โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกณฑ์อายุเด็กทำความผิด “รอด” จริงไหม? ความรับผิดชอบที่ “พ่อแม่” เลี่ยงไม่ได้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เจาะลึกกฎหมาย เกณฑ์อายุเด็กกระทำความผิด

ข้อถกเถียงเรื่องกฎหมาย เด็ก “รอด” จริงไหม เมื่อกระทำความผิด

จากกรณีการเกิดอุบัติเหตุใหญ่ เด็กขับรถกระบะพุ่งชนคณะพระธุดงค์ที่จังหวัดมุกดาหาร ส่งผลทำให้มีพระสงฆ์และฆารวาสบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 2 กรกฎาคม 2569ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญของสังคม โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 2 กรกฎาคม 2569

อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุครั้งนี้ได้จุดประเด็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นในสังคม เนื่องจากเป็นเหตุการณ์นี้ค่อนข้างรุนแรง หลายคนต่างมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความรับผิดชอบของผู้ปกครอง และข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับอายุของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีการแบ่งมุมมองออกเป็นหลายด้านเช่นกัน

เด็กหรือเยาวชนถูกจับในคดีอาญา กฎหมายระบุโทษและดำเนินคดีอย่างไร?

ข้อมูลจาก สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรสาครเด็กและเยาวชน เมื่อกระทำความผิดจะได้รับโทษไม่เท่ากับผู้ใหญ่ แต่เคยสงสัยไหมว่าในทางกฎหมายแล้วจำแนกเกณฑ์อายุของผู้กระทำความผิดว่าเป็นเด็กหรือเยาวชนอย่างไร และแต่ละช่วงวัยได้รับโทษแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

การจำแนกเกณฑ์อายุเด็กหรือเยาวชน

ในกระบวนการและขั้นตอนการจับกุมเด็กและเยาวชน มีกฎหมายที่ใช้หลักๆ พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2565

นอกจากนี้ยังมีการกำหนดนิยามของคำว่า เด็ก และ เยาวชน ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 4 ดังนี้

  • เด็ก หมายความว่า บุคคลอายุเกิน 12 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 15 ปี บริบูรณ์
  • เยาวชน หมายความว่า บุคคลอายุเกิน 15 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 18 ปี บริบูรณ์

การแบ่งเกณฑ์อาญาเด็กในกรณีกระทำความผิดอาญา

เด็กหรือเยาวชนเมื่อทำผิดจะถูกดำเนินคดีภายใต้ศาลเยาวชนและครอบครัว จะมีขั้นตอนการดำเนินคดีแตกต่างไปจากผู้ใหญ่ โดย พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ ที่เป็นกฎหมายกำหนดขั้นตอนและวิธีการดำเนินคดีกับเด็กหรือเยาวชน มีเจตนารมณ์และบทบัญญัติที่มุ่งฟื้นฟูเด็กหรือเยาวชนที่ทำความผิดทางอาญามากกว่ามุ่งลงโทษ ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำแนกตามเกณฑ์อายุเด็กหรือเยาวชน

เกณฑ์อายุเด็กหรือเยาวชนเมื่อถูกจับคดีอาญา รับ VS ไม่รับโทษ?

ทั้งนี้ หากดูข้อมูลจาก สำนักงานกิจการยุติธรรมที่ได้ให้ความรู้ เกี่ยวกับเกณฑ์อายุเด็กหรือเยาวชนเมื่อถูกจับในคดีอาญา โดยระบุไว้ว่า กฎหมายน่ารู้ : จับกุมเด็กและเยาวชน ต้องคำนึงถึงเกณฑ์อายุต่ำกว่า 12 – 18 ปี รับ VS ไม่รับโทษ? กระบวนการและขั้นตอนในการจับกุมเด็กและเยาวชนนั้น มีความแตกต่างจากกระบวนการที่ใช้เมื่อจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นผู้ใหญ่ โดยกฎหมายหลักที่ใช้ คือ พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 29) พุทธศักราช 2565

เพิ่มเกณฑ์อายุเด็กในกรณีที่เด็กกระทำความผิดอาญา

เมื่อมีการจับกุมเด็กและเยาวชน (อายุต่ำกว่า 12 – 18 ปี) กำหนดให้ “ตำรวจ” ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้เด็กและเยาวชนทราบ หลังจากนั้นก็ให้นำตัวเด็กหรือเยาวชนไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนโดยเร็ว ทำการสอบสวนสอบปากคำ ดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย และให้ ส่งตัวเด็กหรือเยาวชน ที่ถูกจับไปศาลเพื่อตรวจสอบการจับกุม ภายในเวลา 24 ชั่วโมง

อายุต่ำกว่า 12 ปี

พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) จะต้องดำเนินการ

  • สืบเสาะและพินิจข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกำหนดแนวทางคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
  • จัดประชุมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแผนแก้ไขฟื้นฟูเด็ก วิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพ การยุติการคุ้มครอง รวมถึงการเยียวยาผู้เสียหาย

อายุ 12 – 15 ปี

  • แจ้งผู้ปกครอง และแจ้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อสืบเสาะและจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูส่งให้ตำรวจ/อัยการ/ศาล ภายใน 30 วัน
  • นำตัวเด็กส่งต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ภายใน 24 ชั่วโมง
  • ศาลเยาวชนและครอบครัวพิจารณาคดี กรณีศาลฯ เห็นว่ายังไม่เห็นสมควรพิพากษาลงโทษ จะดำเนินการว่ากล่าวตักเตือนปล่อยตัวชั่วคราว (มี/ไม่มีประกัน) ส่งตัวเด็กไปยังสถานศึกษา/ฝึกอบรมมอบตัวเด็กให้อยู่กับบุคคล/องค์กรที่ศาลเห็นสมควร หรือกำหนดเงื่อนไขที่จะต้องปฏิบัติตามภานในระยะเวลาที่กำหนด

อายุ 15 – 18 ปี

  • กรณีศาลฯ เห็นว่า ยังไม่เห็นสมควรพิพากษาลงโทษ ให้ดำเนินการเช่นเดียวกับเด็กและเยาชนอายุ 12 – 15 ปี
  • กรณีศาลฯ เห็นว่า เห็นสมควรพิพากษาลงโทษ : ลดโทษกึ่งหนึ่งของโทษทางกฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดในคดีอาญาหรือสั่งโอนคดีไปยังศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาได้ (ถ้าเด็กหรือเยาวชนที่ทำความผิด มีร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และนิสัยเหมือนผู้ใหญ่)

ข้อควรรู้ : ถึงแม้เด็กและเยาวชนแม้ไม่ได้รับโทษอาญาแต่ยังต้องรับผิดในทางแพ่งโดยพ่อแม่ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

ประมวลกฎหมายอาญากำหนดเกณฑ์อายุเด็ก

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 29) พุทธศักราช 2565 ฉบับนี้ คือ

ปัจจุบัน ประมวลกฎหมายอาญากำหนดเกณฑ์อายุเด็ก ซึ่งไม่ต้องรับโทษแม้ได้กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดไว้ที่ “อายุยังไม่เกิน 10 ปี” แต่จากข้อมูลทางการแพทย์ พบว่าเด็กอายุ 12 ปี กับ เด็กอายุ 10 ปี ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก โดยเป็นช่วงอายุที่พัฒนาการด้านความคิด สติ ปัญญาจริยธรรม และความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่และ ยังไม่สามารถคาดการณ์ถึงผลที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของตนได้อย่างดีพอ อีกทั้ง เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี อยู่ในวัยการศึกษาระดับประถมศึกษา ยังไม่สมควรให้เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีอาญา

ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการบางประการที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล และอาจทำให้เด็กเรียนรู้วิธีกระทำความผิดเพิ่มขึ้น จนนำไปสู่การกระทำความผิดซ้ำอีก ดังนั้น จึงสมควรใช้มาตรการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อให้การสงเคราะห์และคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็กอายุ 10 ปี แต่ไม่เกิน 12 ปี ได้รับผลดีมากขึ้น โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุด ของเด็กเป็นสำคัญ เพื่อให้เด็กกลับตัวเป็นคนดีและเป็นประชากร ที่มีคุณภาพกลับคืนสู่สังคมได้

ประกอบกับการกำหนดเกณฑ์อายุของเด็กซี่งไม่ต้องรับโทษแม้ได้กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดจากอายุยังไม่เกิน 10 ปี เป็นอายุยังไม่เกิน 12 ปี เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะทั่วไป ฉบับที่ 10 (ค.ศ. 2007) (General Comment No. 10 (2007) Children’s rights in juvenile justice) ที่ออกตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child – CRc) และประเทศไทยได้ตอบรับและให้คำมั่น โดยสมัครใจที่จะปฏิบัติตามภายใต้กลไก Universal Periodic Review (UPR) รอบที่ 2 (พ.ศ.2559 ถึง พ.ศ. 2563)

เด็กทำความผิด พ่อแม่ต้องรับผิดชอบหรือไม่?

สำหรับความผิดเราต้องแยกระหว่างความผิดทางอาญา กับความรับผิดทางแพ่ง ปัจจุบันตามประมวลกฎหมายอาญาแบ่งความรับผิดออกตามช่วงอายุ ดังนี้

  • ป.อ. มาตรา 73 เด็กอายุยังไม่เกิน 10 ปี กระทําการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ ให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดําเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมาย
  • ป.อ. มาตรา 74 เด็กอายุยังไม่เกิน 10 ปี แต่ยังไม่เกิน 15 ปี กระทําการอันกฎหมาย บัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ในศาลมีอํานาจที่จะดําเนินการ เช่น ว่ากล่าว ตักเตือนเด็กนั้นแล้วปล่อยตัวไป หรือถ้าศาลเห็นสมควรจะเรียกบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือ บุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาตักเตือนด้วยก็ได้ หรือศาล ผู้ปกครองระหว่างเด็กนั้นไม่ให้ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกําหนดซึ่งต้องไม่เกินสามปีและกำหนดจำนวน
  • ป.อ. มาตรา 75 ผู้ใดอายุกว่า 15 ปี แต่ต่ำกว่า 18 ปี กระทําการอันกฎหมาย บัญญัติเป็นความผิด ให้ศาลพิจารณาถึงความรู้ผิดชอบและสิ่งอื่นทั้งปวงเกี่ยวกับผู้นั้น ในอันที่ จะควรวินิจฉัยว่าสมควรพิพากษาลงโทษผู้นั้นหรือไม่ ถ้าศาลเห็นว่าไม่สมควรพิพากษาลงโทษก็ ให้จัดการตามมาตรา 74 หรือถ้าศาลเห็นว่าสมควรพิพากษาลงโทษ ก็ให้ลดมาตราส่วนโทษที่ กําหนดไว้สำหรับความผิดลงกึ่งหนึ่ง
  • ป.อ. มาตรา 76 ผู้ใดอายุตั้งแต่ 18 ปี แต่ยังไม่เกิน 20 ปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นลงหนึ่งในสามหรือกึ่งหนึ่งก็ได้

สำหรับในความรับผิดทางแพ่งนั้น มีกฎหมายกำหนดความรับผิดระหว่างผู้เยาว์กับบิดามารดาไว้อย่างชัดเจน ป.พ.พ. มาตรา 429 บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อม ต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น

ดังนั้น แม้พ่อแม่ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดทางอาญา แต่ความรับผิดทางแพ่งพ่อแม่อาจจะไม่หลุดพ้นที่จะต้องร่วมรับผิดกับเด็กในทางละเมิด

จากคดีสะเทือนขวัญเด็กชายวัย 11 ขวบซิ่งรถกระบะชนพระธุดงค์จนมรณภาพ ไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสีย แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงข้อถกเถียงเรื่องกฎหมายเยาวชนในสังคมไทยอย่างรุนแรง คำถามที่ว่าเด็ก “รอด” จริงไหมเมื่อกระทำความผิด คำตอบในทางกฎหมายอาจจะใช่ในแง่ของ “โทษทางอาญา” แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่สังคมต้องตระหนักจากบทเรียนนี้คือ เด็กอาจไม่ต้องรับโทษทางอาญา แต่คนเป็น “พ่อแม่” ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธความรับผิดชอบ คดีนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนภัยไปยังทุกครอบครัว

ข้อมูลอ้างอิงจาก สำนักงานกิจการยุติธรรมและ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรสาคร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...