โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ทำไมต้อง “จำใจ” อยู่ แก่แค่ไหนก็ “หย่า” ได้ เมื่อคนวัยเบบี้บูมตัดสินใจหย่าร้างมากขึ้น

มนุษย์ต่างวัย

อัพเดต 10 ก.พ. 2568 เวลา 17.18 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2568 เวลา 23.00 น. • มนุษย์ต่างวัย

เราไม่ได้อยู่ในโลกที่คู่สามีภรรยาที่กำลังเผชิญปัญหาชีวิตคู่จะกลัวการหย่าร้างอีกต่อไป แรงกดดันจากครอบครัว สังคม ก็จะไม่ใช่ปัจจัยที่จะสามารถบังคับให้พวกเขา “จำใจ” ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เทรนด์การหย่าร้างกำลังสูงขึ้น แม้ว่าคู่สามีภรรยาบางคู่จะมีอายุมากแล้วก็ตาม

ที่สหรัฐอเมริกาอัตราการหย่าร้างของผู้ใหญ่ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงระหว่างปี 1990 ถึง 2010 ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “Gray Divorce” (การหย่าร้างในกลุ่มผู้สูงอายุ)Susan Brown ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาที่ Bowling Green State University ทำวิจัยเรื่อง “การหย่าร้างของคนสูงวัย: การเปลี่ยนแปลงในครึ่งศตวรรษ” ตีพิมพ์ในวารสาร The Journals of Gerontology เป็นผู้บัญญัติศัพท์คำว่า“Gray Divorce” เธอบอกว่า ในปี 1970, 1980 และ 1990 คนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปมีการหย่าร้างน้อยกว่า 1 ใน 10 คน แต่ในปี 2010 สัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 1 ใน 4 แต่ในปี 2022 คนอเมริกันที่กำลังผ่านการหย่าร้าง 36% หรือมากกว่า 1 ใน 3 มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งสถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นอย่างที่ชัดเจนถึงการเพิ่มขึ้นของการหย่าร้างในกลุ่มคนสูงอายุ

แต่หากแยกกลุ่มอายุระหว่าง 50-64 ปี และกลุ่ม 65 ปีขึ้นไปจะพบว่า นับตั้งแต่ปี 2010 อัตราการหย่าร้างในกลุ่มอายุอื่นเริ่มคงที่หรือลดลง ยกเว้นผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้เกษียณอายุจำนวนมากหย่าร้างกัน ‘ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการหย่าร้างสูงเป็นประวัติการณ์’

รายงาน Nightline ของ ABC News นำเสนอปรากฏการณ์การหย่าร้างเมื่อสูงวัย อธิบายว่า ผู้หญิงเป็นปัจจัยหลักที่เบื้องหลังการหย่าร้างของผู้สูงอายุที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สตรีรุ่นเบบี้บูมเมอร์ที่ต้องติดอยู่ในชีวิตแต่งงานที่ไม่มีความสุขมานานหลายทศวรรษ ในที่สุดก็รู้สึกว่าความ คาดหวังของสังคมผ่อนคลายลงเพียงพอที่พวกเธอจะปลดปล่อยตัวเองจากสามีที่เห็นแก่ตัว ไม่เกรงใจผู้อื่นซึ่งพวกเธอต้องติดอยู่ในกับดักนี้มาตลอดชีวิต หลังจากการหย่าร้างพวกเธอหลายคนบอกว่า ได้หลุดพ้นและสนุกกับอิสรภาพที่เพิ่งได้รับ และบางทีอาจจะเป็นครั้งแรกที่ได้ออกไปทำอย่างอื่นและเฝ้าสังเกตว่ามีอะไรอีกบ้างที่ยังรออยู่

‘ผู้หญิงเหล่านี้ได้งานใหม่ มีงานอดิเรกใหม่ และค้นหาว่าตัวตนของเธอคือ ใครนอกเหนือการเป็นภรรยาที่เกิดจากบริบทของการแต่งงาน จะต้องมีนวนิยายแนว Eat Pray Love ที่อิงจากปรากฏการณ์นี้อย่าง แน่นอน ซึ่งในไม่ช้าแนวคิดนี้จะแพร่หลายไปทั่วประเทศ และเราจะไม่สามารถหยุดยั้งมันได้’ สำนักข่าว VICE ได้ย้ำถึงปรากฎการณ์นี้

Nightline ได้พูดคุยกับ Edith Heyck หญิงสูงวัยผมสีดอกเลาหน้าตาสดใส วัย 74 ปี ถึงข้อดีของการหย่าร้างของคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ในช่วงปลายชีวิต เธอเล่าถึงอิสรภาพที่เธอเพิ่งค้นพบว่า “ ฉันเป็นผู้หญิงรุ่นแรกที่กินยาคุมถูกต้องตั้งแต่ตอนอายุ 18 หรือ 19 ปี เราค้นพบอิสรภาพของตัวเอง ชีวิตแต่งงานของเราจึงไม่จำเป็นต้องเป็นแบบเดียวกับที่แม่เป็น เพราะแม่ของเรา พวกเธอไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้”

“ฉันอายุ 70+ กำลังมองหาคนอายุ 60+ ตอนนี้ฉันมีผู้ชายที่ชอบไปยิมด้วยกัน มีคู่เล่นสกี ฉันใช้ชีวิตอย่างมีชีวิตชีวาที่สุดเท่าที่ฉันเคยฝันถึง”

ทุกวันนี้ Heyck กำลังสนุกสนานในฐานะคนโสด เธอได้คว้าโอกาสใหม่ๆ ในอาชีพการงาน เช่น บริหารสวนสนุกน้ำในท้องถิ่น และลองงานอดิเรกใหม่ๆ เช่น การแสดงเดี่ยวไมโครโฟน

หากมองลึกลงไปในปรากฏการณ์ Gray Divorce จะพบว่า นี่คือ กลุ่มเบบี้บูมเมอร์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ดนตรีไปจนถึงแฟชั่นและกำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตแต่งงานในช่วงบั้นปลายชีวิตของพวกเธอ

ดร. Kelly Cichy ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ครอบครัว อธิบายว่า คนเจนฯนี้มีทางเลือกที่พ่อแม่ของพวกเขาไม่เคยฝันถึง ด้วยอายุขัยที่ยาวนานขึ้นและสุขภาพที่ดีขึ้น หลายคนจึงถามตัวเองว่าพวกเขาต้องการใช้เวลาอีก 20 หรือ 30 ปีในความสัมพันธ์ที่ไม่สมหวังหรือไม่ เมื่อรวมกับการเคลื่อนไหวเพื่อปลดปล่อยผู้หญิงที่เปิดประตูบานใหม่ ผู้หญิงที่เคยแต่งงานอย่างไม่มีความสุขเพียงเพราะต้องการความมั่นคงทางการเงิน ตอนนี้พวกเธอมีอาชีพการงาน เงินออม และความมั่นใจที่จะเริ่มต้นใหม่ ความเป็นอิสระนี้ได้กลายมาเป็นตัวเปลี่ยนเกม

ปรากฎการณ์ที่ว่า ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสหรัฐฯ อเมริกาเท่านั้น

หากดูอัตราการหย่าร้างในประเทศอื่นๆ ก็จะพบว่า ตั้งแต่ปี 2015 ทั้งในสหราชอาณาจักร เกาหลี ญี่ปุ่น เริ่มมีรายงานอัตราการหย่าร้างในวัยกลางคนเพิ่มมากขึ้นๆ ส่วนประเทศไทยนั้น แม้ไม่มีสถิติแยกช่วงอายุของการหย่าร้าง แต่ก็หย่าร้างในกลุ่มคนมีอายุก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

สุทธินี เมธีประภา อดีตนายกสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย ประธานมูลนิธิผู้ช่วยเหลือเยาวชนสยามสัมภาษณ์กับไทยรัฐเมื่อเดือน มี.ค.2566 ว่าคนที่เข้ามาปรึกษาการหย่าร้างมีตั้งแต่ อายุ 30-45 ปี หรือ บางเคส 50 ปี แต่มากที่สุดจะอายุราว 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะปัญหาสามีไปมีหญิงอื่น และสาเหตุที่ต้องเลิกกัน เพราะสามีไม่ส่งเสียเลี้ยงดู ปัจจัยที่ใกล้เคียงกันของหลายๆสังคม คือ การที่ผู้หญิงสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ มีอิสระทางการเงิน ไม่ต้องขอเงินผู้ชายเหมือนคนยุคเดิมที่ต้องทน

เว็บไซท์ Rolling Out ได้รวบรวมความท้าทายของการหย่าร้างเมื่อเข้าสู่ช่วงสูงวัยเพื่อประกอบการตัดสินใจโดยระบุว่าการยุติการแต่งงานที่กินเวลานานหลายทศวรรษนั้นนำมาซึ่งความท้าทายพิเศษ แตกต่างจากคู่รักที่อายุน้อยกว่าซึ่งอาจอยู่ด้วยกันมาแค่ไม่กี่ปี คู่รักเหล่านี้มักจะมีความทรงจำร่วมกันตลอดชีวิต มีเพื่อนร่วมกัน และมีประเพณีครอบครัวร่วมกัน ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ผลกระทบทางอารมณ์อาจคล้ายกับการสูญเสียคู่สมรสไป และในบางกรณีอาจกระทบจิตใจลูกๆ แม้พวกเขาจะอยู่ในวัยไม่ใช่เด็กๆ แล้วก็ตามซึ่งต้องมีการทำความเข้าใจและปรับตัวไปด้วยกัน

ความเป็นจริงทางการเงิน: เรื่องเงินกลายเป็นเรื่องยุ่งยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการหย่าร้างในช่วงวัยชรา ผู้หญิงมักเผชิญกับอุปสรรคทางการเงินที่ใหญ่กว่า เนื่องจากค่าจ้างที่ขาดหายไป หลายปีและต้องออกจากงานเพื่อดูแลครอบครัว การทำความเข้าใจและวางแผนรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนที่คิดจะแยกทางกันในช่วงบั้นปลายชีวิต

แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหนผลกระทบจาการหย่าร้างถึงจะหายดี? การฟื้นตัวจากการหย่าร้างในช่วงวัยชรามักใช้เวลานานกว่าคู่สามีภรรยาที่อายุน้อยกว่า การวิจัยแสดงให้เห็นว่าหลายคนต้องใช้เวลา 4 ปีขึ้นไปในการปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าช่วงเวลาแห่งการฟื้นตัวนี้อาจเป็นช่วงเวลาของการเติบโตทางบุคลิกภาพที่เหลือเชื่อได้เช่นกัน

แม้ว่าการเริ่มต้นใหม่ในซีซั่นนี้ อาจดูน่ากลัว แต่หลายคนกลับพบความสุขที่ไม่คาดคิดในชีวิตหลังหย่าร้าง นี่คือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงนี้

การสร้างทีมสนับสนุนของคุณ : การมีระบบสนับสนุนที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญในช่วงเวลานี้ เพื่อนและครอบครัวสามารถให้การสนับสนุนทางอารมณ์และความช่วยเหลือได้ ในขณะที่คุณปรับตัวเข้ากับชีวิตโสด หลายคนพบว่าการหย่าร้างทำให้ความสัมพันธ์เหล่านี้แข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากพวกเขาพึ่งพาคนที่รักในรูปแบบใหม่ๆ

การดูแลตัวเอง : การดูแลตัวเองกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมยิม การทำสมาธิ หรือในที่สุดก็ทำตามงานอดิเรกที่คุณใฝ่ฝันมาตลอด การมุ่งเน้นไปที่ความเป็นอยู่ที่ดีส่วนบุคคลสามารถช่วยรักษาบาดแผลทางอารมณ์ได้

การวางแผนสำหรับอนาคต : การวางแผนทางการเงินมีความสำคัญมากขึ้นหลังจากการหย่าร้างในวัยชรา การพบกับที่ปรึกษาทางการเงินสามารถช่วยให้คุณเข้าใจตัวเลือกต่างๆ และสร้างอนาคตที่มั่นคงได้ ซึ่งอาจรวมถึงการประเมินแผนเกษียณอายุใหม่ การทำความเข้าใจสิทธิประโยชน์ประกันสังคม และการสร้างกลยุทธ์การลงทุนใหม่ๆ

ปัจจัยด้านสุขภาพ : การดูแลสุขภาพกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อหย่าร้างในภายหลัง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้กำหนดผู้รับมอบอำนาจทางการแพทย์รายใหม่และตรวจสอบตัวเลือกประกันอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถเข้าถึงการดูแลที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง

การค้นหาความรักอีกครั้ง: แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกคนที่จะเลือกหาความรักครั้งใหม่หลังจากการหย่าร้างในวัยชรา แต่หลายคนก็พบว่าการออกเดทในวัย 50 ขึ้นไปนั้นให้ผลตอบแทนที่น่าแปลกใจ หากไม่มีแรงกดดันในการหาผู้ปกครองร่วมหรือสร้างครอบครัว ความสัมพันธ์เหล่านี้มักจะเน้นที่ความเป็นเพื่อนและความสนใจร่วมกันเท่านั้น

มองไปข้างหน้า : เมื่อคู่รักจำนวนมากเลือกที่จะหย่าร้างในช่วงวัยชรา ความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับการแต่งงานและความสุขก็พัฒนาต่อไป การหย่าร้างที่เคยเป็นเรื่องน่าตกใจ ตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้น เนื่องจากผู้คนจำนวนมากให้ความสำคัญกับการเติมเต็มชีวิตส่วนตัวในทุกช่วงวัยมากขึ้น

แม้ว่าการหย่าร้างในวัยชราจะนำมาซึ่งความท้าทายที่ไม่เหมือนใคร แต่หลายคนที่เคยผ่านประสบการณ์นี้มาแล้วสะท้อนว่า รู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าที่เคยเป็นในหลายปีที่ผ่านมา เมื่อบทหนึ่งจบลง บทใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น ซึ่งเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ใหม่ๆ สำหรับการเติบโต การผจญภัย และจุดมุ่งหมายใหม่

เครดิตเนื้อหา :

https://abcnews.go.com/US/gray-divorce-rates-rise-women-open-becoming-single/

https://rollingout.com/2024/12/08/gray-divorce-trend-expert-advice/

https://www.vice.com/en/article/gray-divorce-rates-rise-older-adults-leave-bad-partners/

https://www.thairath.co.th/scoop/infographic/2659743

BBC NHK มติชน

เครดิตภาพ :

Figure 1 https://academic.oup.com/psychsocgerontology/article/77/9/1710/6564346

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...