โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พริษฐ์ตั้งข้อสังเกตรัฐมนตรีหนีตอบกระทู้สภาฯ ยุติคดีฮั้ว สว. หรือไม่ ด้านโสภณแจงประธานสภาฯ ไม่มีอำนาจบังคับมาตอบ

THE STANDARD

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
พริษฐ์ตั้งข้อสังเกตรัฐมนตรีหนีตอบกระทู้สภาฯ ยุติคดีฮั้ว สว. หรือไม่ ด้านโสภณแจงประธานสภาฯ ไม่มีอำนาจบังคับมาตอบ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเในวันนี้ (2 กรกฎาคม) พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ พล.ต.ท. รุทธพลไม่ได้เดินทางมาตอบกระทู้ดังกล่าว ทำให้ผู้ตั้งกระทู้แสดงความกังวลถึงความพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร

ขบวนการยุติคดีฮั้ว สว. ตั้งข้อสังเกตรัฐมนตรีหนีตอบกระทู้

พริษฐ์ได้ใช้สิทธิอภิปรายระบุถึงลำดับเหตุการณ์การประสานงาน โดยอธิบายว่า วิปฝ่ายค้านได้ประสานไปยังวิปรัฐบาลตั้งแต่ต้นสัปดาห์ว่าจะมีการตั้งกระทู้สดถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งตลอดสัปดาห์ไม่มีการแจ้งกลับจากวิปรัฐบาลว่ารัฐมนตรีติดภารกิจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

จนกระทั่งช่วงเช้าของวันประชุมสภา หลังจากมีการแจ้งหัวข้อกระทู้ถามอย่างเป็นทางการต่อรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ส่งหนังสือแจ้งขอเลื่อนการตอบกระทู้ โดยให้เหตุผลว่าติดการประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการศูนย์การเรียนรู้ระหว่างประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม

พริษฐ์มองว่าการประชุมดังกล่าวไม่ใช่เหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับการประชุมข้อที่ 151 และรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร การกระทำนี้จึงเป็นการหลีกหนีการตรวจสอบเรื่องการฮั้ว สว. ของรัฐบาล

เนื่องจากรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบกระทู้ พริษฐ์จึงได้สรุปสาระสำคัญของคำถาม 3 ประเด็นเพื่อสื่อสารไปยังรัฐมนตรี ประเด็นแรกเกี่ยวข้องกับรายละเอียดของคดีพิเศษที่ 24/2568 ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยต้องการทราบถึงพฤติการณ์การกระทำความผิด เส้นทางการเงิน กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 กลุ่ม และรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ซึ่งรวมถึงจำนวน สส. และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

พริษฐ์ได้เปรียบเทียบกับกรณีในสัปดาห์ก่อนหน้าที่รัฐมนตรีสามารถนำเสนอแผนผังและรายชื่อผู้ต้องสงสัยในคดีอื่นที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาได้ จึงคาดหวังความชัดเจนในระดับเดียวกันสำหรับคดีนี้

ประเด็นที่สอง เป็นการตั้งคำถามถึงกรณีที่ดีเอสไอสรุปสำนวนและเสนออัยการให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเพียง 8 รายเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลหลักฐานที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก พริษฐ์ต้องการทราบว่าหลักฐานประเภทคลิปเสียง เส้นทางการเงิน และการจองตั๋วเครื่องบิน ได้ถูกนำไปรวมในสำนวนคดีหรือไม่

ประเด็นที่สาม เกี่ยวข้องกับทิศทางการทำงานของดีเอสไอและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พริษฐ์ระบุว่า กกต. จะมีมติเรื่องการส่งศาลพิจารณาในช่วงต้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 แต่สังคมมีความเคลือบแคลงใจต่อ กกต. เนื่องจากกรรมการ 4 ใน 7 คนได้รับการรับรองจาก สว. ที่มีชื่ออยู่ในสำนวนคดี และคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ของ กกต. เคยมีมติว่าไม่มีผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ หลังจากอัยการส่งสำนวนคืนให้ดีเอสไอเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 มีลักษณะการรอให้ กกต. มีมติออกมาก่อน พริษฐ์แสดงความกังวลว่าหาก กกต. มีมติยุติคดี ดีเอสไออาจใช้เป็นเหตุผลในการยุติคดีในส่วนของตนเช่นกัน ซึ่งจะนำไปสู่ข้อสงสัยเรื่องการสมยอมกันระหว่างหน่วยงานเพื่อปกป้องกลุ่มการเมืองที่ถูกเรียกว่าระบอบสีน้ำเงิน

ประธานสภาฯ แจงไม่มีอำนาจบังคับฝ่ายบริหารมาตอบกระทู้

ด้าน โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมภายหลังการอภิปรายของพริษฐ์ และ ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน โดยยืนยันว่า การขอเลื่อนตอบกระทู้ถามสดเป็นสิทธิของรัฐมนตรีตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับการประชุม ประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอำนาจในการบังคับให้ฝ่ายบริหารเดินทางมาตอบกระทู้ หรือส่งหนังสือไปสอบถามถึงภารกิจและวาระการทำงานของรัฐมนตรีได้ เนื่องจากการทำงานของสามเสาหลักต้องเป็นไปตามหลักการแบ่งแยกและถ่วงดุลอำนาจที่กฎหมายบัญญัติไว้

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอให้สมาชิกนำกระทู้ดังกล่าวกลับมาตั้งถามใหม่ในสัปดาห์ถัดไป โดยแจ้งว่าฝ่ายรัฐบาลได้เสนอให้โควตากระทู้ถามสดทั้ง 3 กระทู้ในสัปดาห์หน้าเป็นของพรรคฝ่ายค้านทั้งหมด ซึ่งกระบวนการนี้จะต้องนำไปหารือร่วมกันระหว่างวิปทั้งสองฝ่าย

นอกจากนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ให้คำแนะนำว่า หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้วเห็นว่ารัฐมนตรีมีเจตนาหลีกเลี่ยงการตอบกระทู้ สมาชิกสามารถใช้กลไกอื่นของสภา เช่น การยื่นตรวจสอบจริยธรรม หรือการนำประเด็นดังกล่าวไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ตามกระบวนการที่ถูกต้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...