เหตุผล "ทดเวลาบาดเจ็บ" มีเวลานานในฟุตบอลโลก
ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้ายที่ประเทศกาตาร์ เปิดฉากเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.สิ่งที่ทำให้แฟนบอลทั่วโลกจับตา และตั้งข้อสงสัย คือการทดเวลาบาดเจ็บที่นานกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นเกมในกลุ่มบี คู่ระหว่างอังกฤษกับอิหร่าน มีการทดเวลาทั้ง 2 ครึ่งรวม 29 นาที ที่มาจากจังหวะบาดเจ็บของ อาลีเรซ่า เบรานวานด์ ผู้รักษาประตูอิหร่าน มากที่สุดขณะที่คู่เซเนกัล พบ เนเธอร์แลนด์ในกลุ่มเอ มีการทดเวลาบาดเจ็บทั้ง 2 ครึ่งรวม 14 นาที
ขณะที่คู่สหรัฐอเมริกา ที่เสมอ เวลส์ 1-1 มีการทดเวลา 16 นาที ซึ่งแยกเป็นครึ่งหลังถึง 9 นาที ทั้งที่้ไม่มีจังหวะผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม และเกมที่ อาร์เจนตินา แพ้ให้กับ ซาอุดีอาระเบีย 1-2 ก็มีการทดเจ็บรวมเป็นเวลาเกือบ 14 นาที
ด้าน สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการปิดโอกาสไม่ให้ผู้เล่นถ่วงเวลา อีกทั้งจะมีการนำจังหวะที่หยุดเล่นนำมาพิจารณาทดเวลาบาดเจ็บเพิ่มทั้งหมด ส่วน ปิแอร์ลุยจิ คอลลิน่า อดีตผู้ตัดสินชาวอิตาเลียน ที่ปัจจุบันทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินฟีฟ่า เคยเผยก่อนทัวร์นาเมนต์ว่าในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ครั้งที่ผ่านมา ฟีฟ่าพยายามคำนวณการทดเวลาบาดเจ็บอย่างแม่นยำ เนื่องจากคำนึงถึงการหยุดชะงักของเกมในช่วงเวลาต่าง ๆ เช่นการฉลองประตูหรือเหตุการณ์อื่น ๆ โดยได้บอกกับทุกคนว่าไม่ต้องแปลกใจหากผู้ตัดสินที่ 4 จะชูป้ายทดเวลาบาดเจ็บนานถึง 6, 7, 8 นาที จุดประสงค์คือการเสนอการแข่งขันฟุตบอลโลกให้มากขึ้นให้กับแฟนบอลที่ได้ชม