โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซื้อหนี้ประชาชน: ทางรอดใหม่หรือจุดเริ่มต้นของวงจรเดิม?

THE STANDARD

อัพเดต 25 มี.ค. 2568 เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2568 เวลา 07.31 น. • thestandard.co
ซื้อหนี้ประชาชน: ทางรอดใหม่หรือจุดเริ่มต้นของวงจรเดิม?

เมื่อไม่นานมานี้ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอแนวคิด ‘ซื้อหนี้ประชาชน’ เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินที่สะสมยาวนาน โดยภาคเอกชนลงทุนซื้อหนี้เสียจากธนาคาร แล้วให้ลูกหนี้ผ่อนชำระในยอดที่ต่ำลงและระยะเวลานานขึ้น พร้อมกับการล้างเครดิตบูโร เพื่อช่วยให้ประชาชนตั้งต้นชีวิตทางการเงินใหม่อีกครั้ง โดยไม่มีการใช้งบประมาณรัฐ

โมเดลนี้ไม่ได้ใหม่ในแวดวงการเงิน แต่เป็นวิธีที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ใช้ดำเนินการมานาน โดยเข้าซื้อหนี้เสีย (NPL) ในราคาต่ำกว่ายอดจริง ก่อนเจรจากับลูกหนี้ใหม่ เพื่อให้ได้ยอดเงินที่เหมาะสมและสามารถชำระได้ ซึ่งหากบริหารได้ดี ก็จะเกิดสถานการณ์ win-win สำหรับทุกฝ่าย ประเทศไทยเคยใช้โมเดลลักษณะนี้ในอดีต โดยเฉพาะหลังวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่เกิดการจัดตั้ง บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) และบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงไทย เพื่อจัดการกับหนี้เสียจำนวนมหาศาลและฟื้นฟูระบบธนาคาร

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในวันนี้แตกต่างจากวันนั้นพอสมควร เพราะขณะนี้หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงถึง 16.3 ล้านล้านบาท หรือราว 89% ของ GDP ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับ ‘อ่อนไหว’ ต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ และมีหนี้เสียกว่า 1.2 ล้านล้านบาท หรือ 8.8% ของสินเชื่อทั้งหมด ตัวเลขเหล่านี้จึงนำมาสู่คำถามสำคัญว่า ภาคเอกชนจะมีศักยภาพในการจัดหาเงินทุนและบริหารความเสี่ยงระดับนี้ได้จริงหรือไม่

ปัญหาที่มากกว่าแค่การ ‘ลดหนี้’

นอกจากนี้ข้อเสนอเรื่องการล้างเครดิตบูโรยังเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะแม้จะช่วยให้ประชาชนเริ่มต้นใหม่ได้ง่ายขึ้น แต่การลบข้อมูลเครดิตที่ใช้ประเมินความเสี่ยง อาจสร้างผลกระทบต่อระบบสินเชื่อโดยรวม เพราะธนาคารหรือผู้ให้กู้จะไม่สามารถประเมินประวัติการชำระเงินของลูกหนี้ได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ต้นทุนความเสี่ยงสูงขึ้น หรือแย่กว่านั้น อาจนำไปสู่การเกิดหนี้เสียรอบใหม่ ที่สำคัญหากแนวคิดนี้ไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขอย่างรัดกุม อาจนำไปสู่ปัญหา ‘Moral Hazard’ หรือความเสี่ยงเชิงพฤติกรรม ที่ลูกหนี้บางรายอาจเลือกไม่ชำระหนี้โดยเชื่อว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือในอนาคต ส่งผลให้วินัยทางการเงินของประชาชนเสื่อมถอย

การออกแบบนโยบายลักษณะนี้จึงไม่สามารถพึ่งพาเจตนาดีเพียงอย่างเดียวได้ แต่ต้องมีกรอบการกำกับดูแล การให้ความรู้ทางการเงิน และกลไกจูงใจที่รอบคอบและโปร่งใส เพื่อไม่ให้กลายเป็น ‘ยาพิษหวาน’ ที่ส่งผลร้ายระยะยาว

ความท้าทายของ AMC: ซื้อผิดชีวิตเปลี่ยน

แม้แนวคิด ‘ซื้อหนี้ประชาชน’ จะดูเหมือนเป็นทางออกที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย แต่เบื้องหลังของการบริหารหนี้เสีย (NPL) กลับเป็นงานที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความเสี่ยง

สำหรับบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) การตัดสินใจซื้อหนี้แต่ละก้อน ไม่ใช่แค่การดูยอดเงิน แต่ต้องประเมินให้ได้ว่า จะสามารถเรียกคืนได้แค่ไหนในอนาคต ซึ่งหมายถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกหนี้ ความสามารถในการจ่ายคืน สภาพเศรษฐกิจโดยรวม ไปจนถึงกฎเกณฑ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ถ้าซื้อมาในราคาที่สูงเกินไป ก็อาจสร้างความเสียหายต่อธุรกิจได้

มาตรฐานบัญชี TFRS 9 เองก็รับรู้ถึงความเสี่ยงของสินทรัพย์ที่มีปัญหาด้านเครดิตตั้งแต่แรกเริ่ม จึงกำหนดแนวทางเฉพาะสำหรับการจัดการสินทรัพย์ประเภทนี้ ภายใต้แนวคิดที่เรียกว่า POCI (Purchased or Originated Credit-Impaired) ซึ่งหมายถึงสินทรัพย์ทางการเงินที่มีการด้อยค่าตั้งแต่วันแรกที่ถือครอง ครอบคลุมสินทรัพย์หนี้เสียที่ AMC ซื้อมาบริหาร โดยกำหนดให้ต้องประเมิน ‘ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น’ หรือ Expected Credit Loss (ECL) ตั้งแต่วันแรก เพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริง ไม่ให้มูลค่าถูกตีสูงเกินไป

แต่การประเมินเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอิงข้อมูลจำนวนมากและสมมติฐานที่อ่อนไหว เช่น พฤติกรรมลูกหนี้ มูลค่าหลักประกัน และแนวโน้มเศรษฐกิจ ยิ่งพอร์ตกระจายตัวสูง มีลูกหนี้รายย่อยจำนวนมาก ก็ยิ่งซับซ้อน จำเป็นต้องใช้การวิเคราะห์สถิติและคณิตศาสตร์ประกันภัย เพื่อให้ผลประเมินใกล้เคียงความเป็นจริง

ในอีกมุมหนึ่ง เมื่อหนี้ถูกโอนจากธนาคารมาอยู่ในมือของ AMC ก็หมายถึงการเปลี่ยนเจ้าหนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งสำหรับลูกหนี้บางราย อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของการจัดการหนี้ เนื่องจาก AMC มีบทบาทที่แตกต่างจากธนาคารทั่วไป โดยมุ่งเน้นการเจรจาเพื่อนำเงินกลับเข้าระบบให้ได้มากที่สุด การเปลี่ยนผ่านนี้จึงอาจเปิดทางให้เกิดเงื่อนไขใหม่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยายระยะเวลาชำระหนี้ การลดภาระดอกเบี้ย หรือการปรับลดหนี้บางส่วนให้สอดคล้องกับศักยภาพในการจ่ายคืนของลูกหนี้

อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับมากหรือน้อย ย่อมขึ้นอยู่กับราคาที่ AMC ซื้อหนี้มาจากธนาคาร หากราคาซื้อต่ำเพียงพอ AMC ก็จะมี ‘พื้นที่’ ในการให้ข้อเสนอที่ผ่อนปรนมากขึ้น แต่ถ้าราคาสูงเกินไป ช่องว่างในการช่วยเหลือก็จะลดลงตามไปด้วย

แม้แนวคิด ‘ซื้อหนี้ประชาชน’ จะสะท้อนเจตนาที่ดีและความพยายามในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่ผลลัพธ์ในทางปฏิบัติจะเป็นอย่างไร ยังขึ้นอยู่กับการออกแบบที่รอบคอบ ครอบคลุมทั้งการบริหารความเสี่ยง กลไกกำกับดูแล ความโปร่งใสในการดำเนินงาน และที่สำคัญคือ การส่งเสริมวินัยทางการเงินในระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้หนี้วนกลับมาเป็นปัญหาอีกครั้ง บทสรุปของนโยบายนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่แท้จริงได้หรือไม่? คงต้องติดตามกันต่อไป

สามารถอ่านรายละเอียดหลักการคำนวณของบริษัทบริหารสินทรัพย์ในเทคนิคของ POCI เพิ่มเติมได้ที่: www.abs-valuation.com/tfrs9-ecl-poci

ภาพ:dizain / Shutterstock

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...