โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กนง. ลดดอกเบี้ย 0.25%

AEC10NEWs

อัพเดต 26 ก.พ. 2568 เวลา 18.04 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2568 เวลา 10.52 น. • AEC10NEWS

• กระตุ้นเศรษฐกิจดันจีดีพีโตเกิน 2.5%

• ยันทิศทางดอกเบี้ยยังไม่ใช่ขาลง

• มั่นใจปีหน้าเงินเฟ้อเข้าเป้าหมาย

นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า กนง.มีมติ 6 ต่อ 1 ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 2.00% เนื่องจากคณะกรรมการฯ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 มีโอกาสจะเติบโตได้ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้เดิมที่ 2.9%

“ในการประชุม กนง.วันที่ 30 เม.ย.นี้ จะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 68 อย่างเป็นทางการ โดยคาดว่า จะปรับมาอยู่ที่สูงกว่า 2.5% เล็กน้อย จากปัจจุบันคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.9%” นายสักกะภพ กล่าวและกล่าวว่า

การที่เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ไม่สูง มาจากปัญหาด้านอุปทานเป็นสำคัญ เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงนี้ จะช่วยลดต้นทุน และภาระทางการเงินให้ลูกหนี้ได้บ้าง และช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจที่ชะลอลงมารวมทั้งเงินเฟ้อที่ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำ แต่การปรับอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ ไม่ใช่วัฎจักรดอกเบี้ยขาลง

"ครั้งนี้ ไม่ใช่ แนวโน้มดอกเบี้ยขาลง แต่พิจารณาจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอลง จากที่เราเคยประเมินไว้ที่ 2.9% ครั้งนี้ประเมินว่า อาจจะสูงกว่า 2.5% เล็กน้อย จึงทำให้เรามีมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากที่ได้ประเมินข้อมูล และความเสี่ยงในระยะข้างหน้านั้น ดอกเบี้ยที่ลดลงในครั้งนี้ น่าจะสอดคล้อง และทำให้ความเสี่ยงที่เราประเมินทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ เสถียรภาพระบบการเงิน การเกิดความสมดุล และเชื่อว่าดอกเบี้ยในระดับนี้ จะรองรับความเสี่ยงในอนาคตได้พอสมควร"

นายสักกะภพ ยืนยันว่า การที่ กนง. มีมติปรับลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพราะถูกแรงกดดันจากฝ่ายการ เมือง หรือภาคเอกชน แต่ กนง. ประเมินจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบถัดไปเดือนเม.ย. ก็คงจะต้องดูเรื่องของขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) มากขึ้น เพราะกระสุนของเรา มีไม่มากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

"ที่ผ่านมา ธปท.ได้หารือกับภาคการเมืองและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับนำตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ มาพิจารณาแล้ว เพื่อประกอบการประเมินว่าเราดูครบถ้วนไหม เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการแลกเปลี่ยน แต่รอบนี้ได้มองเห็นภาพจริงๆ ทั้งเศรษฐกิจ Q4/67 และข้อมูลภาคสนาม เห็นแนวโน้มว่าเศรษฐกิจชะลอกว่าที่ประเมินไว้อย่างมีนัย จึงเป็นที่มาของการลดดอกเบี้ยครั้งนี้" นายสักกะภพ ระบุ

เลขานุการ กนง. กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรรมการฯ ได้พูดคุยใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ

1. ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้ มีแนวโน้มจะขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้เมื่อเดือนธ.ค. ซึ่งโดยหลักแล้วมีสาเหตุมาจากภาคการผลิตที่ลดลง นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่รุนแรงขึ้น และการแข่งขันจากสินค้าจากต่างประเทศ ตลอดจนเมื่อมองไปข้างหน้า ยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าที่มีความไม่แน่นอนสูง

อย่างไรก็ดี แม้ว่าการส่งออกจะเติบโตได้ดี และความต้องการซื้อสินค้ายังมีอยู่ แต่จะเห็นว่าไม่มีการผลิตเพิ่ม เป็นแค่การระบายสต็อกเดิม ส่วนหนึ่งมาจากผู้ประกอบการอาจเห็นความเสี่ยงในระยะข้างหน้า จึงไม่ได้มีการผลิตเพิ่ม รวมถึงมีการนำเข้ามาเพิ่มขึ้น ทำให้ภาคการผลิตติดลบมาตั้งแต่ปี2567 และเศรษฐกิจไทย ถูกขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยว และบริการ เป็นหลัก

2. อัตราเงินเฟ้อ อยู่ในขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 1-3% โดยในปีนี้ คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1.1% และปี 2569 อยู่ที่ 1.2% ทรงตัวในระดับต่ำ แต่ยังไม่เห็นสัญญาณของภาวะเงินฝืด เนื่องจากยังเห็นการปรับขึ้นราคาสินค้า "เงินเฟ้อต่ำมาจากปัจจัยอุปทาน ราคาอาหารสด พลังงาน แต่ไม่ได้สะท้อนว่าดีมานด์อ่อนแอ อุปสงค์ในประเทศปี 67 โตดีกว่าคาด ดังนั้นความกังวลในแง่เงินเฟ้อต่ำ หรือจะเกิดเงินฝืด คงไม่ใช่ประเด็น"

และ 3. ภาวะการเงิน แม้จะยังตึงตัว แต่เริ่มเห็นสัญญาณทรงตัว โดยสินเชื่อธุรกิจผงกหัวขึ้นในสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ แต่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ยังหดตัว -3% ใกล้เคียงเดิม ขณะที่คุณภาพสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ และเอสเอ็มอีทรงตัว ส่วนสินเชื่อรายย่อยปรับดีขึ้น โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และสินเชื่อที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) โตชะลอลง แต่เห็นสัญญาณสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่งต้องติดตามต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.35-33.85 ติดตามผลประชุมกนง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...