“เจนสุดา” น้ำตาตก! เปิดใจบทเรียนราคาแพง สูญเงินเก็บ 13 ปี กว่า 40 ล้าน บูชายัญ “ค่าความเชื่อใจ” อดีตพี่สาวร่วมแก๊ง
เจนสุดา ปานโต ดารานักแสดงและดีไซเนอร์ชื่อดัง ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรกผ่านรายการ “Thairath Talk” ถึงประเด็นร้อนที่สังคมกำลังให้ความสนใจ เกี่ยวกับกรณีที่ถูกอดีตเพื่อนร่วมแก๊งนางฟ้าชักชวนลงทุนจนสูญเงินเก็บส่วนตัวไปกว่า 40 ล้านบาท
โดยเธอได้ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เงินจำนวนนี้ถือเป็น “ค่าความเชื่อใจ” ที่มีให้ต่ออดีตเพื่อนรักคนดังกล่าว ซึ่งเธอเคยรักและเคารพเสมือนเป็นพี่สาวแท้ๆ มาโดยตลอด
จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน ในช่วงเวลาที่เธอกำลังรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งชีวิต และได้เข้าไประบายความทุกข์ใจให้อดีตเพื่อนรักคนนี้ฟัง ซึ่งด้วยความที่บ้านและออฟฟิศตั้งอยู่ใกล้กัน จึงกลายเป็นช่องโหว่ให้อีกฝ่ายเข้ามาอาศัยความสนิทสนมแสดงความห่วงใย พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอชักชวนให้ระดมทุน โดยอ้างว่าอยากช่วยให้เธอหายเหนื่อย ซึ่งคำพูดเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและเชื่อใจอย่างสนิทใจจนมองข้ามสัญชาตญาณเตือนภัยของตัวเองไป
การลงทุนเริ่มไต่ระดับจากหลักล้านบาทตามตัวเลขที่อีกฝ่ายกำหนด จนกระทั่งพุ่งทะยานสู่เพดานสูงสุดที่ 40 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินเก็บที่เธอสร้างมาน้ำพักน้ำแรงจากการทำแบรนด์เสื้อผ้านานถึง 13 ปี โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอมักจะได้รับข้ออ้างซ้ำๆ ว่าบัญชีถูกอายัดจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จนกระทั่งเธอถูก “ล้างสมอง” ห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใคร จนกลายเป็นคนสุดท้ายในกลุ่มที่ล่วงรู้ความจริงว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่มีอยู่จริง และมารู้ทีหลังว่าเพื่อนสนิทคนอื่นๆ ก็ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน
สิ่งที่ทำให้สังคมช็อกไม่แพ้กันคือการอัปเดตสมาชิก “แก๊งนางฟ้า” ซึ่งเจนสุดายืนยันว่า เจนี่, แอน อลิชา, พอลล่า, วุ้นเส้น และคริส หอวัง ยังคงอยู่กันครบ ยกเว้น นานา ไรบีนา ที่เธอระบุชัดเจนว่า “เคยอยู่” และได้ออกจากกลุ่มไปตั้งแต่ช่วงปีที่แล้วหลังจากเกิดเรื่องราวนี้ขึ้น
ปัจจุบัน เจนสุดาได้ตัดสินใจเดินหน้าพึ่งกระบวนการทางกฎหมายและชั้นศาลเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมกลับคืนมา แม้จะยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้คนในกลุ่มต้องสูญเสียความรู้สึกและแตกสลายข้างใน แต่เธอก็เลือกที่จะใช้สติในการตั้งหลักและก้าวข้ามความเสียใจได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทิ้งท้ายบทเรียนราคาแพงครั้งนี้ว่า ต่อไปในอนาคตสิ่งสำคัญที่สุดคือการหันกลับมาฟังสัญชาตญาณของตัวเองให้มากขึ้น