เอกซเรย์สนามบิน จับได้แค่ไหน? เปิดช่องโหว่ระบบตรวจสัมภาระที่ทำให้ยาเสพติดหลุดผ่าน
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยืนยัน เครื่องเอกซเรย์เน้นตรวจวัตถุระเบิดตามมาตรฐาน ICAO ไม่ใช่เครื่องมือตรวจยาเสพติด หลังคดีลูกเรือไทยถูกจับที่ออสเตรเลีย
เครื่องเอกซเรย์ตรวจสัมภาระที่สนามบินทั่วประเทศไทยไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจับยาเสพติด เครื่องเหล่านี้เน้นตรวจจับวัตถุระเบิดและอาวุธเป็นหลัก ตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO นี่คือเหตุผลสำคัญที่กระเป๋าสัมภาระซึ่งซุกซ่อนยาเสพติดไว้มิดชิดหลายชั้น สามารถผ่านการตรวจเอกซเรย์ไปได้โดยไม่มีการแจ้งเตือน
ประเด็นนี้ถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังลูกเรือสายการบินไทยหญิงวัย 26 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรออสเตรเลียควบคุมตัวที่สนามบินเมลเบิร์นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ จากทั้งหมด 12 ใบ น้ำหนักรวมประมาณ 900 กรัม
ตำรวจออสเตรเลียตั้ง 2 ข้อหาหนัก ทั้งนำเข้ายาเสพติดข้ามพรมแดนและครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า โทษสูงสุดจำคุกถึง 25 ปี ศาลปฏิเสธการให้ประกันตัว คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ผู้ต้องหามีกำหนดขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 14 กันยายนนี้
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า สัมภาระผ่านเครื่องเอกซเรย์ในระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออกตามขั้นตอนปกติ และเครื่องแสดงผล “ไม่พบวัตถุระเบิดและสารระเบิด” สัมภาระจึงเข้าสู่กระบวนการลำเลียงขึ้นเครื่องต่อไป
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอธิบายเพิ่มเติมว่า ระบบนี้คือระบบเอกซเรย์ตรวจจับวัตถุระเบิดอัตโนมัติ หรือ Explosive Detection System (EDS) ซึ่งออกแบบมาเพื่อตรวจจับวัตถุระเบิดและสารระเบิดเป็นหลัก ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับตรวจยาเสพติด
เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า หากยาเสพติดถูกซุกซ่อนมิดชิดหลายชั้น เครื่องเอกซเรย์จะไม่สามารถตรวจพบได้ และยอมรับว่านี่คือช่องโหว่ที่หน่วยงานต้องทบทวนมาตรการเพิ่มเติม
ด้วยข้อจำกัดนี้ สนามบินส่วนใหญ่ทั่วโลกจึงไม่ได้พึ่งพาเครื่องเอกซเรย์ในการสกัดยาเสพติดเพียงอย่างเดียว แต่ใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจสัมภาระเป็นหลัก โดยเฉพาะเที่ยวบินขาเข้า ควบคู่กับการทำงานด้านข่าวกรองและการประเมินความเสี่ยงผู้โดยสารรายบุคคล
สำหรับสนามบินสุวรรณภูมิ มีการบูรณาการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน ซึ่งประกอบด้วยสำนักงาน ป.ป.ส. กรมศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่าอากาศยาน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและคัดกรองผู้ต้องสงสัย ตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน จับกุมผู้ลักลอบนำเข้า-ส่งออกยาเสพติดผ่านสนามบินได้แล้วกว่า 23 ราย ยึดของกลางรวม 211 กิโลกรัม
แต่ในกรณีล่าสุดนี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมยอมรับว่าไม่มีการประสานข้อมูลข่าวกรองล่วงหน้าจากหน่วยงานความมั่นคง
เหตุการณ์นี้ทำให้รัฐบาลต้องเร่งทบทวนมาตรการ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสนามบิน หลังกังวลว่าจะกระทบความเชื่อมั่นของต่างชาติ รวมถึงเป้าหมายผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบิน และการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในปี 257
สำหรับผู้โดยสารทั่วไป ข้อเท็จจริงสำคัญที่ควรรู้คือ การผ่านเอกซเรย์สัมภาระไม่ได้แปลว่ากระเป๋าปลอดสารเสพติด 100% การรับฝากหรือรับหิ้วสัมภาระจากคนที่ไม่รู้จักจึงเป็นความเสี่ยงทางกฎหมายที่ผู้โดยสารต้องรับผิดชอบเอง หากพบสิ่งผิดกฎหมายในกระเป๋าของตน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เพจดัง วอน “อย่าประจาน” แอร์สาวไทยต้องหาคดีเฮโรอีนออสเตรเลีย
- ทำไมแอร์สายตะวันออกกลาง รายได้รวมดูสูงกว่าแอร์ไทย? เปิดโครงสร้างเงินเดือน-สวัสดิการ
- เปิดข้อหา มีนา แอร์สาวไทย ลอบซุกเฮโลอีนเข้าออสเตรเลีย หากผิดจริงโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี
ข้อมูลอ้างอิง