โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอกซเรย์สนามบิน จับได้แค่ไหน? เปิดช่องโหว่ระบบตรวจสัมภาระที่ทำให้ยาเสพติดหลุดผ่าน

Thaiger

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยืนยัน เครื่องเอกซเรย์เน้นตรวจวัตถุระเบิดตามมาตรฐาน ICAO ไม่ใช่เครื่องมือตรวจยาเสพติด หลังคดีลูกเรือไทยถูกจับที่ออสเตรเลีย

เครื่องเอกซเรย์ตรวจสัมภาระที่สนามบินทั่วประเทศไทยไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจับยาเสพติด เครื่องเหล่านี้เน้นตรวจจับวัตถุระเบิดและอาวุธเป็นหลัก ตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO นี่คือเหตุผลสำคัญที่กระเป๋าสัมภาระซึ่งซุกซ่อนยาเสพติดไว้มิดชิดหลายชั้น สามารถผ่านการตรวจเอกซเรย์ไปได้โดยไม่มีการแจ้งเตือน

ประเด็นนี้ถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังลูกเรือสายการบินไทยหญิงวัย 26 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรออสเตรเลียควบคุมตัวที่สนามบินเมลเบิร์นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ จากทั้งหมด 12 ใบ น้ำหนักรวมประมาณ 900 กรัม

ตำรวจออสเตรเลียตั้ง 2 ข้อหาหนัก ทั้งนำเข้ายาเสพติดข้ามพรมแดนและครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า โทษสูงสุดจำคุกถึง 25 ปี ศาลปฏิเสธการให้ประกันตัว คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ผู้ต้องหามีกำหนดขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 14 กันยายนนี้

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า สัมภาระผ่านเครื่องเอกซเรย์ในระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออกตามขั้นตอนปกติ และเครื่องแสดงผล “ไม่พบวัตถุระเบิดและสารระเบิด” สัมภาระจึงเข้าสู่กระบวนการลำเลียงขึ้นเครื่องต่อไป

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอธิบายเพิ่มเติมว่า ระบบนี้คือระบบเอกซเรย์ตรวจจับวัตถุระเบิดอัตโนมัติ หรือ Explosive Detection System (EDS) ซึ่งออกแบบมาเพื่อตรวจจับวัตถุระเบิดและสารระเบิดเป็นหลัก ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับตรวจยาเสพติด

เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า หากยาเสพติดถูกซุกซ่อนมิดชิดหลายชั้น เครื่องเอกซเรย์จะไม่สามารถตรวจพบได้ และยอมรับว่านี่คือช่องโหว่ที่หน่วยงานต้องทบทวนมาตรการเพิ่มเติม

ด้วยข้อจำกัดนี้ สนามบินส่วนใหญ่ทั่วโลกจึงไม่ได้พึ่งพาเครื่องเอกซเรย์ในการสกัดยาเสพติดเพียงอย่างเดียว แต่ใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจสัมภาระเป็นหลัก โดยเฉพาะเที่ยวบินขาเข้า ควบคู่กับการทำงานด้านข่าวกรองและการประเมินความเสี่ยงผู้โดยสารรายบุคคล

สำหรับสนามบินสุวรรณภูมิ มีการบูรณาการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน ซึ่งประกอบด้วยสำนักงาน ป.ป.ส. กรมศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่าอากาศยาน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและคัดกรองผู้ต้องสงสัย ตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน จับกุมผู้ลักลอบนำเข้า-ส่งออกยาเสพติดผ่านสนามบินได้แล้วกว่า 23 ราย ยึดของกลางรวม 211 กิโลกรัม

แต่ในกรณีล่าสุดนี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมยอมรับว่าไม่มีการประสานข้อมูลข่าวกรองล่วงหน้าจากหน่วยงานความมั่นคง

เหตุการณ์นี้ทำให้รัฐบาลต้องเร่งทบทวนมาตรการ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสนามบิน หลังกังวลว่าจะกระทบความเชื่อมั่นของต่างชาติ รวมถึงเป้าหมายผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบิน และการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในปี 257

สำหรับผู้โดยสารทั่วไป ข้อเท็จจริงสำคัญที่ควรรู้คือ การผ่านเอกซเรย์สัมภาระไม่ได้แปลว่ากระเป๋าปลอดสารเสพติด 100% การรับฝากหรือรับหิ้วสัมภาระจากคนที่ไม่รู้จักจึงเป็นความเสี่ยงทางกฎหมายที่ผู้โดยสารต้องรับผิดชอบเอง หากพบสิ่งผิดกฎหมายในกระเป๋าของตน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...