โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ใช้รถต้องรู้! ฟังก์ชันลับ "เบรกมือไฟฟ้า" ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 09.44 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
ใช้รถต้องรู้! ฟังก์ชันลับ

ใช้รถต้องรู้! ฟังก์ชันลับ "เบรกมือไฟฟ้า" ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้

ข้อดีของเบรกมือไฟฟ้า

จากเดิมที่รถทุกคันจำเป็นจะต้องมีก้านเบรกมือขนาดใหญ่ไว้ข้างผู้ขับขี่ หรือไม่ก็เป็นก้านเหยียบบริเวณใกล้กับที่พักเท้า แต่ระบบเบรกมือไฟฟ้าจะทำงานผ่านปุ่มขนาดเล็กที่มักติดตั้งไว้บริเวณใกล้กับคันเกียร์ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องของความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกต่างหาก

นั่นเป็นเพราะระบบเบรกมือไฟฟ้าจะทำงานควบคู่กับเซนเซอร์ตรวจจับความเร็ว หากพบว่ารถกำลังเคลื่อนที่อยู่ ระบบเบรกมือไฟฟ้าก็จะไม่ทำงาน (บางรุ่นอาจมีอาการจับเบรกแล้วรีบปล่อยทันที) จึงไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้ล้อหลังล็อกตายเหมือนกับการดึงเบรกมือแบบดั้งเดิม

นอกจากนี้ การใช้เบรกมือไฟฟ้ายังช่วยตัดปัญหาการดึงเบรกมือไม่สุด ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหารถไหลโดยไม่ตั้งใจ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรถที่ใช้เกียร์ธรรมดา) เนื่องจากเบรกมือไฟฟ้าจะทำการห้ามล้อไม่ให้รถเคลื่อนที่ด้วยแรงเบรกสูงสุดทุกครั้งที่ใช้งาน

เบรกมือไฟฟ้าส่วนมากจะมีระบบ Auto Brake Hold มาให้

นอกจากระบบล็อก-ปลดล็อกเบรกมือด้วยไฟฟ้าแล้ว รถยนต์ส่วนใหญ่ที่มีระบบดังกล่าวยังมีฟังก์ชั่นช่วยเหยียบเบรกค้างอัตโนมัติ หรือ Auto Brake Hold มาให้ด้วย ซึ่งจะช่วยรักษาแรงดันน้ำมันเบรกให้อัตโนมัติหลังจากที่รถหยุดนิ่งสนิท (เช่น ขณะจอดติดไฟแดง) จึงไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างไว้ และสลับเกียร์ไปมาระหว่าง D และ N อยู่บ่อยๆ เมื่อต้องการเดินหน้าอีกครั้งก็เพียงแต่แตะคันเร่งเบาๆ ก็จะเป็นการปลดเบรกออกในทันที

นอกจากนี้ หากรถติดอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหนเป็นระยะเวลานาน ระบบ Auto Brake Hold จะตัดการทำงาน และเปลี่ยนไปเป็นเบรกมือโดยอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย

ระบบเบรกมือไฟฟ้าเริ่มติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถรุ่นใหม่ๆ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความสะดวกสบายแล้ว ยังช่วยเพิ่มความพรีเมียมแก่ห้องโดยสาร ทำให้รถมีความหรูหรามากขึ้นด้วย แต่ทราบหรือไม่ว่าระบบเบรกมือไฟฟ้า ยังมีฟังก์ชันลับๆ ซ่อนอยู่ ที่หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนอีกด้วย

1. แค่เหยียบคันเร่งก็ปลดเบรกมือได้
โดยปกติแล้วการปลดเบรกมือไฟฟ้าสามารถทำได้ด้วยการเหยียบเบรกค้างไว้ จากนั้นกดหรือดึงปุ่มเบรกมือไฟฟ้า เบรกมือจะทำการปลดออกโดยอัตโนมัติ แต่ยังมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น คือ การเข้าเกียร์ D และแตะคันเร่งเบาๆ เบรกมือไฟฟ้าก็จะปลดโดยอัตโนมัติ ผู้ขับขี่ก็จะสามารถขับออกไปได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องกดปุ่มเบรกมือไฟฟ้าซ้ำอีก

วิธีนี้ผู้ขับขี่จำเป็นต้องคาดเข็มขัดนิรภัยควบคู่กันไปด้วย จึงจะสามารถปลดเบรกมือด้วยการแตะคันเร่งได้ โดยแนะนำว่าผู้ขับขี่ควรแตะคันเร่งเบาๆ รอจนกว่าเบรกมือไฟฟ้าจะปลดออกทั้งหมด (ใช้เวลาประมาณ 1 - 2 วินาที) จากนั้นจึงค่อยเหยียบคันเร่งเพื่อขับออกไปตามปกติ จะช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบเบรกมือได้

2. ใช้เป็นระบบเบรกฉุกเฉินได้
แม้ว่าระบบเบรกเป็นระบบที่ไม่ค่อยเกิดปัญหาหากได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม แต่หากโชคร้ายเกิดเบรกไม่อยู่ขึ้นมาไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม หากรถของคุณมีระบบเบรกมือไฟฟ้าแล้วล่ะก็ คุณสามารถดึงปุ่มเบรกมือไฟฟ้าค้างไว้เพื่อชะลอความเร็วลงจนกระทั่งถึงจุดหยุดนิ่ง

วิธีนี้จะไม่ทำให้เบรกหลังล็อกตายเหมือนกับการดึงเบรกมือปกติ แต่เป็นระบบที่มีไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินหากว่าระบบเบรกหลักไม่ทำงาน อย่างไรก็ตาม วิธีนี้แนะนำให้ทำเมื่อประสบกับสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย

วิธีการใช้งานเบรกมือไฟฟ้าที่ถูกต้อง

การใช้งานระบบเบรกมือไฟฟ้าก็แทบไม่ต่างอะไรจากเบรกมือแบบดั้งเดิม หากต้องการใส่เบรกมือ ก็เพียงแต่ดึงสวิตช์เบรกมือไฟฟ้าขึ้น หากต้องการปลดเบรกมือ ให้ทำการเหยียบเบรกค้างไว้ จากนั้นกดสวิตช์เบรกมือไฟฟ้าลง ระบบก็จะปลดล็อกให้ทันที

นอกจากนี้ คุณยังสามารถปลดล็อกด้วยการแตะคันเร่งเบาๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องกดที่สวิตช์เบรกมือไฟฟ้า เพียงแต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขว่าประตูฝั่งผู้ขับปิดสนิท, ผู้ขับขี่คาดเข็มขัดนิรภัยแล้ว และอยู่ในตำแหน่งเกียร์เดินหน้า ก็สามารถขับออกไปได้เลยโดยไม่ต้องกดสวิตช์เพื่อปลดเบรกมือครับ

อย่างไรก็ดี ระบบเบรกมือไฟฟ้ามีข้อเสียบางอย่างที่ต้องทำความเข้าใจด้วยเช่นกัน คือ หากมีอาการเสียเกิดขึ้น ค่าบำรุงรักษาซ่อมแซมจะสูงกว่าเบรกมือปกติอย่างแน่นอน รวมถึงกรณีรถแบตเตอรี่หมด จำเป็นต้องลากหรือเข็น หากเป็นเบรกมือแบบดั้งเดิมก็สามารถปลดเบรกได้เลยทันที แต่หากเป็นเบรกมือไฟฟ้าจะมีขั้นตอนการปลดที่ยุ่งยากกว่าพอสมควร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...