โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อินเดียเรียกอุปทูตสหรัฐประท้วงซ้ำ หลังลูกเรือดับ 3 รายจากเหตุโจมตีในอ่าวโอมาน

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มิถุนายน 2569 เวลา 3.34 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัฐบาลอินเดียเรียกอุปทูตสหรัฐเข้าพบเป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ เพื่อประท้วงเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันติดธงปาเลาในอ่าวโอมาน ซึ่งคร่าชีวิตลูกเรือชาวอินเดีย 3 คน ท่ามกลางความกังวลว่าเหตุการณ์อาจกระทบความสัมพันธ์ทวิภาคี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ว่าสืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่กองทัพสหรัฐยิงขีปนาวุธโจมตีห้องเครื่องของเรือบรรทุกน้ำมัน “เอ็ม/ที มาริเว็กซ์” หรือ “เซตเทอเบลโล” ติดธงชาติปาเลา ซึ่งพยายามฝ่าด่านปิดล้อมของกองทัพสหรัฐ ระหว่างกำลังเดินทางผ่านน่านน้ำสากลในอ่าวโอมาน เพื่อมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น

กระทรวงการต่างประเทศอินเดียเชิญอุปทูตสหรัฐเข้าพบ เพื่อประท้วงเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จากการที่บนเรือลำดังกล่าวมีลูกเรือชาวอินเดียทั้งสิ้น 24 คน ซึ่ง 21 คนได้รับการช่วยเหลือ ส่วนอีก 3 คนมีสถานะสูญหาย ก่อนมีการยืนยันในเวลาต่อมาว่า เสียชีวิตแล้ว

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศอินเดียเชิญอุปทูตสหรัฐเข้าพบอีกครั้ง ในวันศุกร์ ซึ่งเป็นครั้งที่สองภายในสัปดาห์เดียว และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เนื่องจากทั้งสองประเทศพยายามพัฒนาความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์อย่างใกล้ชิด ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา

เหตุลูกเรือชาวอินเดียเสียชีวิตครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนการพบหารือ ที่คาดว่าจะมีขึ้นระหว่างนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย กับประธานาธิบดีทรัมป์ นอกรอบการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือจี 7 ที่ฝรั่งเศส.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...