“ทรัมป์” ขู่ถล่ม “อิหร่าน” ต่อ หากไม่ยอมข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ฮอร์มุซเสี่ยงปิดยาว
"ทรัมป์" ขู่เดินหน้าโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่สหรัฐเสนอ ขณะที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือทุกประเภท
วันที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 15.11 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขู่เดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไป หากรัฐบาลอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว หลังทั้งสองฝ่ายเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันเป็นคืนที่ 2 ติดต่อกัน ส่งผลให้ความพยายามรักษาข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางยิ่งเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น
ทรัมป์ เปิดเผยกับ Fox News ว่า สหรัฐจะโจมตีอิหร่านอีกครั้งในวันพฤหัสบดี หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงชั่วคราวที่มีเป้าหมายขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 2 เดือน และเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต บาห์เรน และจอร์แดน เช่นเดียวกับคืนก่อนหน้า โดยคูเวตต้องปิดน่านฟ้าชั่วคราวหลายชั่วโมง ขณะที่จอร์แดนระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธได้ 20 ลูก ส่วนบาห์เรนรายงานว่ามีเด็กได้รับบาดเจ็บจากเศษซากขีปนาวุธที่ตกลงในกรุงมานามา
แม้จะยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของทั้งสองฝ่าย แต่สถานการณ์ได้ยกระดับความกังวลต่อความมั่นคงด้านพลังงานโลกอีกครั้ง
อิหร่านประกาศปิดฮอร์มุซทุกประเภทเรือ
รัฐบาลอิหร่านประกาศว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือทุกประเภท พร้อมส่งสัญญาณเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้ ซึ่งเป็นทางผ่านสำคัญของน้ำมันโลก
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อ้างว่าได้โจมตีเรือ 2 ลำที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวจากแหล่งข่าวอิสระ ขณะที่กองทัพสหรัฐยืนยันว่าเรือพาณิชย์ยังสามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้
เจรจาสหรัฐ-อิหร่านยังไร้ความคืบหน้า
แม้สหรัฐและอิหร่านจะเปิดการเจรจาทางอ้อมนับตั้งแต่เริ่มหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวได้ โดยมีประเด็นขัดแย้งสำคัญหลายเรื่อง
อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐปลดล็อกทรัพย์สินมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดไว้ในหลายประเทศ รวมถึงกาตาร์ ขณะที่สหรัฐต้องการให้อิหร่านยกเลิกหรือทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงทั้งหมด นอกจากนี้อิหร่านยังเรียกร้องให้ยุติการสู้รบในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลกำลังทำสงครามกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พันธมิตรสำคัญของอิหร่าน
กระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า การโจมตีของสหรัฐในช่วงสองวันที่ผ่านมา ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงแทบไม่มีความหมายอีกต่อไป
น้ำมันยังทรงตัว แม้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะเพิ่มขึ้น แต่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 92.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยเพิ่มขึ้นไม่ถึง 1% ในสัปดาห์นี้ และยังต่ำกว่าระดับสูงสุดกว่า 125 ดอลลาร์ที่เคยทำไว้ในเดือนเมษายน
นักวิเคราะห์ มองว่าตลาดยังเชื่อว่าสหรัฐและอิหร่านมีโอกาสบรรลุข้อตกลงได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน FGE NexantECA เตือนว่า หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดจนถึงเดือนสิงหาคม ราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะเดียวกันรัฐบาลตะวันตกหลายประเทศกำลังเร่งระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินในอัตราสูงเป็นประวัติการณ์ เพื่อสกัดไม่ให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงเกินไป
แม้ข้อมูลติดตามเรือจะแสดงให้เห็นว่าการขนส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซยังต่ำกว่าระดับเฉลี่ยก่อนสงครามที่ประมาณ 135 เที่ยวต่อวัน แต่ผู้บริหารธุรกิจเดินเรือและผู้ซื้อน้ำมันในเอเชียระบุว่า ปริมาณการเดินเรือเริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ทรัมป์ยังอ้างผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า กองทัพสหรัฐได้ช่วยให้เรือพาณิชย์มากกว่า 200 ลำ สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย และส่งน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลกกว่า 100 ล้านบาร์เรล พร้อมยืนยันว่า “สหรัฐไม่ใช่อิหร่าน คือผู้ควบคุมช่องแคบแห่งนี้” ซึ่งสะท้อนท่าทีแข็งกร้าวของวอชิงตันต่อวิกฤตตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย
อ้างอิง : www.bloomberg.com