โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิดตำนานตลอดกาล ‘ต้าเอส’ ซันไช่ นางเอก F4

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 ก.พ. 2568 เวลา 01.40 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2568 เวลา 01.38 น. • The Bangkok Insight

ปิดตำนานตลอดกาล ‘ต้าเอส’ ซันไช่ นางเอก F4 ด้วยโรคไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ ที่ประเทศญี่ปุ่น

เป็นอีกข่าวที่สร้างความตกใจ และเสียใจกับแฟน ๆ อย่างมาก เมื่อสื่อไต้หวันรายงานว่าต้าเอส หรือ สวีซีหยวน นักแสดงชื่อดังได้เสียชีวิตในวัย 48 ปี ด้วยโรคไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ ที่ประเทศญี่ปุ่น

ปิดตำนานตลอดกาล ‘ต้าเอส’ ซันไช่ นางเอก F4

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าต้าเอส นักแสดงสาวชาวไต้หวัน วัย 48 ปี เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยด้านน้องสาวของ ต้าเอส โพสต์ระบุว่า

"ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ในช่วงวันหยุดปีใหม่ ครอบครัวของเราเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น แต่แล้วพี่สาวสุดที่รักและใจดีที่สุดของฉันต้องจากไป เพราะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่และเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นปอดอักเสบ ฉันรู้สึกขอบคุณที่ได้เกิดมาเป็นน้องสาวของเธอ เราดูแลกันและกันมาตลอด ฉันจะจดจำและคิดถึงเธอเสมอ ซาน ไปสู่สุขคตินะ รักเธอตลอดไป"

โดยในเวลาต่อมา สื่อไต้หวัน ETtoday รายงานว่า ‘ต้าเอส’ ประสบปัญหาการเข้าถึงการรักษาพยาบาลในต่างแดน ครอบครัวเผยว่า ต้าเอสติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A เธอไปโรงพยาบาล 4 ครั้ง แต่ก็ถูกขอให้กลับมากินยาที่บ้านทุกครั้ง

ซู่ อี้เฟิง แพทย์โรคทรวงอก แสดงความเสียใจว่า “การรักษาพยาบาลในต่างประเทศไม่สะดวก และเธอไม่ได้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เธอไปหาหมอถึง 4 ครั้ง แต่ถูกขอให้กลับบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า การดูแลทางการแพทย์ของไต้หวันดีที่สุดในโลกอย่างแท้จริง ไม่ต้องสงสัยเลย”

ไกด์ที่รับครอบครัว Xu เปิดเผยว่า ต้าเอส มีอาการไอและหอบหืด เมื่อวันที่ 29 มกราคม คณะเดินทางมาถึงฮาโกเนะในคืนนั้น เธอไม่ได้ออกจากห้องตั้งแต่วันที่ 30 ถึงวันที่ 31 มกราคม โรงพยาบาลจ่ายยาให้เธอมากินที่ห้อง แต่อาการทรุดลง ครอบครัวเรียกรถพยาบาลและถูกนำตัวไปโดยรถพยาบาลกลางดึก แล้วก็ถูกส่งกลับ

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ทุกคนได้พาต้าเอสไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลเล็ก ๆ “โรงพยาบาลเล็ก ๆ ไม่สามารถรักษาเธอได้ จึงแนะนำให้ไปโรงพยาบาลใหญ่แทน โดยบอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่” จากนั้นโรงพยาบาลจึงสั่งยาให้ต้าเอสทาน แต่อย่างไม่คาดคิดในคืนนั้น อาการของเธอแย่ลง และเธอ "รู้สึกไม่สบายตอนกลางดึก" ดังนั้นจึงโทรเรียกรถพยาบาลมานำตัวส่งโรงพยาบาลแต่สุดท้ายเธอก็เสียชีวิตในเวลา 7.00 น. ของวันที่ 2 กุมภาพันธ์

ในเรื่องนี้ ซู่ อี้เฟิง ถอนหายใจว่า ความจริงค่อย ๆ ปรากฏออกมา และมันเหมือนกับสิ่งที่เขาคาดเดาไว้ก่อนหน้านี้ “การแสวงหาการรักษาพยาบาลในต่างประเทศดูเหมือนจะเป็นเหตุผลสำคัญ เมื่อไข้หวัดใหญ่โจมตีร่างกายทั้งหมด และทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย ควรให้ยาทางเส้นเลือดและน้ำเกลือเสริมโดยเร็วที่สุด“

ตามรายงานของ CCTV News โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่เผยแพร่โดยสถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 31 มกราคม คาดว่าจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สะสมในญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2567 ถึงวันที่ 26 มกราคม 2568 อยู่ที่ประมาณ 9.523 ล้านราย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 จำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ที่รายงานโดยสถาบันการแพทย์ที่ได้รับการรับรองทั่วญี่ปุ่นเกิน 300,000 ราย เป็นครั้งแรกในช่วงฤดูหนาวนี้ ซึ่งสร้างสถิติใหม่ นับตั้งแต่มีการนำวิธีทางสถิติปัจจุบันมาใช้ในปี พ.ศ. 2542

ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานอีกว่า มีผู้ใช้แพลตฟอร์ม Xiaohongshu รายหนึ่งที่อ้างว่า เป็นไกด์นำเที่ยวของครอบครัวต้าเอสในญี่ปุ่น โดยได้เผยแพร่ไทม์ไลน์เหตุการณ์การเสียชีวิตของเธอในญี่ปุ่น

ระบุว่า ต้าเอสมีอาการไอและหอบหืดตั้งแต่วันแรกที่เดินทางไปถึงญี่ปุ่น คืนนั้นเธอและครอบครัวไปแช่ออนเซ็นที่ฮาโกเนะ จากนั้นในวันที่ 30-31 มกราคม 2568 เธอพักอยู่แต่ในโรงแรม และในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล แต่เนื่องจากโรงพยาบาลขนาดเล็กในฮาโกเนะไม่สามารถวินิจฉัยอาการได้ เธอจึงถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลขนาดใหญ่และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ต้าเอสและครอบครัวเดินทางกลับโตเกียว แต่ในช่วงกลางดึกอาการของเธอแย่ลง ครอบครัวจึงเรียกรถพยาบาลมาส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยชีวิต แต่สุดท้ายต้าเอสก็จากไปในช่วงเวลา 07.00 น. ของเช้าวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...