คลังเร่งดัน ร่างกฎหมาย Entertainment Complex เข้าสภาฯ เป็นวาระเร่งด่วน ใน เม.ย. 68
คลังเร่งชง ร่างกฎหมาย Entertainment Complex เป็นวาระเร่งด่วนเข้าสภาฯ ในเดือน เม.ย. 68 ส่วนเกณฑ์เงินฝาก 50 ล้านบาท รอถกชั้นกรรมาธิการ ยันพิจารณาผู้ประกอบธุรกิจเข้มข้น ไม่มีทุนเทา คาดช่วยสร้างการจ้างงานเพิ่ม 2 หมื่นราย
27 มี.ค. 2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมวันที่ 27 มีนาคม 2568 ว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. ฉบับที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว (ร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงฯ)
โดยร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destinations) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว อันประกอบด้วยสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโน ซึ่งจะก่อให้เกิดการลงทุนและนำรายได้เข้าสู่ประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการจ้างแรงงานในประเทศด้วย
ทั้งนี้การพัฒนาสถานบันเทิงครบวงจรเป็นการดึงเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่จากต่างประเทศและเป็นเม็ดเงินใหม่จากนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก (World Class) แบบครบวงจร รวมทั้งพื้นที่สาธารณะเพื่อการนันทนาการและการส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำการท่องเที่ยวในภูมิภาค ประกอบกับ เป็นการนำธุรกิจกาสิโนและการพนันถูกกฎหมายให้เข้ามาอยู่ในระบบอย่างมีมาตรฐาน ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย มีการจัดเก็บรายได้และภาษีอย่างถูกต้อง
ในการนี้ รัฐบาลได้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เช่น ปัญหาทางการเงินและหนี้สิน ปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น โดยได้มีการเตรียมการสำหรับการกำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และเยียวยาเพื่อบรรเทาผลกระทบข้างต้น เช่น การจำกัดคุณสมบัติของผู้เข้าใช้บริการเพื่อไม่ให้กระทบต่อเยาวชนและกลุ่มเปราะบาง การห้ามมิให้มีการเชิญชวน โฆษณา ประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเกี่ยวกับกาสิโน การกำหนดให้มีสำนักงานและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล ตรวจสอบ และติดตามผลการดำเนินธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรอย่างใกล้ชิด เป็นต้น รวมทั้งให้มีการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร แล้วดำเนินการป้องกัน แก้ไข หรือเยียวยาผลกระทบดังกล่าว
ร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงฯ ประกอบด้วย 7 หมวด 104 มาตรา โดยมีสาระสำคัญกล่าวคือ กำหนด ให้มีคณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร (คณะกรรมการนโยบายฯ) ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการเสนอแนะนโยบายการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรต่อคณะรัฐมนตรี ออกประกาศเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร การควบคุมและมาตรการบังคับ
รวมถึงการพิจารณาและออกคำสั่งเกี่ยวกับการออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการเพิกถอนใบอนุญาต นอกจากนี้ ยังกำหนด ให้มีการจัดตั้งสำนักงานควบคุมการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุม กำกับดูแล ติดตาม ตรวจสอบ ส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร
ทั้งนี้ สถานบันเทิงครบวงจรจะต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ตามที่คณะกรรมการนโยบายฯ กำหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และต้องประกอบด้วยธุรกิจสถานบันเทิงตามบัญชีแนบท้ายร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงฯ (เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม สถานบริการ สนามกีฬา ยอร์ชและครูซซิ่งคลับ สถานที่เล่นเกม สระว่ายน้ำและสวนน้ำ สวนสนุก เป็นต้น) อย่างน้อย 4 ประเภท ร่วมกับกาสิโน โดยกาสิโนต้องมีสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 10 ของที่ดินหรือพื้นที่ใช้สอยของอาคารอันเป็นที่ตั้งของสถานบันเทิงครบวงจร และอนุญาตให้มีการพนันได้เฉพาะประเภทที่คณะกรรมการนโยบายฯ กำหนด
รวมทั้งต้องจัดให้มีเขตบริเวณ ของสถานประกอบการกาสิโนที่แยกห่างจากสถานประกอบธุรกิจสถานบันเทิงอื่นอย่างชัดเจน และห้ามบุคคลที่อายุน้อยกว่า 20 ปี เข้ากาสิโน นอกจากนี้ สถานบันเทิงครบวงจรจะต้องประกอบด้วยพื้นที่สำหรับส่งเสริมสินค้า บริการ และศิลปวัฒนธรรมไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่ทั้งหมดอีกด้วย
สำหรับการดำเนินการในลำดับต่อไป จะมีการนำร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงฯ ฉบับดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
“ขั้นตอนหลังจากนี้คือจะส่งเป็นเรื่องด่วนเข้าสภาเพื่อให้พิจารณาในวาระ 1 แล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนการตั้งกรรมาธิการต่อไปและใช้เวลาอีกนานกว่าจะเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2-3 ต่อไป”
สำหรับกรณีเงื่อนไขการคัดกรองผู้ที่จะเข้าไปใช้บริการในกาสิโน ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกากำหนดให้ต้องมีเงินฝากในบัญชีธนาคารอย่างน้อย 50 ล้านบาทยังมีข้อถกเถียงกันกว้างขวาง เพราะอาจขัดกับวัตถุประสงค์ของการมีกาสิโนอยู่พอสมควร เนื่องจากรัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาการพนันนอกระบบที่ผิดกฎหมาย หากกำหนดจำนวนเงินในบัญชีไว้สูงมากถึง 50 ล้านบาท จะยิ่งทำให้เป็นการผลักคนส่วนใหญ่อีกกว่า 60 ล้านคน กลับไปสู่การพนันที่ผิดกฎหมาย เพราะปัจจุบันมีข้อมูลว่าคนไทยที่มีเงินในบัญชีเกิน 50 ล้านบาท มีเพียงหมื่นกว่าคนเท่านั้น ซึ่งประเด็นนี้คงต้องไปถกกันในชั้นกรรมาธิการต่อไป
"เรามองข้อเท็จจริงว่า คนไทยยังมีการไปเล่นพนันที่ประเทศเพื่อนบ้าน ในบ่อนที่ผิดกฎหมาย แม้เราจะกวดขันจับกุมอย่างเข้มงวด แต่ต้องยอมรับว่ายังมีอยู่ กลไกนี้จะเป็นการดึงเขากลับมาในระบบ โดยที่เราสามารถติดตาม กำกับดูแลประชาชนในกลุ่มนี้ได้ต่อไป ไม่ได้หมายความว่าเรามี หรือไม่มี Entertainment Complex แล้วการพนันผิดกฎหมายจะไม่มีเลย
เราจึงต้องสร้างกลไกที่จะดึงเขากลับมา ส่วนการเยียวยา มีในรูปของกฎหมายอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ในรูปแบบของกองทุน เพราะใน พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ระบุว่าไม่สามารถตั้งกองทุนที่มีวัตถุประสงค์ซ้ำซ้อนกัน นี่คงเป็นอีกประเด็นที่สภาฯ ต้องไปคุยกันว่าจะให้ผ่านด่านนี้ได้อย่างไร"
นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า หากในอนาคตร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ ก็จะต้องมีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการควบคุมการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ขึ้นตามกฎหมาย โดยมีคณะกรรมการ 2 ส่วนประกอบด้วย คณะกรรมการฝ่ายนโยบาย และคณะกรรมการฝ่ายบริหาร ซึ่งการจะตั้งสถานบันเทิงครบวงจรในพื้นที่ใดนั้น จะต้องเริ่มต้นในการศึกษาความคุ้มค่าของแต่ละพื้นที่ก่อน ว่าในประเทศไทยควรมี Entertainment Complex กี่แห่ง และตั้งอยู่ในพื้นที่ใดบ้างที่มีศักยภาพ และแต่ละพื้นที่ควรมีองค์ประกอบสำคัญอะไร
"เมื่อได้ผลการศึกษาออกมาแล้ว หน่วยงานนี้ก็จะทำหน้าที่ออก TOR ผู้สนใจซึ่งเป็นผู้ลงทุน ต้องไปจัดตั้งเป็นกลุ่มบริษัทที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน เช่น ส่วนหนึ่งอาจถนัดโรงแรม อีกส่วนอาจถนัดเรื่องอาหาร อีกส่วนอาจถนัดห้างสรรพสินค้า สวนสนุก แล้วนำมาเสนอคณะกรรมการ
ซึ่งเราจะมีเกณฑ์ที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ทุกคนสามารถนำเสนอได้ และต้องพิจารณาในเรื่องความเหมาะสมทุกประการ ทั้งพื้นฐานของบริษัท ประสบการณ์ สิ่งที่นำเสนอจะมาเป็นจุดเปลี่ยนให้กับประเทศไทยได้จริงหรือไม่ จะสร้างเม็ดเงินเพิ่มขึ้น ดึงดูดนักลงทุน นักท่องเที่ยวได้จริงหรือไม่
และมีประวัติเป็นทุนสีเทาหรือไม่ มีประวัติฟอกเงิน ค้ามนุษย์หรือไม่ เราต้องดูให้ครบถ้วน รอบคอบ รัดกุมที่สุด จากนั้นจึงจะมีการวินิจฉัยให้คะแนนอย่างที่ทุกคนตรวจสอบได้ จึงจะมีผู้ลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตต่อไป"
ทั้งนี้คาดว่า Entertainment Complex จะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนแต่ละจุดไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท เกิดจากการจ้างงาน 15,000 – 20,000 ราย และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายเข้ามากขึ้น