โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตท้องฟ้ายามค่ำคืน! แผนส่งดาวเทียม 1.7 ล้านดวงเสี่ยงทำลายวงการดาราศาสตร์ทั่วโลก

SPACEMAN

อัพเดต 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.16 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

หายนะของวงการดาราศาสตร์อาจใกล้เข้ามาถึงตัวเร็วกว่าที่คิด เมื่อผลการศึกษาวิจัยล่าสุดเผยให้เห็นว่า แผนการส่งดาวเทียมจำนวนมหาศาลกว่า 1.7 ล้านดวงขึ้นสู่วงโคจรโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จะส่งผลกระทบรุนแรงจนอาจปิดกั้นโอกาสในการสำรวจความงามของกาลอวกาศยามค่ำคืนไปตลอดกาล

ทีมนักวิจัยจากหอดูดาวท้องฟ้าซีกใต้แห่งยุโรป หรืออีเอสโอ (ESO) ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Astronomy & Astrophysics โดยระบุว่าจำนวนดาวเทียมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถือเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของวงการดาราศาสตร์ ปัจจุบันมีดาวเทียมโคจรอยู่รอบโลกประมาณ 14,000 ดวง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเครือข่ายสตาร์ลิงก์ (Starlink) ของอีลอน มัสก์ แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะบริษัท สเปซเอกซ์ (SpaceX) มีแผนจะส่งดาวเทียมมากกว่า 1 ล้านดวงภายในปี พ.ศ. 2571 เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ นอกจากนี้ยังมีโครงการจากบริษัทหน้าใหม่อย่าง อี-สเปซ (E-Space) และเครือข่ายดาวเทียมจากจีนทั้ง CTC-1 และ CTC-2 ที่เตรียมส่งดาวเทียมขึ้นไปอีกหลายแสนดวง รวมถึงบริษัท รีเฟลกต์ ออร์บิทัล (Reflect Orbital) ของสหรัฐอเมริกา ที่หวังจะส่งดาวเทียมติดกระจกบานยักษ์จำนวน 50,000 ดวงเพื่อสะท้อนแสงอาทิตย์กลับมาสร้างความสว่างในเวลากลางคืนบนโลก

โอลิวิเยร์ แอโน (Olivier Hainaut) นักดาราศาสตร์จาก ESO อธิบายว่าเมื่อดาวเทียมเคลื่อนผ่านหน้ากล้องโทรทรรศน์ มันจะทิ้งรอยแสงสว่างวาบเป็นทางยาว บดบังวัตถุอวกาศที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด หากจำนวนดาวเทียมพุ่งสูงถึง 1.7 ล้านดวง ท้องฟ้ายามค่ำคืนจะสว่างขึ้นถึงสี่เท่า แม้แต่ภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างหอดูดาวเวรา ซี. รูบิน (Vera C. Rubin Observatory) ในประเทศชิลีก็อาจไม่สามารถใช้งานได้ ดาวเทียมกระจกสะท้อนแสงของบริษัท รีเฟลกต์ ออร์บิทัล อาจสว่างเทียบเท่ากับดาวศุกร์ ซึ่งจะทำให้ท้องฟ้าที่เคยเต็มไปด้วยดวงดาวตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะมองจากทะเลทรายซาฮาราหรือในพื้นที่มืดมิด กลายสภาพเป็นเพียงท้องฟ้าขมุกขมัวเหมือนชานเมือง และสำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีมลภาวะทางแสงอยู่แล้ว ดาวเทียมเหล่านี้อาจกลายเป็นดวงดาวเพียงกลุ่มเดียวที่มองเห็นได้

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่วงการดาราศาสตร์เท่านั้น การสูญเสียท้องฟ้าที่มืดมิดในเวลากลางคืนจะเข้าไปรบกวนนาฬิกาชีวภาพของทั้งมนุษย์และสัตว์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อระบบนิเวศโดยรวม นอกจากนี้การปล่อยวัตถุเกือบสองล้านชิ้นขึ้นสู่อวกาศยังสร้างความกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับปัญหาขยะอวกาศ ที่อาจพุ่งชนกันเองจนเกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เรียกว่ากลุ่มอาการเคสเลอร์ (Kessler syndrome) ซึ่งอาจปิดกั้นเส้นทางสู่อวกาศของมนุษยชาติในอนาคต

เพื่อรักษาสายตาที่มนุษย์ใช้มองออกไปสำรวจเอกภพ ทีมนักวิจัยได้เรียกร้องให้มีการจำกัดจำนวนดาวเทียมไว้สูงสุดไม่เกิน 100,000 ดวง และต้องมีการออกแบบให้สะท้อนแสงน้อยจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ขณะนี้อนาคตของท้องฟ้ายามค่ำคืนตกอยู่ในมือของคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐอเมริกา หรือเอฟซีซี (FCC) ที่กำลังพิจารณาคำร้องขอปล่อยดาวเทียมของบรรดาบริษัทเอกชน ซึ่งทาง ESO และองค์กรดาราศาสตร์ระดับโลกได้ส่งจดหมายทักท้วงเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลอ้างอิง: European Southern Observatory (ESO)

  • "Beyond the limit": one million satellites and mirrors in space pose grave threat to the night sky
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...