‘ฟิลิปส์’ เสิร์ฟโซลูชั่นครบวงจร ชิงตลาดเครื่องมือแพทย์ 2 แสนล้าน
ฟิลิปส์เดินหน้าธุรกิจเครื่องมือแพทย์ ชิงตลาด 200,000 ล้านบาท เชื่อเทรนด์ AI-Longevity ปลุกดีมานด์ พร้อมผุดแผนรับมือวิกฤตซัพพลายป่วน ประเดิมส่งนวัตกรรม MRI รุ่นใหม่รับมือฮีเลียมขาดแคลน ย้ำจุดเด่นโซลูชั่นลดภาระงานแพทย์-พยาบาล คู่บริการหลังการขาย ก่อนต่อยอดสู่โซลูชั่นครบวงจรใน 1-2 ปี
นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย ทั้งจำหน่ายในประเทศและส่งออกในปี 2569 น่าจะมีมูลค่าประมาณ 200,000 ล้านบาท เท่าปีที่ผ่านมา
การทรงตัวนี้ เป็นผลจากสถานการณ์ความผันผวนทางเศรษฐกิจในไทยและระดับโลก ทำให้การเติบโตชะลอตัว แม้จะมีปัจจัยบวกอย่างการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs อาทิ เบาหวาน ความดัน หลอดเลือด ฯลฯ ก็ตาม
AI-Longevity ปลุกดีมานด์
อย่างไรก็ตาม ตลาดเครื่องมือแพทย์ยังมี 2 เทรนด์มาแรงที่ช่วยกระตุ้น คือ เทคโนโลยี AI และ Informatics ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของตลาดสุขภาพ เนื่องจากเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถช่วยแบ่งเบาภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ได้ ในช่วงที่ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัจจุบันการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศยังมีความสำคัญมากขึ้นด้วย
อีกเทรนด์ คือ การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ หรือ Longevity ซึ่งเป็นผลจากโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการบริการด้านสาธารณสุขและเทคโนโลยีทางการแพทย์เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องอาศัยการวินิจฉัยและการรักษาที่มีความแม่นยำสูง
ส่งผลให้ความต้องการเครื่องมือแพทย์ขั้นสูงเติบโตตามไปด้วย ทั้งในกลุ่มระบบสวนหลอดเลือดและหัวใจ (IGT) และอัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiography) ซึ่งเป็นหนึ่งในพอร์ตโฟลิโอหลักของฟิลิปส์
จับตาซัพพลายฮีเลียม
สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปัจจุบันเริ่มมีผลกระทบบางส่วนในเชิงซัพพลาย โดยเฉพาะก๊าซฮีเลียม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในเครื่อง MRI โดยก๊าซฮีเลียมเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และมีแหล่งผลิตหลักกระจุกตัวอยู่ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเทศกาตาร์ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ คิดเป็นประมาณ 25-30% ของกำลังการผลิตฮีเลียมโลก และอิหร่านที่มีศักยภาพการผลิตเพิ่มเติมในสัดส่วนราว 10-15% ของตลาดโลก
ในปี 2569 สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง เช่น เหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซในอิหร่านเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เริ่มสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของซัพพลาย เนื่องจากหากเกิดการหยุดชะงักของแหล่งผลิตก๊าซ โดยเฉพาะในแหล่ง North Field ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ของโลก จะส่งผลกระทบต่อการผลิต LNG และฮีเลียมโดยตรง และอาจทำให้ปริมาณฮีเลียมในตลาดโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
มุ่งลดภาระแพทย์-พยาบาล
นายวิโรจน์กล่าวต่อไปว่า สำหรับทิศทางของฟิลิปส์นั้น ในฐานะบริษัทเครื่องมือแพทย์ บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับด้านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ด้านลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลและรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยให้การทำงานของบุคลากรมีประสิทธิภาพขึ้น หรือลดระยะเวลาทำงานลง เพิ่มความมั่นใจในการวินิจฉัยมากขึ้น
โดยกลยุทธ์หลักของฟิลิปส์ประเทศไทย จะเน้นส่งมอบโซลูชั่นที่ครอบคลุม ทั้งเครื่องมือแพทย์และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย ซึ่งมีสินค้าไฮไลต์ อาทิ IntelliSpace Critical Care (ICCA) สำหรับหอผู้ป่วยวิกฤต ซึ่งเป็นระบบสารสนเทศสำหรับเฝ้าติดตามอาการผู้ป่วย มีระบบจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วย เพื่อส่งไปยังศูนย์ควบคุมในแผนก และมี AI ประเมินแนวโน้มอาการผู้ป่วย เพื่อส่งไปแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ในวอร์ด โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปสัมผัสผู้ป่วยบ่อยเกินไป และไม่จำเป็นต้องกรอกเอกสาร
และยังมีเทคโนโลยี AVATAR ในกลุ่มเครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วย (Hospital Patient Monitoring) ซึ่งนอกจากช่วยแสดงผลให้ง่ายขึ้นแล้ว ยังติดตามและเฝ้าระวังอาการผู้ป่วยหากมีความปกติจะแจ้งเตือนได้อย่างรวดเร็ว รวมถึง Spectral CT 7500 เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีตรวจจับสเป็กตรัม ทำให้ภาพคมชัด ลดการใช้รังสีและลดการฉีดสารทึบสีในผู้ป่วย ตอบโจทย์กลุ่มผู้ป่วยโรคไต และผู้ป่วยเด็ก
ในช่วงที่เหลือของปี’69 บริษัทเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง
ส่ง MRI รุ่นใช้ฮีเลียมน้อย
หนึ่งในสินค้าใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนรองรับสถานการณ์ซัพพลายฮีเลียมขาดแคลน คือ เทคโนโลยี MRI รุ่นใหม่ที่ใช้ฮีเลียมในปริมาณน้อยลง เพื่อลดการพึ่งพาทรัพยากรตัวนี้ และช่วยลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในระยะยาวไปพร้อมกัน
ด้านต้นทุนสินค้าอาจได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานโลกที่ผันผวน แต่ในปัจจุบันยังไม่เห็นการชะลอคำสั่งซื้อหรือการส่งมอบในประเทศไทย
ทั้งนี้ บริษัทติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมใช้เครือข่ายซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ในระดับโลก และการบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อให้สามารถส่งมอบสินค้าและบริการได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) รวมถึงแผนบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบครอบคลุม ทั้งการจัดหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือก, การวางแผนเส้นทางขนส่งสำรอง และขั้นตอนการรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน
จึงมั่นใจว่า บริษัทสามารถบริหารจัดการความเสี่ยง และรักษาความต่อเนื่องในการส่งมอบสินค้าและบริการให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะยังคงทำงานร่วมกับทีมระดับภูมิภาคและโรงงานอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงต่อไป
ย้ำจุดเด่นด้านบริการ
พร้อมกันนี้ บริษัทเดินหน้าทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ และโรงพยาบาลในประเทศไทย ผ่านการจัดงานประชุมวิชาการด้านเฮลท์แคร์ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นต่อแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วย และการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์มาใช้ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ต่อยอดการพัฒนานวัตกรรมในอนาคต
เช่นเดียวกับทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้แทนจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ของบริษัท เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตามแนวทางเน้นบริการหลังการขาย และการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในนวัตกรรมของเราที่จะพร้อมให้บริการผู้ป่วยอยู่เสมอ
มุ่งโซลูชั่นแบบครบวงจร
นายวิโรจน์ย้ำว่า ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า บริษัทมุ่งเน้นการต่อยอดโซลูชั่นแบบครบวงจร (End-to-End Solutions) โดยเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย ไปจนถึงการรักษาและติดตามผล เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุข ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ และยกระดับผลลัพธ์ด้านสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง
โดยยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในทุกภาคส่วน เพื่อขยายการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ และสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณสุขอย่างยั่งยืนในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ฟิลิปส์’ เสิร์ฟโซลูชั่นครบวงจร ชิงตลาดเครื่องมือแพทย์ 2 แสนล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net