โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ดีเจนุ้ย” นำเทรนด์คนดังไทย จดคุ้มครองเสียงหัวเราะสร้างมูลค่าแบรนด์

The Better

อัพเดต 23 พ.ค. เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. เวลา 02.05 น. • THE BETTER
“ดีเจนุ้ย” ยื่นจดเครื่องหมายเสียง ป้องกันการแอบอ้างและคุ้มครองอัตลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนว่า “เสียง” มีมูลค่ามากกว่าที่คิดในโลกดิจิทัล

นายธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร หรือ “ดีเจนุ้ย” พิธีกรชื่อดังของไทย เดินหน้ายื่นจดทะเบียนเครื่องหมายเสียง “เสียงหัวเราะ” อันเป็นเอกลักษณ์ของตนเองต่อ กรมทรัพย์สินทางปัญญา นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เทคโนโลยี AI สามารถเลียนแบบเสียงมนุษย์ได้อย่างสมจริง

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ขณะนี้คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงของดีเจนุ้ยอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยถือเป็นแนวทางใหม่ในการคุ้มครองสิทธิในเครื่องหมายการค้ารูปแบบไม่ดั้งเดิม หรือ Non-Traditional Trademark ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ทั้งนี้ “เครื่องหมายเสียง” ได้รับความคุ้มครองภายใต้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเปิดโอกาสให้บุคคลหรือองค์กรสามารถนำเสียงที่มีลักษณะเฉพาะมาใช้เป็นเครื่องหมายทางการค้าได้ หากเสียงดังกล่าวสามารถสร้างการจดจำและบ่งบอกแหล่งที่มาของสินค้า บริการ หรือบุคคลได้อย่างชัดเจน

กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงแล้วรวม 494 คำขอ โดยได้รับการจดทะเบียนแล้ว 114 เครื่องหมาย และอยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 138 คำขอ สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจและบุคคลสาธารณะเริ่มตระหนักถึงมูลค่าของ “เสียง” ในฐานะทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น

ในระดับสากล ศิลปินชื่อดังอย่าง Taylor Swift ก็เคยยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงมาแล้ว เช่น ข้อความ “Hey, it's Taylor Swift” ที่ใช้โปรโมตอัลบั้มร่วมกับ Amazon Music และข้อความ “Hey, it's Taylor” ที่ใช้ในคลิปโปรโมตผ่าน Spotify

กรณีของดีเจนุ้ยจึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญของการปรับตัวด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาให้สอดรับกับยุค AI โดยเฉพาะในช่วงที่เทคโนโลยีสังเคราะห์เสียง หรือ Voice Cloning ถูกนำมาใช้แพร่หลาย ทั้งในด้านความบันเทิง การตลาด และการสื่อสาร

นอกจากนี้การจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงจะช่วยป้องกันการนำเสียงไปใช้แอบอ้างตัวตน หลอกลวงประชาชน หรือใช้เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังช่วยรักษามูลค่าทางแบรนด์และอัตลักษณ์ของเจ้าของเสียงในระยะยาว

ประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า “เสียง” ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางการสื่อสารอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและต้องได้รับการคุ้มครองอย่างจริงจังในโลกยุคดิจิทัลและ AI อย่างเต็มรูปแบบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...