IMF เตรียมปรับลดคาดการณ์ “เศรษฐกิจโลก” มองไม่ถึงขั้นเกิดภาวะถดถอย
IMF เตือนความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า กดดันการเติบโตเศรษฐกิจโลก พร้อมปรับลดคาดการณ์ แต่ย้ำเศรษฐกิจยังมีแรงขับเคลื่อน ไม่ถึงขั้นถดถอย
วันที่ 18 เมษายน 2568 เวลา 01.02 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวเมื่อวันที่ 17 เม.ย.68 ว่า ความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในระบบการค้าโลก จะทำให้ IMF ต้องปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกลง แต่ไม่ถึงขั้นคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะถดถอย
Georgieva ระบุว่า เศรษฐกิจของแต่ละประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันจากการรีเซ็ตระบบการค้าโลก ซึ่งถูกจุดชนวนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐและการตอบโต้จากจีนและสหภาพยุโรป ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนในนโยบายการค้าอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และความผันผวนรุนแรงในตลาดการเงิน
Georgieva กล่าวในงานแถลงข่าวก่อนการประชุมของIMF และธนาคารโลกที่วอชิงตันในสัปดาห์หน้า ว่า "ความปั่นป่วนย่อมมาพร้อมกับต้นทุน … ประมาณการเศรษฐกิจใหม่ของเราจะมีการปรับลดอย่างชัดเจน แต่จะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย"
การประกาศภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และความปั่นป่วนในตลาดการเงิน คาดว่าจะเป็นหัวข้อหลักในการประชุมใหญ่ที่มีบรรดาผู้ว่าการธนาคารกลางและรัฐมนตรีการเงินจากทั่วโลกเข้าร่วม
Georgieva เตือนว่าความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยงต่อความเครียดในตลาดการเงิน โดยการเคลื่อนไหวล่าสุดของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Treasury yield curves) ควรถูกมองเป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะเศรษฐกิจโลก
พร้อมย้ำว่า "ทุกประเทศจะได้รับผลกระทบ หากเงื่อนไขทางการเงินเลวร้ายลง" พร้อมเสริมว่าถึงแม้ว่าพื้นฐานเศรษฐกิจโลกยังดูดีอยู่ เช่น ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง และระบบการเงินที่มั่นคง แต่เตือนว่า "ความรู้สึกในทางลบ" และ "ความกลัวเศรษฐกิจถดถอย" อาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมเศรษฐกิจได้เช่นกัน สิ่งหนึ่งที่ฉันเรียนรู้จากช่วงวิกฤตคือ ความรู้สึกมีความสำคัญเท่า ๆ กับข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ทรัมป์ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในระบบการค้าโลกด้วยคลื่นลูกใหม่ของภาษี ด้วยการเรียกเก็บภาษี 10% กับสินค้าจากทุกประเทศ เพิ่มอัตราภาษีสำหรับบางประเทศ ซึ่งภาษีเหล่านี้ถูกพักการบังคับใช้ 90 วันเพื่อเปิดทางให้มีการเจรจา ขณะที่จีน สหภาพยุโรป และประเทศอื่น ๆ ต่างตอบโต้ด้วยมาตรการของตัวเอง
IMFเคยคาดการณ์เมื่อเดือนมกราคมว่า เศรษฐกิจโลกปี 2025 และ 2026 จะขยายตัว 3.3% แต่จะมีการเผยแพร่ World Economic Outlook ฉบับปรับปรุงในวันอังคารที่จะถึงนี้
Georgieva กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีอาจมีผล 2 ทางต่อเงินเฟ้อ ภาษีสูงขึ้นอาจดันราคาผู้บริโภคและราคาผู้ผลิตเพิ่มขึ้น หรืออาจทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง ซึ่งกดดันให้เงินเฟ้อลดลง พร้อมเตือนว่าความขัดแย้งระหว่างสองยักษ์ใหญ่นี้จะ ส่งผลกระทบลุกลาม ไปยังประเทศเล็ก ๆ
อ้างอิง : reuters.com