โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แผ่นดินไหวทำต่างชาติเที่ยวไทยลดฮวบ 2.72 ล้านคน แอตต้าเร่งรัฐดึงความเชื่อมั่น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 14.24 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 21.24 น.

แผ่นดินไหวทำต่างชาติเที่ยวไทยลดฮวบ 2.72 ล้านคน แอตต้าเร่งรัฐดึงความเชื่อมั่น

รายงานข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากรายงานติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศหลังเหตุการณ์เกิดแผ่นดินไหวพบว่า ภาพรวมการเดินทางเที่ยวไทยตลอดเดือนมีนาคม 2568 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 9% หรือ จำนวน 2.72 ล้านคน เทียบจากจำนวน 2.9 ล้านคนในเดือนมีนาคม 2567 เมื่อพิจารณาภาพรวมในช่วงสัปดาห์ที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวระหว่างวันที่ 25 – 31 มีนาคม 2568 พบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีการหดตัว เนื่องจากเป็นตลาดที่อ่อนไหวสูงต่อเหตุการณ์ความปลอดภัยจากการรายงานภาพข่าว ซึ่งได้เผยแพร่ตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้แก่ ญี่ปุ่นลดลง 36% ฮ่องกงลดลง 23% เกาหลีใต้ลดลง 23% สิงคโปร์ลดลง 17% เวียดนามลดลง 16% จีนลดลง 7%

ขณะที่ตลาดลาว กัมพูชา เมียนมา หดตัวเฉลี่ย 15% เพราะมีการชะลอการเดินทางเข้าไทยทันที เนื่องจากมีการเดินทางเข้าไทยผ่านด่านทางบก โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้เคียงเหตุแผ่นดินไหวเมียนมาที่กระทบมายังประเทศไทยทางภาคเหนือ และตะวันออก ส่วนตลาดยุโรปหดตัวเฉลี่ย 4-9% โดยคาดการณ์ว่า นักท่องเที่ยวยุโรปบางส่วนจะชะลอการเดินทางเพื่อเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงวันหยุดยาวอิสเตอร์เดือนเมษายนนี้ด้วย

ด้านนายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า หลังจากสงกรานต์ผ่านพ้นไปแล้ว สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือเดินหน้าประชาสัมพันธ์ว่า ประเทศไทยมีความปลอดภัยสูงสุด โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก อาคารสูงต่างๆ ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา หรือได้รับผลกระทบแบบน้อยมาก มีเพียงตึกเดียวเท่านั้นที่ถล่ม ส่วยที่เหลือผ่านการตรวจสอบไม่มีปัญหาใด นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเข้ามาเที่ยวได้อย่างสบายใจ อีกทั้งเรายังมีระบบยกระดับความปลอดภัยตั้งแต่ในสนามบิน นักท่องเที่ยวสามารถลงทะเบียนรถเช่าที่ใช้และที่พักได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป ประชาสัมพันธ์ภาพความปลอดภัยออกไป

นายอดิษฐ์ กล่าวว่า หลังจากนั้นต้องมีงบประมาณออกมานำผู้ประกอบการไปประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในต่างประเทศ เพราะตลาดเอเชียแปซิฟิค หรือตลาดระยะใกล้อย่างไรก็ต้องหัวใจสำคัญในการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังที่อาจมีผลกระทบในด้านเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐและจีน จากสงครามการค้าระหว่างกัน ส่งผลกระทบต่อตลาดยุโรปในภาพรวม ประเทศไทยจึงต้องยิ่งหวังตลาดเอเชียเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ทั้งตะวันออก ตะวันตก และตะวันออกกลางที่ยังเป็นตลาดหลักในการวางเป้าหมายดึงดูดเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มได้

นายอดิษฐ์ กล่าวว่า การเดินหน้าดึงตลาดที่มีศักยภาพเข้ามาเที่ยวไทยโดยเฉพาะตลาดยุโรป ซึ่งจะมีการเก็บสถิติใหม่นับจำนวนยุโรป 1 คน แต่หากเป็นเอเซีย อาทิ จีน เข้ามา 2 คนจะนับเพียง 1 คนเท่านั้น มองว่ายังเก็บเป็นสถิติแบบนี้ไม่ได้ เพราะตลาดนักท่องเที่ยวจีนไม่ใช่ว่าทุกคนเข้ามาแล้วใช้จ่ายน้อย มีจำนวนมากที่นิยมเข้ามาแล้วจับจ่ายใช้สอยซื้อของฝากกลับบ้านเยอะ โดยเฉพาะตลาดเมืองรองของจีน ที่ยังไม่เคยเข้ามาเที่ยวไทย หากเข้ามาเที่ยวแล้วก็จะเกิดการใช้จ่ายมากกว่าเดิม เพราะไม่เคยเห็น ไม่เคยใช้บริการ เกิดการใช้จ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์เพิ่มขึ้นแน่นอน ส่วนนักท่องเที่ยวยุโรปเข้ามาแล้วอาจใช้เงินในระยะยาวเพราะพักเฉลี่ย 10 วัน แต่ยุโรปก็ไม่ได้เป็นตลาดบนเสมอไป ที่เข้ามาไทยก็เป็นตลาดระดับกลางลงมาเช่นกัน มีการประหยัดเงินกินเที่ยว เปลี่ยนไปนอนโฮมสเตย์ หรือเกสต์เฮาส์แทน จึงไม่ได้หมายความว่าตลาดยุโรปหนึ่งคนจะมีการใช้จ่ายเทียบเท่าตลาดจีนสองคน รวมถึงนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะตลาดระยะใกล้หรือระยะไกล ปัญหาในด้านการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่ปรับลดลงก็มีเหมือนกัน และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่ไม่เหมาะสมก็มีทั่วโลกเช่นกัน

“ประเทศไทยยังจำเป็นต้องเดินทางไปโรดโชว์เพื่อทำตลาดในประเทศจีนแบบมากๆ โดยเฉพาะเมืองรองในจีนระดับ 2-3 เพราะเมืองหลักมีการทำตลาดผ่านโอทีเอ หรือช่องทางออนไลน์ได้ แต่ตลาดเมืองรองจำเป็นต้องอาศัยการทำตลาดด้วยตัวเอง สื่อสารเอง เพื่อสร้างความเข้าใจในภาพของไทยอย่างแท้จริง” นายอดิษฐ์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แผ่นดินไหวทำต่างชาติเที่ยวไทยลดฮวบ 2.72 ล้านคน แอตต้าเร่งรัฐดึงความเชื่อมั่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...