มิว-ตุลย์ เปิดคาเฟ่ สานฝันสร้างอนาคตร่วมกัน! เผยแพลนคาดเป็นปีหน้า
มิว-ตุลย์ ควงกันเปิดคาเฟ่ “We Are Young” สานฝันสร้างอนาคตร่วมกัน! เผยแพลนแต่งคืบหน้า 10 เปอร์เซ็นต์ คาดน่าจะเป็นปีหน้า
หลังจากที่ทั้งคู่ได้ทำการขอแต่งงานกันไปวันนี้มิว ศุภศิษฏ์ และ คู่หมั้น ตุลย์ ภากร ได้ก้าวไปอีกขั้นในบทบาทของพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจกับการเปิดตัวHคาเฟ่ “We Are Young - Cafe, Brunch and Art” ซึ่งเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ย่านบางนา ที่มีอาหารและเครื่องดื่มอร่อยๆ พร้อมชมผลงานศิลปะจาก Artist ชื่อดังที่จะมา Collab กับทางร้าน
ล่าสุดวันที่ 23 มี.ค. มิว-ตุลย์ ได้มาร่วมงาน Grand Opening ร้าน “We Are Young - Cafe, Brunch and Art” ที่ The Glass Market Bangna) บางนา ซึ่งเป็นร้านคาเฟ่ที่ทั้งคู่เปิดร่วมกัน พร้อมเล่าที่มาของการทำธุจกิจร่วมกัน
โดยทั้งคู่เผยว่าโปรเจ็กต์นี้เกิดจากความตั้งใจอยากสร้างพื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะ และอาหาร เครื่องดื่มที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ทั้งคู่ยังมีแผนต่อยอดธุรกิจอีกหลายโปรเจ็กต์ที่จะทำร่วมกัน พร้อมอัพเดตแพลนแต่งงานที่ตอนนี้วางแผนไปแล้วประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าอาจจะจัดงานเป็นช่วงต้นปีหน้า
โครงการ The Glass Market Bangna?
ตุลย์ : “เป็นโครงการที่เราตั้งใจทำกันมาตั้งแต่ก่อนโควิดแล้ว ตรงนี้เป็นที่ดินที่มีมูลค่าสูงมาก แล้วด้วยความที่เราเป็นคนบางนา ก็เลยรู้ว่าต้องเติมเต็มความสุขให้คนบางนายังไง ก็เลยพัฒนาโปรเจ็กต์นี้ขึ้นมา เน้นว่าต้องมีของกินที่คุณภาพดี อร่อย แล้วก็เร็ว สามารถซื้อกลับบ้านไปมีความสุขด้วยกันได้ ก็แบบผ่านกระบวนการที่บ้านก็คือเครียดกันมาหลายปี ทำกันจนทะเลาะกัน แต่ก็ชื่นใจวันนี้เปิดได้มาประมาณสองอาทิตย์ ฟีดแบ็กดีมากๆ”
มันเหมือนห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เลยนะ?
ตุลย์ : “ก็ต้องขอบคุณพันธมิตรที่เป็นเจ้าของแต่ละร้านทุกร้านที่เชื่อใจโครงการเรา คือเราก็ไม่ได้มีประสบการณ์ที่จะพัฒนาโครงการที่ใหญ่ขนาดนี้ แต่ด้วยความตั้งใจแล้วก็คิดว่าความกลมกล่อมแล้วกันของรูปแบบโปรเจ็กต์ก็ทำให้ทุกคนอยากมา ก้าวเข้ามาบางนา”
มิวให้คำปรึกษาอะไรบ้าง?
ตุลย์ : “เยอะ คือพี่มิวเป็นเหมือนที่ปรึกษาทางด้านจิตใจด้วยครับ มันเครียดครับ แล้วก็อาศัยความกดดันภายใต้เวลาหลายอย่าง ทั้งคุณภาพและเวลา บางทีก็จัดการไม่ไหว แฟนเราก็ช่วย บอกว่าค่อยๆ คิดไปเป็นขั้นตอน คิดแบบนี้สิจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือแบบให้ไอเดียอะไรต่างๆ”
มิวมีวิธีฮีลใจยังไง?
มิว : “ก็ต้องบอกว่าพอเราเห็นเขาเครียด เราก็จะพยายามดึงเขาออกมาในมู้ดอื่น เพราะว่าคือเรื่องงานมันเครียดมากๆ อยู่แล้วแหละ ก็เอนเตอร์เทนเขาแล้วกัน เราเป็นสายที่ทำให้คนแฮปปี้”
เครียดถึงขั้นไหน?
มิว : “คือต้องบอกว่าตุลย์เขาอาจจะเป็นคนที่ใช้เวลาคิดหลายอย่างแบบถี่ถ้วน คือเหมือนอยากคิดหลายๆ มุม คิดไม่จบสักทีอะไรแบบนี้ บางทีเราก็เลยช่วยหาคำตอบที่ไวๆ ให้”
ตุลย์ : “บางทีก็มาหาที่หน้างานเลย แบบว่าจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน มาเยี่ยมมาดูว่าความคืบหน้าเป็นยังไงบ้าง รวมถึงตัวคาเฟ่นี้ด้วย ตอนสร้างพี่มิวก็ช่วยมาดูหน้างานด้วยกัน”
แสดงว่ามีโปรเจ็กต์ตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะสร้างคาเฟ่ที่นี้?
ตุลย์ : “ยังเชื่อไหมว่ามันเกิดทีหลัง แต่มันก็พัฒนามาคิดว่าช่วงตอนที่ตลาดประมาณสามสิบเปอร์เซ็นต์ คือเรามี คอนเซ็ปต์ว่าตรงนี้มันไม่ได้เป็นโครงการใหญ่ใช่มั้ย เราก็เลยไม่อยากให้มีร้านซ้ำกันเยอะ อย่างร้านกาแฟเราอยากให้มีร้านเดียว แต่ว่าด้วยความชอบกาแฟของเราทั้งคู่ เราก็เลยรู้สึกว่าเราลองทำกันเองไหม
รวมถึงมันมีคอนเซ็ปต์ที่ต่างจากคาเฟ่อื่นคืองานศิลปะด้วย เพราะพี่มิวเขาก็เป็นนักสะสม ตอนแรกก็อยากเอางานที่มีที่บ้านมาวางในร้าน แบบงานหายากๆ ให้คนเห็น”
มิว : “แต่พอพัฒนาไปเรื่อยๆ เรารู้สึกว่าอยากให้คนที่มาอยู่ที่ร้านเราได้บรรยากาศแบบว่าศิลปะมันอยู่ใกล้ตัวมากๆ อยากนำเสนอศิลปะหลากหลายรูปแบบมากกว่า ก็เลยใช้วิธีการร่วมงานกับศิลปินท่านอื่นในหลากหลายแนว ทีนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือไม่ได้เอามาตั้ง”
ลงทุนกันเยอะไหม?
มิว : “ตัวนี้ก็หนักแต่ว่าก็เป็นความหนักที่ผ่านการคำนวณแต่แรกแล้วว่าผลทุกอย่างมันรับได้”
ตุลย์ : “แต่ของที่เราใช้ทุกอย่างต้องบอกว่าทั้งกาแฟ ทั้งอาหารมันเป็นของพรีเมี่ยมนะ เราก็เลยมีระดมทุนเพิ่มเติมไปนิดหน่อย แต่ว่าอยากให้ชิม”
ใช้เวลาทำโปรเจ็กต์นี้นานเท่าไหร่?
มิว : “คือทั้งหมดใช้เวลาประมาณปีนึง ตั้งแต่ทำแบรนด์ดิ้ง เลือกกาแฟ เลือกอาหาร จนคุยกับศิลปินต่างๆ ก็ใช้เวลานานมาก”
ทำไมเราถึงเลือกมาทำร้านคาเฟ่?
ตุลย์ : “คิดกับตัวเองอยู่ทุกวันเลย กล้าเหมือนกันนะเนี่ย”
มิว : “แต่ในมุมผมผมรู้สึกว่าตลาดนี้สนุก แต่จะเห็นว่าในพาร์ตคาเฟ่ช่วงนี้เขาพัฒนาผลงานไปไกลมาก ทั้งกราฟิกต่างๆ งานไอเดียต่างๆ แล้วผมก็ชอบงานศิลปะ พอได้เข้ามาอยู่ในพาร์ตนี้มันก็เหมือนได้สนุกด้วย แล้วก็ได้พัฒนางานฝีมือของคาเฟ่มากขึ้น”
ตุลย์ : “แล้วผมว่าเหมือนเรามาแล้วเราก็ได้ลองชิมด้วยตัวเอง เราเห็นคุณภาพกับทุกวันที่เรามาเข้าร้านเอง ดังนั้นผมเห็นว่ามันเป็นรูปธรรมแล้วมันก็สนุกดี”
สิ่งที่เราอยากให้ลูกค้าได้รับเมื่อก้าวเข้ามาในร้านนี้?
ตุลย์ : “ผมอยากให้ทุกคนที่มองหาสเปซนั่งแล้วอารมณ์ดี มาใช้เวลาคุณภาพด้วยกัน มาดูงานศิลปะน่ารัก มาทานของอร่อย คือผมอยากให้เขากลับมาเรื่อยๆ อยากให้รู้สึกว่าตรงนี้เป็นเซฟโซนของเขา”
มิว : “อย่างหนึ่งที่สำคัญคืออยากให้ได้ความรู้สึกเหมือนตามชื่อร้านเลยคือ We Are Young คือไม่ว่าเราจะอยู่ ณ จุดไหนของชีวิต เราก็ยังมีเศษเสี้ยวความเด็กอยู่ในตัวเสมอ”
วิธีการทำธุรกิจนี้มันเป็นการสนองความต้องการตัวเอง สร้างกำไร หรือมองอนาคตร่วมกันยังไงบ้าง?
มิว : “ถ้าเป็นพาร์ตผมข้อแรกเลยสนองความต้องการตัวเอง เพราะว่าเคยคุยกับตุลย์มีธุรกิจหนึ่งที่อยากทำมากเลยคือโรงแรม แต่รู้สึกว่าเราค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ก็เลยลองธุรกิจคาเฟ่ก่อน แล้วก็ศึกษางานตรงนี้เพื่อต่อยอดในอนาคตด้วย”
ตุลย์ : “จริงๆ ก็อยากให้มันเติบโตครับ พอเปิดมาแล้วค่อนข้างลงตัวไปแล้วประมาณสองสามวีค เนี่ยมีคุยกันเรื่องสาขาแล้ว”
มิว : “ถ้าคิดในเชิงโมเดลทางธุรกิจขยายสาขาก็ค่อนข้างดีเหมือนกัน”
ตุลย์ : “เพราะเรามีสูตร มีรูปแบบอาหาร เครื่องดื่มอะไรแล้ว เราคิดว่าตรงนี้มันเป็นจุดที่ต่างแล้วก็ขายได้ ก็เดี๋ยวรอผลประกอบการที่นี่ก่อนว่าเป็นยังไง”
ก็มีธุรกิจหลายตัวที่จะทำร่วมกัน?
ตุลย์ : “ใช่ ก็คุยกันว่าถ้าช่วงนี้มีแรงทำงานก็ทำเต็มที่ไปเลย อย่าพึ่งรีบเกษียณ”
พอเปิดร้านแล้วได้กระแสตอบรับที่ดี มันส่งต่อความสุขถึงคู่เราบ้างไหม?
มิว : “ผมว่าอย่างหนึ่งที่ได้จากการทำธุรกิจด้วยกัน คือเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันเพิ่มมากขึ้น เหมือนเรามีเรื่องที่คุยกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็บอกว่าตอนแรกก็มีเยอะอยู่แล้วนะ แล้วก็มีกิจกรรมกับเวลาที่ใช้ร่วมกันมากขึ้นด้วย”
ตุลย์ : “ทำอันนี้เสร็จก็ทำแบบบ้านต่อครับ”
โปรเจ็กต์แต่งกับโปรเจ็กต์เรือนหออันไหนมาก่อนกัน?
มิว : “ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะเป็นงานแต่งก่อนหรือว่าบ้านก่อนดี”
ตุลย์ : “จริงๆ เคยดราฟไว้ตอนทำโครงการ แต่ตอนนี้ยังมีแค่พื้นที่จอดรถ”
แสดงว่างานแต่งมาก่อน?
มิว : “ก็คิดว่างานแต่งอาจจะมาก่อน เพราะว่าน่าจะเสร็จเร็วกว่าครับ เพราะว่าเหมือนเราอยู่ในวงการมันก็เหมือนมีพี่ๆ ที่คอยช่วยให้มันเสร็จได้ไว”
กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?
มิว : “10 เปอร์เซ็นต์”
ตุลย์ : “ยังเป็นภาพก้อนๆ อยู่ในหัวอยู่ยังไม่ได้แบบเห็นเป็นรูปธรรม”
แสดงว่าไม่ใช่ในปีนี้?
มิว : “คิดว่าเร็วสุดน่าจะประมาณปลายปี แต่ก็น่าจะต้นปีหน้า คือทางผู้ใหญ่ก็รู้สึกว่าอยากให้แต่งกันเร็วๆ นี้แหละ แต่ว่าเราก็ยังไม่ได้ไปดูฤกษ์จริงจังเลย”
แต่เห็นไปงานแต่งงานพี่วู้ดดี้แล้วนะไปแอบดูงานมาหรือเปล่า?
มิว : “เล่นใหญ่มาก แต่ต้องบอกว่าประทับใจมาก เห็นความทุ่มเทแล้วก็ทุกๆ อย่างที่เขาถ่ายทอดออกมา คือประทับใจจริงๆ แต่ของเราก็อาจจะเป็นสเกลเล็กๆ แต่หลายรอบมั้ย จะได้ใส่หลายๆ ชุด”
ตุลย์ : “เดี๋ยวฟิตหุ่นก่อนพรีเวดดิ้งจะได้ถ่ายแซ่บๆ”
แสดงว่าก็คือกำลังโฟกัสเรื่องธุรกิจอยู่เรื่องแต่งเดี๋ยวค่อยตามมา?
มิว : “ใช่ครับ ตอนนี้หลักๆ ก็คาเฟ่ เดี๋ยวคลินิกก็จะเปิดจริงจังช่วงพฤษภา แต่ตอนนี้ก็อยากไปเที่ยวมาก ก็มีแอบแพลนช่วงสงกรานต์ไว้แล้ว”
ฝากผลงาน ฝากธุรกิจ?
มิว : “ขอฝากร้าน “We Are Young - Cafe, Brunch and Art” ตอนนี้ก็เปิดแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ก็สามารถแวะเวียนมาที่โครงการ The Glass Market Bangna ได้ เปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น”
ตุลย์ : เดี๋ยว 19 เมษายน ก็จะได้ฤกษ์ soft opening เป็นอีกธุรกิจหนึ่ง เป็นคลินิกที่ทำด้วยกัน เราตั้งใจจะนำเทคโนโลยีล่าสุดในวงการความงามมาให้เข้าถึงคนไทย หลายๆ ตัวก็ยังไม่เคยถูกนำมาใช้ที่ไหนมาก่อน อยากให้ติดตามต่อ”
มิว : “ขอฝากละครรักสลับลายทางช่องวัน 31 แล้วก็ขอฝากซีรีส์เรื่อง HOMEROOM 29 ตัวประกัน ผมก็เล่นเป็นคุณครูที่จำนักเรียน 29 คนเป็นตัวประกัน ฝากติดตามด้วยครับ ฉายห้าตอนเลยวันที่ 28 นี้”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มิว-ตุลย์ เปิดคาเฟ่ สานฝันสร้างอนาคตร่วมกัน! เผยแพลนคาดเป็นปีหน้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th