว่า ผู้เกษียณประมาณ 1 ใน 6 กลับมาทำงานหรือกำลังพิจารณากลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน

Bruna Skarica หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์อังกฤษของ Morgan Stanley ระบุว่า ผู้สูงวัยบางส่วนอาจกลับมาทำงานพาร์ตไทม์เพื่อเสริมรายได้ โดยเฉพาะในงานทักษะต่ำหรือค่าจ้างไม่สูง ซึ่งในอดีตตำแหน่งเหล่านี้อาจเป็นงานสำหรับคนหนุ่มสาว

ขณะเดียวกัน บริษัทอังกฤษหลายแห่งกำลังหันมาให้ความสำคัญกับแรงงานสูงวัยมากขึ้น ทั้งการรับสมัครพนักงานอายุ 50 ปีขึ้นไปและปรับสวัสดิการเพื่อรักษาพนักงานที่ใกล้เกษียณ เช่น Veolia ที่มีหน้าเว็บไซต์รับสมัครงานสำหรับผู้มีอายุเกิน 50 ปีโดยเฉพาะ ขณะที่ AXA มีโครงการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะใหม่สำหรับแรงงานกลุ่มนี้ และ Dentsu เปิดโครงการฝึกงานที่มุ่งเป้าไปยังผู้สมัครอายุ 50 ปีขึ้นไป

อีกปัจจัยที่กำลังสร้างความแตกต่างระหว่างแรงงานต่างรุ่นคือ AI เนื่องจากเทคโนโลยีสามารถช่วยให้พนักงานสูงวัยทำงานต่อได้นานขึ้น และเพิ่มมูลค่าให้กับประสบการณ์ของพนักงานอาวุโส ขณะที่ AI สามารถเข้ามารับงานหลายประเภทที่ในอดีตมักมอบหมายให้พนักงานระดับเริ่มต้น

ข้อมูลจาก Indeed ระบุว่า สัดส่วนตำแหน่งงานสำหรับบัณฑิตจบใหม่เมื่อเทียบกับตำแหน่งงานว่างทั้งหมด ลดลงครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่ปี 2565 โดย Harrison มองว่า AI อาจช่วยยืดอายุการทำงานของแรงงานสูงวัย แต่สำหรับคนหนุ่มสาว เทคโนโลยีดังกล่าวอาจเป็นภัยคุกคามต่อโอกาสการจ้างงานโดยตรง

Alessandro De Arcangelis นักวิเคราะห์อาวุโสของ Lewis Silkin ระบุว่า มีบริษัทบางแห่งเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับการลดจำนวนพนักงานระดับ Junior และใช้ AI ทดแทน ส่งผลให้องค์กรมีแนวโน้มพึ่งพาพนักงานอาวุโสมากขึ้น

นอกจากนี้การทำงานจากระยะไกลอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กระทบการจ้างงานคนรุ่นใหม่ โดยผลศึกษาของธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์กพบว่า การทำงานจากบ้านมีส่วนสำคัญต่อการเพิ่มขึ้นของการว่างงานในกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ เนื่องจากบริษัทลังเลที่จะรับพนักงานระดับ Junior มาทำงานทางไกล เพราะการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะทำได้ยากกว่า

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนความท้าทายของตลาดแรงงานอังกฤษที่แรงงานสูงวัยกำลังอยู่ในระบบนานขึ้น ขณะที่ประตูเข้าสู่ตลาดแรงงานของคนรุ่นใหม่กลับแคบลงจากทั้งเศรษฐกิจที่ซบเซา การจ้างงานใหม่ที่ลดลง การทำงานทางไกล และ AI ที่เริ่มเข้ามาทดแทนงานระดับเริ่มต้นมากขึ้น

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจยุโรป ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...